posttoday
กับเฟซบุ๊ก “ร้าง” ของใครบางคน!!!

กับเฟซบุ๊ก “ร้าง” ของใครบางคน!!!

23 มกราคม 2557

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

นอกจากเฟซบุ๊กจะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเรากับเพื่อน เรากับครอบครัว เรากับคนในที่ทำงาน มันยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเรากับคนแอบรักได้อีกด้วย

แต่...

ทุกอย่างต้องมีแต่ แต่ทว่าเฟซบุ๊กที่เชื่อมต่อเรากับคนที่เราแอบรัก ถ้าเขามีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา วันนี้ทำอะไร ไปไหน อยู่กับใคร อินอะไร ก็คงดี เราจะได้รู้ความเป็นไปของเขา แต่ถ้าเขาไม่เคลื่อนไหวอะไร ปล่อยให้เฟซบุ๊กกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า คนแอบรักอย่างเราๆ ก็คงเหงา เศร้า กลายเป็นหมาหงอยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

สถานการณ์

“ยิ๋ง” นักเขียนนิยายชวนฝัน ที่วันๆ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน ไม่ค่อยได้ไปพบเจอใครเพราะได้แต่นั่งเขียนนิยายอยู่กับบ้าน ทำให้สิ่งที่ทำให้เธอสามารถพบเจอโลกกว้างได้บ้าง นั่นคือการได้เข้าไปเล่นเฟซบุ๊ก ว่างเป็นเล่นว่างเป็นอัพ จนทำให้มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในชีวิต เพียงเพราะเขาตามมากดไลค์สองสามครั้ง ก็ทำให้จิตใจของยิ๋งหวั่นไหวได้โดยง่าย

จะไม่ให้หวั่นไหวได้อย่างไร เมื่อยิ๋งเข้าไปเช็กโปรไฟล์ เช็กรูปที่เขาโพสต์ไว้ ก็ยิ่งทำให้ยิ๋งตกหลุมรักได้ทันที (นอกจากหล่อ หน้าตาดี ยังเรียนในสถาบันที่ดีอีกด้วย) ไม่ทันไร เมื่อยิ๋งไล่ตามเช็กเฟซบุ๊กของเขาทุกวันๆ ยิ่งพบเจอว่า เขาไม่ค่อยเคลื่อนไหวอะไรในเฟซบุ๊ก ไม่ค่อยอัพสเตตัส ไม่ค่อยอัพรูป ไม่ค่อยทำอะไรจนกลายเป็นเฟซบุ๊กร้าง จากดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานรับแสงอรุณ ตอนนี้กลายเป็นดอกไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉา ไร้พลัง ไร้กำลังใจจะเขียนนิยายต่อ

ทางออก

นี่ล่ะหนา แอบรักก็คือแอบรัก อะไรที่มันได้แค่แอบๆ มันก็จะต้องแอบๆ อย่างนี้ต่อไป นอกซะจากว่าจะมีใครคนหนึ่งเริ่ม “รุก” แต่กรณีของยิ๋ง ถ้าจะให้แนะนำทางออก ทางออกเดียวคือตัวยิ๋งนั่นแหละที่ต้องเป็นคนถอยหลังออกมาจากเฟซบุ๊กของเขา เพราะในเมื่อเขาไม่ได้รับรู้อะไร เขาจะเคลื่อนไหวหรือไม่เคลื่อนไหวอะไรในเฟซบุ๊กก็เป็นสิทธิของเขา เขาไม่มารับรู้ว่าคนแอบรักอย่างเราจะเฝ้ารอ เฝ้ามอง เฝ้าดู แล้วแอบเจ็บคนเดียวลำพังหรอก

เพราะเขาไม่รู้!!!

เพราะฉะนั้น เราเองนี่แหละที่ต้องเป็นฝ่ายเยียวยาหัวใจและความรู้สึกของตัวเราเอง ยิ่งจดจ่อจ่อมจม ก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งเหงา ยิ่งเศร้า ยิ่งหงอย ยิ่งนอยด์จนไม่เป็นอันทำงงทำงาน ซึ่งไม่ดีกับตัวเราแน่

Ask the expert

Q : ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ เครียดเรื่องการเมืองมาก ถึงขนาดต่อว่ารัฐบาลทุกครั้งที่เปิดช่องข่าวทางโทรทัศน์ ที่จริงแล้วเราก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ท่านคิดเห็นเรื่องการเมือง แต่กลัวเรื่องสุขภาพจิตและพฤติกรรมของท่านที่เปลี่ยนไปกลายเป็นคนที่ชอบดุ ด่าคนรอบข้างอย่างไม่มีเหตุผล อะไรที่ดูขวางหูขวางตาก็ตะโกนด่าไปเสียหมด รวมทั้งลูกๆ เองก็โดนหางเลขทุกครั้งที่ห้ามปรามท่าน และโดนตราหน้าว่าอยู่ฝั่งตรงข้ามทั้งที่ไม่ใช่และเราหวังดีไม่อยากให้เครียดมากกว่า ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้

A : ผู้เชี่ยวชาญสายด่วนสุขภาพจิต 1664 ให้คำแนะนำปัญหานี้ว่า เวลานี้คนไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้กับปัญหาทางการเมืองที่เราทุกคนต้องมีส่วนร่วมมากน้อยต่างกัน แต่ถ้าเรารับรู้ข้อมูลเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้รับรู้เราจะเกิดความเครียด อันนำไปสู่ความขัดแย้งกันเองระหว่างสามีภรรยา พ่อแม่กับลูก พี่กับน้อง คู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือคนในที่ทำงานเดียวกันได้ด้วย

ดังนั้น เราควรลดความซ้ำซ้อนในการรับรู้ข่าวสารทางการเมือง ด้วยลดช่องทางการรับข่าวสารเหลือเพียง 12 ช่อง เช่น หนังสือพิมพ์กับโซเซียลมีเดีย หรือโทรทัศน์กับโซเซียลมีเดีย และลดความถี่ในการเปิดอ่านข่าวสารลงบ้างแต่ไม่ถึงขนาดทำให้ตกข่าว สมัยนี้มีสมาร์ทโฟนที่เปิดอ่านกันได้ตลอดเราก็เปิดอ่านกันทุกครึ่งชั่วโมง

สำหรับครอบครัวก็ควรพาผู้ใหญ่ออกไปต่างจังหวัด หรือเดินเที่ยวศูนย์การค้าดูหนัง เพื่อลดเวลาอยู่บ้านแล้วนั่งดูข่าวสารบ้าง รวมทั้งเลี่ยงคุยเรื่องการเมืองก็ช่วยได้มากครับ

He Said / She Said

แทนศิลปิน

“ผมชอบสาวๆ ที่มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่หน่อยครับ ไม่ชอบแบบกุ๊กกิ๊กๆ แบ๊วๆ และชอบผู้หญิงที่ชอบการเดินทางท่องเที่ยว เราจะได้เดินไปบนโลกใบเดียวกันได้ครับ”

พลอยพนักงานบริษัท

“ชอบหนุ่มๆ ที่ขี้เล่น ไม่ซีเรียสกับการใช้ชีวิต แต่ต้องรักงานที่ทำ และตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด พอเวลาส่วนตัวก็สดใส ไม่เครียด อยู่ใกล้แล้วสบายใจค่ะ”

04 Quote เปลี่ยนรูปให้ด้วยค่ะ ส่งรูปผิด ชื่อเดียวกัน

“เวลาคุณออกไปต่างจังหวัด ไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีล้ำนำสมัยเทียบเท่ากับที่เรามีใช้ในเมืองอย่างไร คุณก็รู้สึกว่า มันไม่ใช่ มันยังล้าหลังอยู่ดีแหละ”

ริชาร์ด อาร์มิตาจ นักการเมืองสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท