posttoday
แค่ใช้ใจ ก็จะมองเห็น(แมลง) ดร.นันทศักดิ์ ปิ่นแก้ว

แค่ใช้ใจ ก็จะมองเห็น(แมลง) ดร.นันทศักดิ์ ปิ่นแก้ว

08 พฤษภาคม 2553

ทําไมรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตของคนเรามักจะถูกมองข้ามไปอยู่เสมอ ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและมีเรื่องราวอีกมากมายให้เรียนรู้อย่างไม่จบสิ้น ทำให้ “ดร.นันทศักดิ์ ปิ่นแก้ว” อาจารย์ภาควิชากีฏวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลือกที่จะใช้หัวใจสีเขียวของเขาขยายสิ่งเล็กๆ เหล่านั้นให้คนทั่วไปได้รู้ ได้เห็น และได้รู้จักกับ “แมลง” สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ซ่อนเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ไว้อย่างมากมาย

ในช่วงวัยเด็กของอาจารย์ความสนุกของการเดินป่าคงอยู่ที่การได้เดินตะลุยไปให้ถึงจุดหมาย แต่เมื่อโตขึ้นความสนุกของการเดินป่ากลับอยู่ที่ระหว่างทางที่จะเดินไป เพราะตามรายทางจะมีความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ให้นักวิจัยได้ร่วมสนุกที่จะศึกษา โดย ดร.นันทศักดิ์ จะเน้นศึกษาเฉพาะผีเสื้อกลางคืนในกลุ่ม Micro Moth ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ท้าทายในการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะด้วยขนาดที่เล็กเพียง 7 มิลลิเมตร เมื่อกางปีกออก มีความบอบบางสูง และต้องอาศัยการสังเกตลวดลายบนปีกเป็นอย่างมากในการจำแนกชนิด ทำให้อาจารย์รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ยากจะเข้าถึง แต่เมื่อได้สัมผัสมันแล้ว สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความอัศจรรย์ใจที่ได้รู้จักกับเรื่องราวมากมายของแมลงเหล่านั้น

และด้วยความท้าทายจากเจ้าผีเสื้อตัวเล็กๆ ทำให้ ดร.นันทศักดิ์ ไม่หยุดที่จะเรียนรู้กับผีเสื้อราตรีในกลุ่มนี้ จนสามารถค้นพบผีเสื้อราตรีสายพันธุ์ใหม่ของโลกได้ในป่าดิบเขา ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยได้ตั้งชื่อว่า “ผีเสื้อหนอนม้วนไม้วณีย์” ซึ่งเป็นการตั้งชื่อเพื่อเป็นที่ระลึกแด่คุณแม่ของอาจารย์เนื่องในวันแม่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของอาจารย์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นผีเสื้อตัวแรกที่อาจารย์ได้มีโอกาสตั้งชื่อให้มันได้ปรากฏอยู่ในสารบบของผีเสื้อราตรีโลก ในด้านการเดินทางสำรวจเพื่องานวิจัยแมลงของ ดร.นันทศักดิ์ จะเป็นงานวิจัยแบบอนุกรมที่เน้นความหลากหลาย จึงต้องเดินทางไปศึกษาในหลายๆ พื้นที่ ทั้งอุทยานแห่งชาติเขานัน เขาใหญ่ และทองผาภูมิ ซึ่งการเข้าป่าบ่อยย่อมจะต้องเป็นไข้ป่ากันเป็นธรรมดา และแน่นอนว่าอาจารย์เองก็ไม่พลาดที่จะเป็น แต่แค่พิเศษตรงที่เป็นทั้งไข้มาลาเรียและไข้เลือดออกในเวลาเดียวกัน ซึ่งอาจารย์ก็บอกเพียงว่า เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี และไม่เป็นปัญหาที่จะทำให้หยุดการใช้ชีวิตในป่าเพื่อที่จะศึกษาและเก็บตัวอย่างของแมลงไว้ ซึ่งหากถามต่อว่าเก็บตัวอย่างแมลงไว้เพื่ออะไร คำตอบที่ได้กลับมาจากอาจารย์ก็คือ เพื่อให้ครั้งหนึ่งเราได้รู้ว่ามันเคยมี ทำให้คนในอนาคตสามารถสืบค้นประวัติศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตกลับมาได้ เพราะป่าเปลี่ยนไปทุกวัน วันนี้เรามาที่นี่เราได้เจอ แต่อีกสิบปีข้างหน้ากลับมาอีกที อาจจะไม่เจอแมลงชนิดนี้อีกก็เป็นได้ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าสูญพันธุ์นั่นเอง

หากอ่านมาถึงย่อหน้านี้แล้วเริ่มจะมีใจอยากมองรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิต หรืออยากจะทดสอบประสิทธิภาพสายตาในการสังเกตแมลงแล้ว ดร.นันทศักดิ์ ได้แนะนำการเป็นนักกีฏวิทยามือใหม่ไว้อย่างน่าสนใจคือ ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า อะไรคือแมลง ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่จะเป็นแมลงได้ก็ต้องมี 6 ขา และมีปีก โดยแมลงที่ดูง่ายสุดนั้นคือ ผีเสื้อ เพราะมีให้เลือกชมกว่าพันชนิด มีสีสันฉูดฉาดสวยงาม และพบได้ง่ายในประเทศไทยโดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและปางสีดาในช่วงปลายเดือน เม.ย.

ดร.นันทศักดิ์ ยังแนะวิธีล่อผีเสื้อมาอีกว่า ให้ใช้น้ำปลาหรือผลไม้สุกมาล่อ รับรองได้ว่ามันจะมาเกาะอยู่กับที่อย่างไม่สนใจคนที่มานั่งชมมันเลย และยิ่งสำหรับช่างภาพก็ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งที่จะพกเลนส์มาโครสักตัวหนึ่ง ไปขยายความสวยงามของผีเสื้อเหล่านั้นมาอวดโฉมให้เพื่อนร่วมทริปได้ชมกัน ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าการดูนกกับการดูแมลงต่างกันอย่างไร คำตอบก็คือ การดูแมลงไม่จำเป็นต้องอาศัยความเงียบ ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวกลมกลืนมากเพราะการมองเห็นของแมลงไม่ดี เพียงแค่อาศัยความช่างสังเกตและวิชาย่องเบาเพื่อเข้าไปหามันให้ได้ใกล้ๆ ก็พอแล้ว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ดร.นันทศักดิ์ กล่าวแนะนำว่า “การมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืชพรรณหรือสัตว์ป่า ก็จะยิ่งเพิ่มความสนุกในการเดินป่ามากขึ้น เพราะจากตำราที่เคยเรียน จากภาพที่เคยเห็น พอได้มาสัมผัสกันตัวเป็นๆ มันจะทำให้หัวใจของใครหลายคนพองโตได้ และทำให้หลงเสน่ห์ของความเป็นป่าได้มากขึ้น แต่ใช่ว่าการดูแมลงจะทำได้แค่เข้ามาในป่าลึก เพราะความจริงแล้ว แมลงเป็นสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา แค่เดินไปที่สวนใกล้บ้าน คุณก็จะพบกับผีเสื้อที่อาจจะเคยบินผ่านตัวคุณไปแล้ว เพียงแต่คุณไม่เคยใส่ใจมองเห็นมันเองก็ได้”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท