posttoday
ปลูกทักษะ “คิดเป็น” ป้องกันเด็กจากสื่อ

ปลูกทักษะ “คิดเป็น” ป้องกันเด็กจากสื่อ

09 พฤษภาคม 2553

เรื่อง พญ. ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ (รพ.เด็ก)

เด็กไทยใช้เวลาดูโทรทัศน์เฉลี่ย 3-5 ชั่วโมงต่อวัน หรือคิดเป็น 21-35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ด้วยเหตุนี้จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่เด็กๆ จะซึมซับและรับรู้เรื่องราวทั้งดีและไม่ดีจากสิ่งที่นำเสนอผ่านหน้าจอโทรทัศน์ หลายครอบครัวคงปฏิเสธไม่ได้ว่า โทรทัศน์ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน

การที่จะตัดขาดจากตู้สี่เหลี่ยมที่ให้ความบันเทิงประจำบ้านนั้นก็คงทำได้ยาก ดังนั้น การที่เราปลูกฝังทักษะการรู้จักคิด แยกแยะ เพื่อให้เป็นภูมิคุ้มกันลูกน้อย ในสังคมที่สื่อโทรทัศน์ครองเมืองนั้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้การดูแลให้ความรัก ความอบอุ่นทั้งทางร่างกายและจิตใจ

“จากเหตุการณ์บ้านเมืองช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าสังคมในปัจจุบันเป็นยุคของสงครามข่าวสาร มีการแบ่งขั้วในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ค่อนข้างชัดเจน จนบางครั้งก็ไม่ต่างกับโฆษณาชวนเชื่อ ดังนั้น ประชาชนในฐานะผู้รับสื่อจำเป็นจะต้องแยกแยะ วิเคราะห์และใช้วิจารณญาณอย่างมากในการพิจารณาข้อมูลข่าวสารที่ได้ยินได้ฟังมา ขณะเดียวกันในฐานะพ่อแม่ก็ต้องปลูกฝังทักษะการคิดให้กับลูก เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้เจ้าตัวน้อยอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารมากมาย โดยไม่ตกเป็นเหยื่อด้วย” พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ โรงพยาบาลเด็ก สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าว

“การสอนลูกให้คิดเป็น ถือเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่ที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางกระแสของข้อมูลข่าวสาร สิ่งที่พ่อแม่จำเป็นต้องทำเป็นอันดับแรกคือ เปิดใจรับฟังความคิดของลูก แล้วถามความเห็นของลูกในเรื่องต่างๆ เพราะก่อนที่ลูกจะตอบคำถามคุณนั้น เขาต้องคิดก่อน ลองเปิดประเด็นเรื่องต่างๆ เป็นประจำ

โดยเฉพาะในช่วงที่ดูโทรทัศน์พร้อมหน้ากัน ลองถามว่าลูกเชื่อหรือไม่เชื่อกับเหตุการณ์นั้นๆ พร้อมถามเหตุผลว่าทำไม วิธีนี้เป็นการกระตุ้นให้ลูกฝึกคิด วิเคราะห์ ผ่านการตั้งคำถามของคุณ ซึ่งเด็กๆ จะค่อยๆ ซึมซับวิธีการเหล่านี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการรับรู้ข่าวสารของเขา และหากคุณพ่อหมั่นตั้งคำถามชวนลูกพูดคุยในลักษณะเช่นนี้เป็นประจำ ในที่สุด เด็กๆ ก็จะนำวิธีการคิดวิเคราะห์ด้วยการตั้งคำถามไปใช้กับตัวเองได้โดยไม่รู้ตัว”

ซึ่งวัยที่เหมาะที่สุดในการเริ่มฝึกให้ลูกรู้จักคิด อาจเริ่มได้เมื่อลูกเข้าสู่วัยประถม คืออายุประมาณ 6 ขวบ เพราะเป็นช่วงที่เด็กๆ เริ่มมีกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ แต่จะเป็นการดี หากคุณพ่อคุณแม่ปลูกฝังทักษะการคิดให้ลูกมาก่อนหน้านี้แล้ว การเสนอทางเลือกให้ลูกก่อนวัยเรียน และเลือกกิจกรรม เช่น วาดรูป หรือร้องเพลง เลือกอาหารว่าง เช่น ดื่มนม หรือน้ำผลไม้ เพราะการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เลือกนั้น ไม่เพียงแต่สร้างความภูมิใจเล็กๆ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของความมั่นใจในตัวเองเมื่อเขาโตขึ้นเท่านั้น แต่ยังฝึกให้เด็กได้คิดว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ และเด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้ว่าพ่อแม่ก็ให้เกียรติและรับฟังความคิดเห็นของเขาด้วย” พญ.ศิราภรณ์ กล่าวให้คำแนะนำ

ท้ายที่สุดแล้ว การปลูกฝังทักษะ “คิดเป็น” ไม่เพียงจะป้องกันเจ้าตัวน้อยจากข้อมูลข่าวสารมากมายที่ผ่านมาทางสื่อรูปแบบต่างๆ เท่านั้น แต่ยังจะเป็นภูมิคุ้มกันให้ลูกอยู่ได้อย่างมีความสุข ในสังคมที่เต็มไปด้วยความแตกต่างอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท