posttoday
ดวงตาคู่นี้...อย่าให้เสื่อมก่อนวัย

ดวงตาคู่นี้...อย่าให้เสื่อมก่อนวัย

25 มกราคม 2557

ยอดฮิตติดลมบนของเครื่องสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทำให้ไทยกลายเป็นสังคมก้มหน้าไปโดยปริยาย

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

ยอดฮิตติดลมบนของเครื่องสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทำให้ไทยกลายเป็นสังคมก้มหน้าไปโดยปริยาย ซึ่งหากใช้ร่างกายหักโหมในการใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมากเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบทางลบกับร่างกายของเราได้ โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว วัยโสด วัยทำงานทั้งหลาย ที่นอกจากมีเครื่องสมาร์ทโฟนติดตัวแล้ว ยังต้องนั่งทำงานเพ่งสายตาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์อีก

ดังนั้น การใช้สายตามากๆ โดยแทบไม่ได้หยุดพัก อาจทำให้เป็นโรคที่เกี่ยวกับสายตาได้ รวมถึงการที่ดวงตาอาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าวัย จากปกติทั่วไปคนที่อยู่ในช่วงอายุ 20-40 ปี มักไม่พบความผิดปกติของดวงตา นอกจากปัญหาพื้นๆ อย่างสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง

ดวงตาคู่นี้...อย่าให้เสื่อมก่อนวัย

 

โสด...ตาแห้ง

สำหรับโรคตาคนวัยทำงาน วัยโสดทั้งหลายที่เป็นกันบ่อยๆ ก็หนีไม่พ้นสาเหตุที่มาจากการใช้สายตาเพ่งจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน จนทำให้เกิดปัญหาปวดตาจากการเพ่งสายตา เคืองตาจากภาวะตาแห้งและตามัวได้

แต่โรคตาพวกนี้ ก็ยังไม่รุนแรงเท่าไหร่ หาทางป้องกันและหลีกเลี่ยงได้ ด้วยการหยุดพักสายตาทุก 30 นาที โดยการมองไปบริเวณกว้างๆ อย่างน้อย 3-5 นาทีก่อนกลับมาทำงานใหม่ ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดตาและตาพร่าได้ และควรกะพริบตาบ่อยๆ เมื่อรู้สึกเคืองตา แต่ถ้ามีอาการรุนแรง ก็ให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพิ่มความชุ่มชื่น ซึ่งจะทำให้อาการเคืองตาดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตาม โรคตาที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนวัยทำงาน วัยโสด กลับเป็นโรคต้อลมและต้อเนื้อ ที่เกิดจากเยื่อบุตาขาวไปสัมผัสกับสิ่งระคายเคือง ทั้งจากลม ฝุ่น หรือแม้แต่แสงแดดจ้าๆ เป็นระยะเวลานานเกินไป ส่งผลให้เกิดการหนาตัวและอักเสบของเยื่อบุตาขาว ซึ่งหากมีการหนาตัวเฉพาะบริเวณตาขาว จะเรียกกันว่า โรคต้อลม แต่หากอาการของโรครุนแรงมากขึ้นและลุกลามเข้าบริเวณตาดำถึงจะเรียกว่าโรคต้อเนื้อ

อาการของทั้งโรคต้อลมและโรคต้อเนื้อนั้น จะทำให้รู้สึกเคืองตา แสบตา ตาแดงบริเวณต้อเมื่อสัมผัสกับฝุ่น ลม หรือแสงแดดจ้าๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการอักเสบของตาแล้ว ยังอาจทำให้เกิดการลุกลามมากขึ้นก็ได้ หรือหากผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆ ต้อลมอาจจะบังจุดศูนย์กลางของกระจกตาดำ ทำให้ตามัวจนมองเห็นไม่ชัดได้

ดวงตาคู่นี้...อย่าให้เสื่อมก่อนวัย

 

อย่างไรก็ตาม หากเมื่อต้อลมอักเสบจะทำให้ตาแดงและระคายเคือง สามารถใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่งเพื่อบรรเทาอาการได้ตามความจำเป็น ถ้าเป็นแต่กรณีของต้อเนื้อ หากมีขนาดใหญ่จนเห็นได้ชัด ก็ควรรับการผ่าตัดเพื่อลอกต้อออก และปลูกเนื้อเยื่อใหม่ทดแทน

ล่าสุด ยังได้มีรายงานมาจากโรงพยาบาลในฮ่องกงอีกว่า ปัจจุบันมีวัยหนุ่มสาวอายุ 30-40 ปี มีแนวโน้มเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับการรับภาพของดวงตามากขึ้น จากเดิมที่โรคนี้มักจะเกิดกับผู้สูงอายุ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากการเล่นสมาร์ทโฟนในเวลากลางคืน เล่นในที่มืด ซึ่งรังสีที่พุ่งออกมาจากสมาร์ทโฟนในที่มืดนั้น จะมีกำลังมากกว่าปกติจนสามารถทำลายประสาทจอรับภาพของดวงตาได้ และกลายเป็นโรคมะเร็งได้ ดังนั้น ทางที่ดีก็อย่าเล่นสมาร์ทโฟนในที่มืดเป็นดีที่สุด

วัยเกษียณ...โรคตาของคู่กัน?

สำหรับโรคตาที่เกิดกับวัยเกษียณหรือวัยสูงอายุนั้น ส่วนใหญ่มักจะมาตามวัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทางราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคตาของผู้สูงอายุที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงหรือความเสื่อมของดวงตาที่พบได้บ่อยๆ

เริ่มจาก โรคต้อกระจก เป็นโรคตาที่พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุ เกิดจากการขุ่นของเลนส์แก้วตา ผู้ที่อายุมากกว่า 70 ปี พบได้ถึง 70%

อาการที่เกิดขึ้นจะไม่มีอาการปวดตา ภาพมัวมืด เวลามองแสงจ้าจะเกิดแสงสะท้อน เช่น มองภาพบิดเบี้ยว มองเห็นในที่มืดแย่ลง

ดวงตาคู่นี้...อย่าให้เสื่อมก่อนวัย

 

สาเหตุเกิดจากความเสื่อมตามอายุ หรือสาเหตุอื่นๆ เช่น การบาดเจ็บที่ตา โรคเบาหวาน สาเหตุที่มักเข้าใจผิดและไม่ได้ทำให้เกิดต้อกระจก ได้แก่ โรคมะเร็ง การใช้สายตามาก

การรักษา ด้วยการผ่าตัดหรือสลายเลนส์ตาที่ขุ่นออกเป็นการรักษาที่ทำให้หายขาดได้โดยจะผ่าเมื่อเมื่อบดบังการมองเห็นมาก จนมีผลกระทบต่อการใช้งาน เช่น การขับรถ การอ่านหนังสือ

โรคต้อหิน เกิดจากการระบายน้ำในลูกตาผิดปกติ ทำให้ความดันตาสูง และกดทำลายเส้นประสาทตาได้ พบได้ในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ช่วงแรกของโรคมักไม่มีอาการ ไม่ปวด

ดังนั้น การรีบวินิจฉัยและรักษาจะสามารถช่วยไม่ให้เกิดการตาบอดได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคต้อหิน ควรได้รับการตรวจตาอย่างน้อยปีละครั้ง

อายุ 40 ปีขึ้นไป

มีคนในครอบครัวเป็นต้อหิน

ความดันในลูกตาสูง

เชื้อสายแอฟริกัน หรือฮิสแปนิก

โรคเบาหวาน ใช้ยาสเตียรอยด์ มีการบาดเจ็บที่ตาในอดีต โรคซีดหรือขาดเลือด ภาวะช๊อก

อาการ มักไม่มีอาการในช่วงแรกของโรค แต่ต่อมาจะสูญเสียการมองเห็นจากทางด้านนอก และตาบอดในที่สุด ซึ่งอาจมีต้อหินบางประเภท เช่น ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน ที่อาจมีอาการปวดมาก คลื่นไส้ เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ ตาแดง ภาพมัวและมองไม่เห็นในที่สุด ซึ่งเป็นอาการเร่งด่วนต้องรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว

การรักษา ไม่มีการรักษาที่ทำให้การมองเห็นกลับคืนมาเท่าคนปกติ มีแต่ชะลอไม่ให้โรคแย่ลงได้ในปัจจุบัน โรคต้อหินส่วนใหญ่สามารถรักษาด้วยยา ลดความดันตาเพื่อป้องกันการทำลายเส้นประสาทตา โดยผู้ป่วยจะต้องมารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ

โรคสายตายาวในผู้สูงอายุ มักเกิดหลังอายุ 40 ปี เกิดจากเลนส์ตาที่แข็งขึ้น สูญเสียความสามารถในการปรับการมองใกล้และไกล ดังนั้น ผู้ป่วยมักต้องถือหนังสือไกลขึ้นจึงจะอ่านได้ชัด

อาการจะเกิดขึ้นกับทุกคน ทั้งสายตาสั้น ยาว และปกติ โดยพบว่าผู้ที่มีสายตายาวอาจเกิดอาการเร็วกว่าปกติ ส่วนวิธีรักษาให้ปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อตัดแว่นตาสำหรับอ่านหนังสือ

โรคตาแห้ง จะเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เริ่มเมื่อวัยกลางคน สัมพันธ์กับภาวะเปลือกตาอักเสบ และโรคทางกายบางชนิด เกิดจากการผลิตน้ำตาที่น้อยลง

จะมีอาการเคืองเหมือนมีฝุ่นผงในตา มักเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่แห้งหรือห้องแอร์ อาจมีขี้ตาเหนียว การมองเห็นไม่ชัดต้องกะพริบตาบ่อยๆ ในผู้ป่วยบางคนอาจเคืองตาแล้วมีน้ำตาไหลมากขึ้นได้ เมื่อมีอาการควรพบแพทย์โดยเร็ว

การรักษา ในระยะเริ่มแรกใช้น้ำตาเทียม เมื่ออาการเป็นมากขึ้นควรปรึกษาแพทย์ การดูแลตัวเอง ควรหลีกเลี่ยงลม ฝุ่น ถ้าอยู่ในห้องแอร์หรืออากาศแห้งอาจหาแก้วใส่น้ำอุ่นวางไว้เพื่อให้มีความชื้นในอากาศ รักษาโรคเปลือกตาอักเสบ และโรคทางกายอื่นๆ

โรคจุดรับภาพเสื่อมในผู้สูงอายุ (AMD) เกิดจากการทำลายบริเวณจุดศูนย์กลางของการรับภาพและสี โดยไม่ทราบสาเหตุการเสื่อมที่แน่นอน

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ ผู้สูงอายุ พบว่าอัตราการเกิดโรคในคนอายุ 75 ปี มีถึง 30% เมื่อเทียบกับ 2% ในคนอายุ 50 ปี การสูบบุหรี่ การสัมผัสแสงอาทิตย์และแสงยูวีปริมาณมาก ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ

อาการของโรค ได้แก่ ภาพมัว บิดเบี้ยว สีจางลง มีปัญหาในการอ่าน หรือจำหน้าคน เห็นจุดดำอยู่กลางภาพ

การรักษาโรค ไม่มีการรักษาที่หายขาด แต่การรักษาจะช่วยชะลอการเกิดโรคที่มากขึ้น ในระยะแรกอาจให้วิตามิน แต่การดำเนินโรคก็อาจเป็นมากขึ้นได้ โดยในระยะหลังอาจร่วมกับการรักษาด้วยเลเซอร์ หรือฉีดยาเข้าในลูกตา

การป้องกัน ผู้สูงอายุจึงควรตรวจตาเป็นประจำทุกปี และเมื่อมีการมองเห็นภาพที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าวควรรีบมาพบแพทย์

ผู้ป่วยที่เป็นโรคควรทดสอบการมองเห็นเป็นประจำด้วยแผ่น Amsler Grid ทีละตา โดยให้ผู้ป่วยมองจุดดำตรงกลางภาพ ถ้าเห็นเส้นที่อยู่รอบๆ จุดนั้นเป็นคลื่น ไม่เป็นเส้นตรง แสดงว่าอาจมีภาวะโรคจุดรับภาพเสื่อม

ผู้ป่วยอาจทดสอบด้วยตัวเองด้วยการมองสิ่งที่เป็นเส้นตรง เช่น กรอบประตู หน้าต่าง ซึ่งถ้าบิดเบี้ยวก็ควรรีบมาพบจักษุแพทย์ หยุดสูบบุหรี่ สวมแว่นตากันแดด รักษาโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด รับประทานผักผลไม้ อาหารครบ 5 หมู่ การรับประทานวิตามินเสริม C, E, Zinc, Lutein, Zeaxanthin เพื่อช่วยชะลอโรคในผู้ที่เป็นโรคแล้ว

ดวงตาจึงเป็นสิ่งที่เราต้องรักษาไว้ให้ใช้งานคู่กับเราไปให้นานที่สุด แม้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะเสื่อมไปคู่กับกาลเวลาก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท