
สิงห์บลู เปิดบ้านลุ้นทุบช่างปั้นหม้อ
สุดสัปดาห์นี้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกพักเบรก เพื่อหลบทางให้กับศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 หรือรอบ 32 ทีมสุดท้าย และแม้จะไม่มีบิ๊กแมตช์คู่หยุดโลก แต่สโลแกน แจ็กผู้ฆ่ายักษ์ ก็การันตีความสนุกได้เสมอ หลังสอดส่ายโปรแกรมดูแล้ว คู่เอกหนีไม่พ้นเกมคืนวันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค. โดย “สิงโตน้ำเงินคราม” จะเปิดบ้านต้อนรับ “ช่างปั้นหม้อ”
สุดสัปดาห์นี้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกพักเบรก เพื่อหลบทางให้กับศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 หรือรอบ 32 ทีมสุดท้าย และแม้จะไม่มีบิ๊กแมตช์คู่หยุดโลก แต่สโลแกน แจ็กผู้ฆ่ายักษ์ ก็การันตีความสนุกได้เสมอ หลังสอดส่ายโปรแกรมดูแล้ว คู่เอกหนีไม่พ้นเกมคืนวันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค. โดย “สิงโตน้ำเงินคราม” จะเปิดบ้านต้อนรับ “ช่างปั้นหม้อ”
เชลซี สโตก
สนาม : สแตมฟอร์ดบริดจ์ วันที่ : 26 ม.ค.
เริ่มจะปรับจูนทัพลงตัวแล้ว สำหรับ โจเซ มูรินโญ นายใหญ่ “สิงห์บลู” เชลซี ที่เพิ่งเก็บชัยชนะนัดที่ 100 ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนจากการถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ส่งผลให้เชลซีคว้าชัยชนะ 6 นัดติดต่อกันในทุกรายการ และเสียประตูให้คู่แข่งเพียง 2 ประตูเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวล่าสุด นายใหญ่ชาวโปรตุกีสหมดสิทธิใช้งาน ฆวน มาตา มิดฟิลด์ชาวสเปนหลังเตรียมส่งมอบเข้าตรวจร่างกายกับทีมปีศาจแดง โดยเจรจาราคาลุล่วงที่ 37 ล้านปอนด์ (ราว 2,035 ล้านบาท) ประกอบกับ เดวิด มอยส์ นายใหญ่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมที่จะทุ่มเต็มที่เพื่อคว้านักเตะที่ต้องการ ซึ่งมีอยู่ในใจแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ คือ การเปิดตัวประเดิมสนามเนมันยา มาติช ห้องเครื่องหน้าเก่าที่สิงห์บลูดึงคืนมาจากเบนฟิกา ด้วยราคา 20.75 ล้านปอนด์ (ราว 1,141 ล้านบาท)
ขณะที่ แฟรงก์ แลมพาร์ด กับ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ที่หายเจ็บก่อนกำหนด เตรียมลงเคาะสนิมทั้งคู่ ซึ่งรายแรกน่าจะลงปั้นเกมคู่กับ อันเดร ชูร์เล และ วิลเลียน ส่วน ซามูเอล เอโต ดาวยิงแคเมอรูนผู้ซัดแฮตทริกใส่แมนฯ ยูไนเต็ด ลุ้นลงตำแหน่งหน้าเป้า โดยมี เดมบา บา คอยสแตนด์บายแทน เฟอร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกเลือดกระทิงดุที่ได้รับบาดเจ็บเอ็นเข่าเดี้ยงมาจากเกมลีก
ด้าน “ช่างปั้นหม้อ” สโตก ซิตี ภายใต้การคุมทีมของ มาร์ก ฮิวส์ ฟอร์มบู่สุดๆ โดยแพ้ 4 จาก 6 นัดล่าสุดในทุกรายการ ข่าวดีคือ เกมนี้น่าจะได้ เควิน โจนส์ หัวหอกชาวตรินิแดดฯ กลับมาเป็นตัวเลือกในแดนหน้าอีกครั้ง หลังนัดล่าสุดที่บุกไปแพ้ คริสตัล พาเลซ 0-1 กุนซือวัย 50 ปี หั่นชื่อไม่ส่งลงสนาม เนื่องจากเจ้าตัวปฏิเสธลงเตะเกมพ่ายลิเวอร์พูล เมื่อช่วงกลางเดือน
อย่างไรก็ตาม ที่โชคร้ายคือ อัสเมียร์ เบโกวิช (ผู้รักษาประตู) และ แอนดี วิลกินสัน เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลัก ยังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ โดย แจ๊ก บัตแลนด์ จะได้ลงเฝ้าเสาแทน ร่วมกับเกมรับอย่าง เจฟฟ์ คาเมรอน, ไรอัน ชอว์ครอสส์, มาร์ค วิลสัน, เอริก พีเตอร์ส ส่วนแนวรุกต้องพึ่ง ชาร์ลี อดัม, อุสซามา อัสไซดี, โจนาธาน วอลเตอร์ส และ ปีเตอร์ เคราช์
ความน่าจะเป็น : จริงอยู่มนต์เสน่ห์ของถ้วยใบนี้คือความพลิกล็อก แต่เชลซีพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ายิ่งเล่นยิ่งดี จึงเป็นไปได้ยากที่บอลโยนยาวมิติเดียวของสโตก จะเล่นงานแนวรับสุดเคี่ยวสไตล์มูรินโญได้
สกอร์ที่คาด : เชลซี ชนะ 3-1
ทรรศนะคู่อื่นที่น่าสนใจ
อาร์เซนอล โคเวนทรี (24 ม.ค.)
“ปืนใหญ่” ขึ้นชื่อเรื่องโรเตชั่นในบอลถ้วยในประเทศอยู่แล้ว จึงอาจไม่เหนือกว่าคู่แข่งตามที่หลายคนมอง แต่ถึง อาร์แซน เวนเกอร์ จะขนผู้เล่นสำรองลงสนามมากแค่ไหน ปรัชญาทีมเวิร์กกับความมั่นใจน่าจะนำพาไปสู่รอบ 5 ได้ไม่ยาก
สกอร์ที่คาด : อาร์เซนอล ชนะ 2-0
บอร์นมัธ ลิเวอร์พูล (25 ม.ค.)
“หงส์แดง” มีแกว่งบ้างในพรีเมียร์บ้างช่วงหลัง ส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดส่วนตัวของแนวรับ แต่ถ้ามิติเกมรุกยังถือว่าจัดจ้านและอันตราย ดังนั้นไม่ว่าเบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะส่ง หลุยส์ ซัวเรซ หรือดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงล่าตาข่าย ตัวแทนจากลีกแชมเปี้ยนชิพ ก็ไม่น่ารอดอยู่ดี
สกอร์ที่คาด : ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0
แมนเชสเตอร์ ซิตี วัตฟอร์ด (25 ม.ค.)
“เรือใบสีฟ้า” เปลี่ยนฉายาเป็นเรือรบไปเรียบร้อย โดยซีซั่นนี้ยิงคู่แข่งกระจาย ตกเฉลี่ยยิงนัดละ 3 ประตู โดยเฉพาะในถิ่นเอติฮัด แมนฯ ซิตี จะโหดเป็นพิเศษ ขนาด เชลซี ลิเวอร์พูล แมนฯ ยูไนเต็ด สเปอร์ส ยังเละกลับบ้านทุกราย
สกอร์ที่คาด : แมนฯ ซิตี ชนะ 4-0







