
เปิดชมความงดงาม วังวรดิศ อายุ 99 ปี
....วราภรณ์
วังวรดิศ อายุเกือบ 100 ปี ปลูกสร้างด้วยไม้สักเกือบทั้งหมด เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองในวัฒนธรรมไทยในสมัยนั้น แม้วันเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่วังแห่งนี้ยังคงความงดงามให้อนุชนรุ่นหลังได้ชื่นชม ก้าวแรกที่เดินผ่านเข้าประตูวัง
“วรดิศ” พบกับอาคารหลังใหญ่สูงตระหง่านงามสีเหลือง ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกอยู่รายรอบวังนับสิบๆ ไร่ ผสานเข้ากับความเงียบสงบ ไม่น่าเชื่อว่าจะตั้งอยู่ในย่านหลานหลวง กรุงเทพมหานคร นี่เอง วังวรดิศปัจจุบันกลายเป็นมรดกตกทอดสู่ทายาทรุ่นที่ 4 ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ดูแลและเก็บรักษาให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ วังวรดิศ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เข้ามาเยี่ยมเยือนชมประวัติศาสตร์ของผู้เป็นเจ้าของวัง คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ หรือ “พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดี” พระองค์ทรงเป็นต้นตระกูลของราชสกุล “ดิศกุล”ในอดีตเมื่อครั้ง ม.ล.ปนัดดา เหลนในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ยังเยาว์วัย ก็ได้อาศัยอยู่ที่วังนี้กับคุณพ่อ ม.ร.ว.สังขดิศ ดิศกุล พออายุสิบกว่าขวบได้ตามคุณพ่อไปรับราชการเป็นเอกอัครราชทูต ณ ต่างประเทศ จึงจากวังแห่งนี้ไป แล้วก็ย้ายกลับตามคุณพ่อมาอยู่เมืองไทย แล้วก็ตั้งวังแห่งนี้เป็น มูลนิธิพิพิธภัณฑ์ วังวรดิศ ในพระบรมราชินูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตามเจตนารมณ์ของคุณพ่อ โดยได้ปลูกสร้างบ้านหลังใหม่อยู่ในบริเวณเดียวกับวังแห่งนี้
“
ผมเคยอยู่วังนี้ตั้งแต่เด็ก พอย้ายกลับมาจากต่างประเทศ คุณพ่อก็ปลูกบ้านหลังใหม่ แล้วทำวังแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ตามคำแนะนำของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จทวด คุณพ่อก็น้อมนำแนวความคิดและปฏิบัติตาม”เมื่อก้าวขึ้นมาด้านบน จะพบกับมุขและเฉลียงหน้าบ้าน เข้าสู่ด้านในพบกับห้องโถงตกแต่งสไตล์จีน เครื่องเรือนจีนที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 ห้องนั่งเล่นส่วนพระองค์ ส่วนอีกฟากหนึ่งของบ้าน จัดแบ่งเป็นหน้ามุข ห้อง Study ห้องรับประทานอาหาร และห้องโถงบันไดเวียนก้าวขึ้นสู่ชั้นสอง แบ่งเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ ห้องทรงพระอักษร ห้องพระบรมอัฐิ ห้องฉลองพระองค์ ห้องนอนของ ม.ล.ปนัดดา เมื่อครั้งยังเยาว์ ห้องพระบรมอัฐิ เป็นต้น โดยแต่ละห้องมีประตูกั้นแต่ก็เปิดถึงกันหมด
“
สิ่งที่ผมจำได้แม่นยำคือ ทุกวันสงกรานต์ซึ่งนับเป็นเทศกาลสำคัญที่ลูกๆ หลานๆ ราชสกุลดิศกุล จะต้องมารวมกันที่วังแห่งนี้ มุมห้องนั่งเล่นตรงด้านหลังบ้านทำเป็นแท่นแล้วมีตั่งตั้งอยู่ มุมนี้เป็นมุมที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทับแล้วก็โปรดให้ลูกๆ หลานๆ มานั่งล้อม แล้วก็เล่าเรื่องราวประทับใจต่างๆ ให้ฟัง ต่อมารุ่นท่านย่าของผมคือ ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล ก็เคยประทับอยู่ที่วังนี้ก็สืบทอดการเล่าเรื่องแบบนี้ ผมเองตอนเด็กๆ ก็มีห้องนอนตรงปีกซ้าย ปัจจุบันห้องนั้นก็ยังมีเปล และของเล่นของผมตั้งโชว์ให้บุคคลทั่วไปที่สนใจได้ชื่นชม” ม.ล.ปนัดดา เล่าถึงความรู้สึกผูกพันมากเป็นพิเศษสำหรับการก่อสร้างตำหนักหลังงามเป็นสถาปนิกคนเดียวกับที่ออกแบบพระราชวังบ้านปืน และวังบางขุนพรหม Karl Dohring ชาวเยอรมัน
“วังวรดิศ” จึงนับเป็นสถานที่สำคัญและมีคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอันน่าหวงแหน






