
โรซี่ ตีแผ่ประสบการณ์นางแบบอินเตอร์
“โรซี่ชีรา ชูวิเชียร” หรือ “ชีรา ชู” ชื่อชั้นที่รู้จักกันในวงการนางแบบนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
โดย...นกขุนทอง
“โรซี่-ชีรา ชูวิเชียร” หรือ “ชีรา ชู” ชื่อชั้นที่รู้จักกันในวงการนางแบบนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอคือนางแบบไทยที่ผจญภัยในมหานครนิวยอร์กเพียงลำพังเป็นระยะเวลา 2 ปี กับเอเยนซี่ติดท็อปห้าระดับโลกอย่าง Wilhelmina Model
“นางแบบ” อาชีพที่สาวๆ หลายคนใฝ่ฝันและอาจคิดไปว่า อาชีพนี้ก้าวเข้ามาเป็นได้ง่าย แถมยังรายล้อมไปด้วยสรรพสิ่งสวยงามละลานตา แต่หารู้ไม่ว่าเบื้องหลังของรายได้ก้อนโต ความสวยงามเหล่านั้น ต้องลำบากและผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะได้ไปยืนอยู่บนเวทียิ่งใหญ่นั้น
จากประสบการณ์จริงที่เผชิญมาในก้าวไต่เต้า เก็บกด ท้อแท้ เหนื่อยยากลำบาก อิ่มใจ มีความสุข หลายความรู้สึกและหลากสิ่งที่ประเดประดังเข้ามาให้ได้เรียนรู้ในวงการนางแบบ จากการเขียนไดอะรี่ที่เสมือนเป็นเพื่อนให้ได้ระบายความในใจได้กลายมาเป็นหนังสือชื่อ “ชีรา อาชีพที่ไม่มีเกียรติ มีแต่เกือก” หนังสือที่สาวๆ อยากเป็นนางแบบไม่ควรพลาด...
“จากการที่ต้องพักรวมอยู่กับเพื่อนนางแบบที่โมเดล อพาร์ตเมนต์ ไม่มีพื้นที่ส่วนตัวเลย ห้องเล็กรูหนูและสกปรกมาก ผู้หญิง 6 คนต่อห้องน้ำหนึ่งห้อง ฉะนั้นการเขียนไดอะรี่เป็นวิธีเดียวที่หนูสามารถระบายความเครียดได้ค่ะ เพราะบางเรื่องหนูบอกให้คนที่บ้านรู้ไม่ได้ กลัวเขาจะเป็นห่วง ดังนั้นโกรธใคร โมโหใคร เศร้าเรื่องอะไร หรืออยากด่าใครก็ลงที่ไดอะรี่หมดเลยค่ะ เพราะนางแบบที่เป็นรูมเมทอ่านไม่ออก ผลดีของการเขียนไดอะรี่คือ ความเครียดคลายลงอย่างชัดเจนหลังจากที่เขียนและเวลากลับมาอ่านก็สนุกไปอีกแบบค่ะ เหมือนอ่านนิยาย ไม่สิ สนุกกว่านิยาย ดังสุภาษิตที่ว่า ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย”
ตัดสินใจนำเรื่องราวในไดอะรี่และเปิดประสบการณ์เบื้องลึกเบื้องหน้าทั้งหมดในวงการนางแบบอินเตอร์ เพื่อเป็นบทเรียนให้กับสาวๆ ที่มีฝันเดียวกัน
“หนูอยากให้ประสบการณ์หนูเป็นวิทยาทานกับนางแบบรุ่นหลัง อยากให้สาวไทยมีความเข้าใจในหน้าที่การงานในสายอาชีพนางแบบที่ต่างประเทศว่าระบบเป็นอย่างไร ถ้าจะไปทำงานที่นิวยอร์กต้องประพฤติตัวอย่างไร ต้องมีชั้นเชิงในการทำงานหรือสื่อสารกับคนในเอเยนซี่มากขนาดไหน นอกจากนี้หนูอยากจะให้คนที่ไม่ได้ทำงานในวงการแฟชั่นมีความเข้าใจที่ถูกต้องกับสายงานอาชีพนางแบบ ที่ไม่ใช่แค่สวยๆ เดินๆ แล้วรับเงินกลับบ้าน และคนที่เป็นนางแบบอยู่แล้วที่เมืองไทยต้องลบทัศนคติหรือนิสัยความเคยชินที่ทำงานที่เมืองไทยออกให้หมดจนเหลือศูนย์ ถ้ายังเอานิสัยจากการทำงานที่เมืองไทยไปใช้ที่นิวยอร์ก หนูบอกได้เลยค่ะว่าอยู่ไม่ถึง 2 อาทิตย์ก็เก็บของบินกลับไทยแล้ว นอกจากนี้หนูอยากให้หนังสือของหนูเป็นสิ่งที่สร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจค่ะ จากการทำงานที่นิวยอร์กทำให้หนูคิดได้ว่าคนเราจะเก่งแค่ไหนก็ตาม ความเก่งนั้นจะเท่ากับศูนย์ทันทีเมื่อเราหมดกำลังใจ ฉะนั้นการให้กำลังใจหรือการสร้างแรงผลักดันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หนังสือของหนูจะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ใจคุณมีกำลัง”
เรื่องราวในหนังสือนอกจากแนะนำตัวเองให้เห็นถึงความฝันของเด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง มีความพยายามทำทุกอย่างเพื่อตามหาฝันจนเกิดเป็นจริงได้ ยังแนะนำเส้นทางสู่อาชีพนี้แบบฮาวทู ก้าวทีละก้าวสู่นางแบบอินเตอร์
“ในนี้บอกหมดค่ะ เริ่มเข้าวงการอย่างไร ระบบการทำงานที่ไทยและที่ต่างประเทศมีความแตกต่าง มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร เหตุการณ์และเรื่องราวที่หนูต้องเผชิญ ปัญหาอุปสรรคต่างๆ มากมาย จะไปทำงานที่นิวยอร์กต้องเตรียมตัวอย่างไร เตรียมพร้อมตัวเองด้านไหนบ้าง จุดยืนของนางแบบที่เราต้องระลึกเวลาเราทำงานที่นั่น วิธีการต่างๆ ที่จะสามารถทำให้เราทำงานอยู่ในเอเยนซี่นั้นๆ ได้อย่างราบรื่น”
การเป็นนางแบบว่ายากแล้ว พอลงจากแคตวอล์กมาจับปากกาเขียนหนังสือก็เจองานยากเข้าไปได้อีก
“ยากมากกก (ลากเสียงยาว) หนูเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือเลยตั้งแต่เด็ก บอกตามตรงเลยค่ะว่าต้องทำการบ้านเยอะมากและต้องไปร้านหนังสือ ศึกษาพ็อกเกตบุ๊กของคนอื่นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นวิธีเขียน การลำดับเรื่อง หรือแม้แต่สไตล์การทำอาร์ตเวิร์ก เป็นเรื่องที่ยากมากๆ สำหรับเด็กคนหนึ่งที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่พอเอาไดอะรี่ตัวเองมาเรียบเรียงเองอีกทีก็สนุกดีค่ะ เวลาอ่านย้อนหลังก็นึกถึงเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ ที่เราเจอว่าเราผ่านมาได้ยังไง หรือเราทนกับสภาวะตอนนั้นได้ยังไง”
ถ่ายทอดแบบเพื่อนบอกเพื่อน นอกจากคนเขียนจะเล่าเรื่องได้ลื่นไหลไม่เกร็งแล้ว คนอ่านยังอ่านสนุกเหมือนกำลังฟังจากปากเจ้าตัว เข้าใจได้ง่ายด้วย
“หนูจินตนาการว่าหนูเป็นผู้อ่าน คิดว่าผู้อ่านจะอยากรู้อะไรก่อน มีเรื่องราวใดบ้างที่จำเป็นและเป็นสิ่งที่คนไทยไม่เคยรับรู้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงาน บทบาทหน้าที่ของนางแบบ คนรอบข้างที่มีอิทธิพลกับนางแบบ หรือแม้แต่หลักการดำเนินชีวิตต่างๆ มากมายที่เราจะนึกไม่ถึง ทุกอย่างที่มีอยู่ในหนังสือเป็นสิ่งที่มาจากประสบการณ์ล้วนๆ ซึ่งหนูรับประกันเลยว่ายังไม่เคยมีใครมาเล่าเรื่อง และมาตีแผ่เบื้องหลังวงการมายาของนิวยอร์กอย่างที่หนูทำ”
หากใครอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วชอบ คิดว่าได้รับสาระประโยชน์ ช่วยส่งเสียงดังๆ ให้โรซี่ได้รับทราบด้วย เพราะเธอบอกว่ายังมีเรื่องที่ยังไม่ได้เล่าอีกเยอะ เด็ดๆ ทั้งนั้น และอยากเล่ามาก แต่รอดูกระแสเล่มนี้ก่อน...
รู้จัก...โรซี่ชีรา ชูวิเชียร
การศึกษา : จบการศึกษาจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตร์ เอกการละคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เธอเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับ O1 Visa หรือวีซ่าประเภทดารา นางแบบ จากประเทศสหรัฐอเมริกา
หนังสือเล่มโปรด : เคยอ่านหนังสือที่ชื่อ “คว้าดาวด้วยเท้าเปล่า” ของคุณนุวีร์ เลิศบรรณพงษ์ ที่เขาเอาเรื่องราวของบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนที่มีพื้นฐานชีวิตติดลบ แต่มุ่งมั่นจนสำเร็จอย่าง สตีฟ จ็อบส์ โอปราห์ วินฟรี อ่านแล้วมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้นเลยค่ะ หนูจึงอยากให้หนังสือของหนูเป็นบ่อเกิดแห่งความรู้สึกที่ดีแบบนั้น
เอาตัวรอดด้วยธรรมะ : วิถีชีวิตนางแบบกับธรรมมะ ฟังดูไม่ค่อยจะสอดคล้องกันเท่าไหร่ แต่ที่จริงแล้วธรรมะอยู่รอบตัวเรา ธรรมะทำให้หนูใจเย็นขึ้น ทำให้หนูคิดก่อนพูด ธรรมะทำให้หนูไม่โกรธเวลามีคนใส่ร้ายป้ายสี ธรรมะทำให้หนูสงสารคนที่เขาคิดอาฆาต คิดอิจฉา ธรรมะทำให้หนูมีแง่คิดหลายมุมและสามารถทำให้หนูตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง โดยหลักง่ายๆ คือ “การกระทำของเราต้องอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ไม่ใช่ความถูกใจ” แค่หลักง่ายแค่นี้หนึ่งข้อก็ทำให้หนูมีวิถีชีวิตที่วุ่นวายน้อยลงมากค่ะ







