
ทุกข์ ความจริงอันประเสริฐ
เคยเห็นป้ายคัตเอาต์ใหญ่ๆ ข้างถนนไหม ลมพัดมาล้มตึงลงไป เพราะอะไร ไม้ใหญ่ๆ ป้ายคัตเอาต์ใหญ่ๆ
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
เคยเห็นป้ายคัตเอาต์ใหญ่ๆ ข้างถนนไหม ลมพัดมาล้มตึงลงไป เพราะอะไร ไม้ใหญ่ๆ ป้ายคัตเอาต์ใหญ่ๆ ที่มันล้มลงไปเพราะมันมีอัตตารองรับการปะทะ ปะทะเมื่อไหร่ก็ล้มตึงลงไป อาการที่ล้มลงไปนั่นแหละ คือ ทุกข์ ส่วนตาข่ายทั้งหลายเมื่อลมพัดมาแค่พะเยิบพะยาบ ไม่ปลิวไปตามลมเพราะว่าอัตตามันเบาบาง มันปล่อยให้ลมผ่าน ปล่อยให้กิเลสไหลผ่าน ปล่อยให้การกระทบกระทั่งไหลผ่าน แค่กระทบ แค่กระเทือน แต่ไม่ถูกกระทำ
ฉะนั้นตัวอัตตานี่เองเป็นดั่งกำแพงเมืองจีน ที่เราแต่ละคนเมื่อยึดติดถือมั่น ทำให้กิเลสผ่านมากระทบแล้วเราก็ทุกข์หนักหนาสาหัส ทำอย่างไรหนออัตตาตัวนี้จะสลายไป เราก็ต้องคลายความยึดติดถือมั่นในอัตตา เราก็ต้องมาเรียนรู้ว่า แท้ที่จริงไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ตัวฉันของฉัน ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนี้ไม่มีหรอกตัวฉันของฉัน เป็นเพียงธาตุ ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วก็จิตใจ มันประกอบกันขึ้น สมมติเรียกว่า คน ตัวคนจริงๆ มีไหม ไม่มี มีแต่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นจากธาตุ 4 ขันธ์ 5 และจิตใจมารวมกัน สมมติเรียกว่า คน
พอสมมติเรียกว่า คน แล้วเราก็ตั้งสมมติให้มันต่อไป ถ้ามีอวัยวะอย่างนี้เรียกว่า คนผู้ชาย มีอวัยวะอย่างนี้เรียกว่า คนผู้หญิง เมื่อสมมุติเป็นชายสมมติเป็นหญิง เราก็ไปติดสมมติ เออ ฉันเป็นผู้ชาย ฉันจะต้องไม่ทำแบบผู้หญิง พอถูกเรียกว่า ผู้หญิง ก็หลงสมมติว่า เออฉันเป็นผู้หญิง ฉันจะต้องไม่ใช้ชีวิตแบบผู้ชาย เห็นไหม สมมติเริ่มพอกขึ้นไป จากนั้นก็ตั้งชื่อให้ อ๋อ ชื่อ นาย ก. คนนี้นาง ข. เขาสมมติเอาไว้เรียกขาน แต่เรากลับหลงเชื่อว่าเราเป็นนาย ก . กับนาง ข. จริงๆ ใครมาแตะ นาย ก. นาง ข. เป็นเรื่อง มีเรื่องแน่ๆ
วันหนึ่งเมื่อ นาย ก. นาง ข. ตาย เราก็เศร้าใจนาย ก. นาง ข. ตาย จริงๆ มีใครตายไหม มีแต่ความตายแต่ไม่มีคนตาย มี นาย ก. นาง ข. ตายไหม ไม่มี เพราะนั่นเป็นสิ่งสมมติ มีแต่ธรรมชาติก้อนหนึ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดำรงอยู่ แตกดับไป
เราส่วนใหญ่เข้าใจอย่างนี้ไหม พอนาย ก. ซึ่งเป็นพ่อเราตาย โธ่ พ่อ ไม่น่าจากไปเลย พ่อน่าจะอยู่กับพวกเรานานๆ โธ่ ลูกๆ น่าจะอยู่กับแม่ไปนานๆ
อาตมาเคยไปงานศพ คุณยายคนหนึ่งไปร้องไห้หน้าโลงศพของหลาน ร้องห่มร้องไห้ อาตมาจะเทศน์ก็ไม่ได้เทศน์เสียทีร้องไม่จบ
อาตมาก็เลยเรียก “ยาย จะฟังไหมเทศน์นี่”
“ฟังเจ้าค่ะ”
“ถ้าฟังก็หยุดร้องเสียทีสิ เอ้า แล้วหลานเป็นอะไรตาย”
“ตายหนุ่ม ตายกรรมเจ้าค่ะ”
“อายุเท่าไหร่ยาย”
“18 ไม่น่าจะมาตาย ตายในวัยอันไม่สมควร” แล้วก็ร้องไห้ขึ้นมาอีกเฮือกใหญ่ อาตมาก็เลยถามว่า “แล้วยายอายุเท่าไหร่ ปีนี้”
“80 เศษ เจ้าค่ะ”
“80 เศษ แล้วเหรอ หลานเท่าไหร่นะ 18 ยายว่าหลานตายในวัยอันไม่สมควรใช่ไหม”
“เจ้าค่ะ”
“แล้วอย่างยาย 80 เศษ นี่สมควรแล้วละมั้ง”
ยายก็บอก “ก็ยังไม่สมควรเจ้าค่ะ”
เห็นไหม ถ้าฟังกิเลสเมื่อไหร่จะสมควรตาย ไม่มีใครอยากตายหรอก แต่แท้ที่จริงถึงคราวตายมันตายไหม ห้ามไม่ได้ ทำไมห้ามไม่ได้ เพราะมันเป็นแค่ ธาตุ 4 ขันธ์ 5 หรือมันเป็นอนัตตา มันไม่ใช่ของเรา แต่ทำไมเราเศร้า ลึกๆ เราคิดว่ามันเป็นของเรา หลายคนอาจจะเถียง ก็ไม่ใช่ของฉันได้ไง นอนกอดทุกคืน
ตอนแผ่นดินไหวที่เฮติมีคนตายเป็นพันเราไม่ค่อยเสียใจ แต่ถ้าในคนนับพัน นั้นมีใครคนใดคนหนึ่งเป็นลูกของเรา เราจะเสียใจมาก เสียใจปิ่มว่าจะขาดใจตาย สึนามิเข้าที่ญี่ปุ่น คนตายนับแสน ดูข่าวเสร็จแล้วก็ไปทำงาน ตื่นเต้นไหม ก็งั้นๆ มีส่วนร่วมไหม ก็งั้นๆ เห็นคนอื่นระดมทุนบริจาค ยังกระแนะกระแหนเขา คนนี้สร้างภาพ แต่พอมีคนโทรศัพท์มาบอกว่า มีน้องสาวของเรา เสียชีวิตในสึนามิ เราจะสั่นสะเทือนมาก จะรู้สึกวิตกอกไหม้จนไม่อยากไปญี่ปุ่น
อาตมามีลูกศิษย์คนหนึ่ง เขาเสียแฟนเขาไปที่ทางโค้งแห่งหนึ่ง แฟนขับรถไป ไปซื้อกับข้าวกับปลามาทำให้เขานี่แหละ รถแฉลบตกลงไปเสียชีวิตคาที่ เขาไม่กล้าผ่านทางโค้งแห่งนั้นนับเป็นเวลาเกือบ 10 ปี ถามว่าผ่านไปเมื่อไหร่ ผมเหมือนจะเห็นเธอยืนไหวๆ อยู่ตรงนั้น ปล่อยไม่ลงปลงไม่ได้ ยึดมาก ยึดมากก็ทุกข์มาก ยึดน้อยทุกข์น้อย ไม่ยึดไม่ทุกข์
เมืองเหนือถ้ามีคนตายเขาจะปักตุงแดงข้างถนน เห็นตุงแดงข้างถนน อย่ารี่เข้าไปถ่ายรูปนะ มันมีความหมายของมัน เห็นตุงแดงปักอยู่ แล้วมีคนเขียนว่ารถเพิ่งประสบอุบัติเหตุ มีคนเสียชีวิต 5 ศพ เราเดือดร้อนไหม ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าเป็นคนที่เรารู้จัก เราสะเทือนไหม เราจะสะเทือนทันที ถามว่ากับคนอื่นที่ตายไป ล้มตายบาดเจ็บไปเราไม่สะเทือนใจเพราะคนเหล่านั้นไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา แต่ถ้าเป็นญาติของเรา ทำไมเราทุกข์ เพราะเขาเป็นของเรา เป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา เห็นหรือยัง เราเชื่อมตัวเองเข้ากับอะไร เราจะทุกข์เพราะสิ่งนั้น เชื่อมตัวเองเข้ากับสิ่งใด เราจะทุกข์เพราะสิ่งนั้น
พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้ว่า ทุกความยึดติดถือมั่น จะส่งผลเป็นความทุกข์เสมอ อาตมาแปลให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ที่ใดมีกอดที่นั่นมีกัด ไม่มีหรอกถ้ากอดแล้วมันไม่กัด คือยึดติดถือมั่นแล้วมันไม่ทุกข์ไม่มี เรายึดอะไรก็ตามทุกข์ทุกเรื่อง
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเข้าไปใกล้ หรือทุกสิ่งทุกอย่างที่เราครอบครอง เราจะบอกว่าเราเป็นเจ้าของมัน แต่ถ้าไปถามมัน มันจะบอกว่ามันเป็นเจ้าของเรา อย่างหลายคนขับรถมา มีรถบางคันมาจอดครูดรถเรา พอไปเห็นเหตุการณ์ปุ๊บ โอ๊ย หัวใจจะวายนั่งสมาธิไม่รู้เรื่อง ใครหน้าไหนมาจอดครูดรถฉัน อยู่ที่บ้าน ฉันแทบจะกางมุ้งให้เลย เราคิดว่านั่นเป็นรถของเรา แต่แท้ที่จริงเราเป็นของมัน หรือมันเป็นของเรา เราเสร็จมันไปแล้ว เราเป็นของมัน ถ้ามันเป็นของเรา เราต้องสั่งมันได้ แต่นี่มันสั่งเราใช่ไหม รถถูกครูดเมื่อวานเจ็บมาถึงวันนี้ไหม เจ็บมาก ถึงขั้นปฏิบัติธรรมไม่รู้เรื่อง เห็นหรือยัง
มีชาวสวนคนหนึ่ง น้ำท่วมสวนทุเรียนเขา ทุเรียนนอกฤดูกาลด้วย เขาหาอยู่หากินมาเป็น 20 ปี น้ำท่วมทั้งสวน เมื่อน้ำแห้งแล้ว แต่ชายคนนี้ก็ยังไม่ออกจากโรงพยาบาล ล้มป่วย ป่วยหนักหนาสาหัสมาก เส้นเลือดในสมองแตก เดชะบุญยังพูดได้ แต่ความทรงจำเหลือครึ่งๆ กลางๆ
ถามว่าทำไม ก็เพราะว่าเขาได้ถอดจิตวิญญาณใส่ไว้ในสวนทุเรียนทั้งหมด สวนทุเรียนล้ม ชีวิตทั้งชีวิตของเขาก็เลยล้มลงไปด้วย เห็นอานุภาพของความยึดติดถือมั่นหรือยัง ยึดมากทุกข์มาก ยึดน้อยทุกข์น้อย หมดยึดก็หมดทุกข์ เรารู้หรือยังว่าใครสร้างทุกข์ให้เรา เรานี่เองสร้างทุกข์ให้ตัวเอง ถอดรองเท้าไว้ตรงนี่ พอจะลงไปใครไม่รู้เตะไปโน้น วีนแตก ใครมาเตะรองเท้าฉัน แค่นี้ก็ทุกข์







