
ไม้ใบงามราวฤๅษีผสม
แม้เกือบทุกคนจะรู้จักกันดี เมื่อชี้ให้ดูไม้ใบประดับชนิดนี้ และบอกชื่อได้เลยว่ามันชื่อฤๅษีผสม
โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
แม้เกือบทุกคนจะรู้จักกันดี เมื่อชี้ให้ดูไม้ใบประดับชนิดนี้ และบอกชื่อได้เลยว่ามันชื่อฤๅษีผสม แต่น้อยคนมักจะทราบถึงที่มาที่ไปและชีวิตความเป็นอยู่ของไม้ประดับที่อยู่คู่สวนในเมืองไทยมานานจนหลายคนนึกว่าฤๅษีผสมเป็นไม้ไทยไปเลยก็ได้
ไม้ล้มลุกสกุลโคเลียส (Coleus) อยู่ในวงศ์เดียวกับกระเพาะ Lamiaceae ถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของแอฟริกาและเอเชีย เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย แต่อาจมีการปลูกและกลายพันธุ์จากตาบนลำต้น ซึ่งจะเกิดการผิดเพี้ยนทางพันธุกรรมได้ง่ายๆ จากปัจจัยที่มีผลกระทบ เช่น ความเข้มแสง อัตราการเจริญเติบโตรวดเร็วที่ไม่อาจควบคุมได้ ธาตุอาหาร อุณหภูมิ ฯลฯ การกลายพันธุ์ของโคเลียสหรือฤๅษีผสมยังอาจเกิดจากการเพาะเมล็ด ซึ่งได้รับละอองเกสรตัวผู้หรือจากพันธุ์อื่นๆ ที่ปลูกอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและมีพาหะนำมาช่วยให้เกิดการผสมข้ามก็เป็นได้
ฤๅษีผสมซึ่งพบในเกาะชวาและเป็นชนิดดั้งเดิมในอินโดนีเซียได้แก่ Coleus blumei ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า Painted nettle และในยุโรป เช่น ฝรั่งเศสและอังกฤษมีการผสมข้ามพันธุ์จนเกิดลูกผสมที่มีชื่อทางพืชสวนอีกมากมายนับร้อยๆ พันธุ์
ฤๅษีผสมที่พบในฟิลิปปินส์ได้แก่ C.pumilus ส่วนชนิดที่พบในศรีลังกาและอินเดียได้แก่ C.rehneltianus ซึ่งมีลำต้นสี่เหลี่ยมและใบกลมสีสันฉูดฉาดและประกอบไปด้วยพันธุ์ต่างๆ เช่น C.rehneltianus “Lord Falmouth”, C.rehneltianus “Trailing Queen” เป็นต้น ส่วน C.thyrsoideus นั้น พบในตอนกลางของแอฟริกา
ฤๅษีผสมซึ่งเราเห็นปลูกขายเป็นไม้ถุงหรือไม้กระถางขนาดเล็กในกรุงเทพฯ นั้นเป็นลูกผสมของสกุลโคเลียส ซึ่งเป็นตัวอย่างอันดีของพืชสวนที่ปลูกง่ายตายยาก และให้คุณค่าด้านประดับจากใบ ซึ่งมีลวดลายสีสันฉูดฉาดสวยงาม แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องปลูกในที่แสงแดดจัดจ้าตลอดวัน ไม่ใช่ปลูกในที่ร่มเงาจัดหรือได้แสงเพียงครึ่งวัน เช่นนี้ฤๅษีผสมจะให้ผลไม่ดีดังใจ
ฤๅษีผสมมีกว่า 120 ชนิด ในแอฟริกาเขตร้อนและเอเชีย ซึ่งในถิ่นดั้งเดิมมักจะขึ้นอยู่ในที่แสงแดดจัดตลอดวัน โดยไม่เลือกว่าจะอยู่ใกล้ชายทะเลหรือขึ้นอยู่ตามภูเขาสูงถึง 3,300 ฟุต (1,000 ม.) ฤๅษีผสมชนิดที่มนุษย์รู้จักและคุ้นเคยคือ Coleus blumei พบในสวนต่างๆ ของเกาะชวา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกผสม และหายากที่จะเป็นชนิดดั้งเดิมแท้ๆ (true species) ทั้งนี้เพราะฤๅษีผสมถูกนำมาปลูกประดับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2393 (ค.ศ. 1850) หรือเมื่อ 164 ปีล่วงมาแล้ว และหลังจากนั้นอีกประมาณ 15 ปี นักปรับปรุงพันธุ์พืชในอังกฤษก็ผลิตลูกผสมพันธุ์ใหม่ๆ ออกสู่สายตาชาวโลก โดยจับผสมข้ามชนิดกัน จากนั้นจึงเอาเมล็ดลูกผสมไปเพาะคัดดูต้นกล้าที่มีลักษณะสวยงามและทำการผสมกลับกับพ่อหรือแม่ก็ได้ เพื่อให้ได้พันธุ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม
ฤๅษีผสมเป็นพืชล้มลุก (ไม้เนื้ออ่อน) จัดเป็นไม้พุ่มสูง 3080 ซม. ลำต้นเปราะหักง่าย รูปสี่เหลี่ยม (บริเวณโคนต้นจะกลายเป็นไม้ที่เนื้อแข็งขึ้นและมีสีน้ำตาล) ใบมีหลากหลายรูปทรง ขอบใบเรียบหรือจักเป็นพูหรือหยักลึกหรือตื้น ดอกเกิดที่ยอดลำต้น เป็นช่อ ดอกมีปากบนสีขาวและมีปากล่างสีน้ำเงินเป็นหลัก แต่ดอกฤๅษีผสมมีขนาดเล็กและไม่น่าสนใจเท่ากับส่วนใบ ซึ่งทำให้ฤๅษีผสมกลายเป็นไม้ใบประดับที่สวยงามหลากหลายที่สุด จนกล่าวได้ว่าเป็นการยากที่จะแนะนำพันธุ์ใดว่าดีกว่ากัน เพราะลูกผสมส่วนใหญ่ล้วนแต่มีความสวยงามด้วยกันทั้งสิ้น
ฤๅษีผสมที่ดีควรมีใบสมบูรณ์ไม่มีดอก ปลอดโรคแมลง การปลูกจะปลูกแบบสับหว่าง (สลับกันเป็นแนวซิกแซ็ก) หรือเรียงเป็นแถวก็ได้ ถ้าปลูกหลายพันธุ์ใกล้กัน ควรปลูกชนิดพุ่มสูงไว้ด้านหลัง ที่สำคัญคือต้องนำออกจากถุงหรือกระถาง โดยไม่ให้ตุ้มดินแตก เพราะรากจะหลุด ต้นจะเหี่ยว ตั้งตัวช้า หลังปลูกต้องรดน้ำให้ชุ่ม ควรฉีดน้ำให้วันละ 12 ครั้ง ดินปลูกในแปลงต้องมีความอุดมสมบูรณ์สูง เมื่อปลูกแล้วไม่ต้องให้ปุ๋ยเพิ่ม จากนั้นจึงให้ปุ๋ยบ้างเดือนละ 12 ครั้ง ฤๅษีผสมไม่ชอบดินแฉะ น้ำขัง ดังนั้นการเลือกที่ปลูกจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ฤๅษีผสมเมื่อปลูกไปแล้วมีอายุการใช้งานนานหลายปี สะดวกต่อการดูแลรักษา เหมาะสำหรับบริเวณที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก ขอให้มีแสงแดดจัดทั้งวัน และมีน้ำรดให้บ้างก็พอ ต้นแก่อาจต้องมีการตัดแต่งกิ่งให้บ้าง เพื่อให้ต้นคงสภาพแข็งแรงให้ใบแน่นเต็มแปลงได้อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นจึงเหมาะกับสวนสาธารณะ หรือริมทางเดินริมกำแพงหรือตามแนวรั้วบ้าน นอกเหนือจากการปลูกเป็นไม้กระถางสำหรับตั้งประดับบริเวณหน้าบ้าน







