
นี่แหละคือความรัก
ช่วงต้นปี รับปี 2557 ผมได้มีโอกาสไปร่วมทริปปั่นจักรยานเพื่อชมวิถีธรรมชาติ ณ จ.ตรัง กับสายการบินนกแอร์
โดย...จตุรภัทร หาญจริง
ช่วงต้นปี รับปี 2557 ผมได้มีโอกาสไปร่วมทริปปั่นจักรยานเพื่อชมวิถีธรรมชาติ ณ จ.ตรัง กับสายการบินนกแอร์ ขอบอกว่า นี่เป็นการปั่นจักรยานเป็นหมู่คณะครั้งแรกของผมเลยทีเดียว ถามว่าเด็กบ้านนอกที่มาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกรุงร่วม 18 ปีเข้าไปแล้ว การได้เอามือจับคันเร่ง เท้าได้เหยียบที่ปั่น มันได้ความรู้สึกอะไรบางอย่างบ้างไหม คำตอบคือ ได้ครับ...ได้อย่างมากมายมหาศาลเลยทีเดียว
ที่ผมได้เพราะทริปนี้เป็นทริปปั่นจักรยานที่ไม่ได้แค่ปั่น ปั่น แล้วก็ปั่น เพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นการปั่นด้วยระยะทาง 20 กิโลเมตร ที่นอกจากจะได้ชมธรรมชาติ ท้องทุ่งนา และวิถีชุมชน ยังได้แวะพัก ณ ถ้ำเขาช้างหาย เพื่อเข้าไปสัมผัสความงามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้น และก็ได้มอบความงามนี้ให้กับมวลมนุษยชาติอย่างเราๆ ได้ชื่นชมอีกด้วย
ระหว่างทางที่เดิน ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกและหินย้อย ที่เชื่อมย้อยและงอกเข้าไว้ด้วยกันด้วย “หยดน้ำ” ซึ่งกฎเหล็กของที่นี่คือ ถ้าเราเอามือไปแตะน้ำที่กำลังจะหยดลงจากหินย้อย หินที่กำลังจะงอกก็จะไม่งอกอีกต่อไป นี่จึงเป็นสิ่งที่เราในฐานะแขกผู้มาเยือนต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า ดูแต่ตา มืออย่าแตะต้อง
สำหรับบทเรียนที่ผมได้รับจากการเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมความงาม ณ ถ้ำแห่งนี้ มันคือบทเรียนที่เมื่อผมต้องเดินทางมาถึงทางแยก ว่าจะเดินกลับออกไปยังปากถ้ำแบบสวยๆ สบายๆ หรือจะเลือกลอดถ้ำที่ทั้งเล็ก ทั้งแคบ ทั้งยาวไกล กว่าจะไปถึงปากถ้ำ ซึ่ง ณ ขณะนั้น ในใจผมคิดเพียงแต่เอาไงดีว้า เอาไงดี
ในที่สุด ผมก็เลือกที่จะลอดถ้ำ ด้วยความคิดเพียงแค่ว่า ก็ในเมื่อเรามาถึงจุดไคลแมกซ์ซะขนาดนี้ ทำไมเราไม่ลองให้รู้กันไป
เพียงแค่นั้น ผมก็ได้ลอดถ้ำสมใจ แต่การลอดถ้ำครั้งนี้ ผมต้องผจญภัยไปกับความเฉอะแฉะของโคลน ความอบอ้าวของอากาศ ที่ทำให้หายใจติดขัด อีกทั้งเหงื่อก็ไหลออกมาไม่ขาดสาย แถมยังต้องเดินแบบนั่งยองๆ เดิน และยังต้องระวังหินย้อยที่คอยเป็นอุปสรรคขวางทางตลอดเวลา
ถามว่า ถ้าในชีวิตจริงของเรา ต้องเจอกับอุปสรรครอบด้านขนาดนี้ อะไรคือสิ่งที่จะช่วยค้ำจุนให้เราเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างสำเร็จ
สำหรับผม ผมคิดว่ามันคือ “การมองไปยังทางข้างหน้า แต่ทว่าอยู่กับทุกก้าวที่เดิน” มันคือการอยู่กับทุกก้าวที่เดินจริงๆ ครับ ก้าวต่อก้าวเท่านั้น เผลอคิดเรื่องอื่นไม่ได้เลย เพราะพอเราเผลอคิด หัวเราอาจไปชนเข้ากับหินย้อยเข้าดังโป๊กเหมือนที่ผมโดนมาแล้วก็ได้ ซึ่งก็ทำเอามึนไปนานสองนานเลยทีเดียว
ในที่สุด เมื่อผมโผล่พ้นจากการลอดถ้ำได้สำเร็จ สิ่งที่ผมได้รับคือความรู้สึกที่ว่า เราทำได้ อุปสรรคขวากหนามก็ทำอะไรเราไม่ได้ เราผ่านความยากลำบากมาได้ เพียงเพื่อจะได้พบความภาคภูมิใจในคุณค่าความพยายามที่เรามอบให้กับตัวเราเอง แต่ผมว่า ที่สำคัญยิ่งกว่า ยิ่งกว่าสิ่งที่เราได้จากตรงนั้น มันคือการได้ห่วงใยเพื่อนร่วมทาง การได้บอกทางแก่ผู้เดินตามข้างหลังว่าข้างหน้าจะมีอะไรกั้นขวางบ้าง ผมว่านี่คือสิ่งที่สำคัญกว่า เพราะมันคือความรักอันบริสุทธิ์ แถมยังไร้เงื่อนไขอีกต่างหาก
หากถามผมว่าความรักคืออะไร
อะไรคือความรัก
ผมว่า...นี่แหละคือความรักสำหรับผม
เป็นความรักที่ผมจะนำเอามาใช้ในชีวิตจริงให้ได้ทุกวันเวลา
และทุกลมหายใจเข้าออก







