
อ่านแล้วไม่ ‘เพลีย’ กับ ว.แหวน
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
อ่านแล้วไม่ ‘เพลีย’ กับ ว.แหวน
ถามว่า ณ ยุคสมัยนี้ มีนักเขียนหญิงท่านใดที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดบนแผงหนังสือ เชื่อแน่ว่าชื่อของ “ว.แหวน” คงเป็นชื่อลำดับต้นๆ ที่เราพอจะนึกถึง เธอเป็นสาวใต้ที่เคยฝังตัวอยู่ในเมืองกรุงสักชั่วเวลาหนึ่ง ทำงานเขียนที่เธอรัก ด้วยผลงานเขียนมากมายหลายเล่ม จนเมื่อถึงเวลาที่เธอต้องกลับไปสู่บ้านเกิด (อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา) เธอก็ไม่ละทิ้งการเขียนหนังสือที่เธอรัก และผลงานเล่มล่าสุด “เพลีย” ก็คือผลผลิตจากการทำงานที่ห่างไกลกรุง (แต่ทว่าโดนใจทั้งคนกรุงและคนต่างจังหวัดยิ่งนัก)
“ที่มาของหนังสือ เริ่มต้นขึ้นจากนิสัยช่างประชดประชันของตัวเอง เวลาเห็นอะไรขวางหูขวางตา แล้วก็พาลหงุดหงิดกับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ก่อให้เกิดอาการรำคาญใจ เบื่อๆ ขำๆ ฮาๆ แกมละเหี่ย อยู่บ่อยๆ คืออาการไม่ได้รุนแรงมาก เหมือนตลกร้ายในชีวิต ที่บางทีก็อดขำไม่ได้ บางเรื่องก็อดโมโหไม่ไหว บางอย่างก็อดกระแนะกระแหนไม่ได้ แต่ภาพรวมๆ ก็ไม่ได้เลวร้าย แค่ปล่อย ‘เฮ้อ!’ มาเป็นพักๆ หรือขำๆ หรือแค่ ‘หึๆ’ ในลำคอ จึงรวบรวมเรื่องราวเหล่านั้น ทั้งที่คนอื่นเป็นและเราเองก็เป็น มาเหน็บแนมแกมประชดให้พอสนุกสนาน หยอกเอินให้พอฮาๆ เพื่อความบันเทิง และเพื่อประโยชน์ในการขบคิดปรับใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน อะไรที่เยอะไป ก็จะได้เพลาๆ ลง อะไรที่หย่อนไป ก็จะได้ใส่ใจมากขึ้น”
ว.แหวน เผยว่า แรกเริ่มตอนเขียนหนังสือเล่มนี้ เธอยังคิดชื่อไม่ออก พยายามคิดหาคำที่อยู่ตรงกลางพอดีๆ ระหว่างคำนิยามที่คิดขึ้นมาได้ว่า ไม่ถึงกับเบื่อ ไม่ถึงกับรำคาญ ไม่ถึงกับไม่ชอบ ไม่ถึงกับเหนื่อย ไม่ถึงกับเครียด
“ทำยังไงถึงจะให้คนอ่านรู้สึกว่าสนุก แกมประชดประชัน จิก กัด และไม่เครียด แต่ทำให้คนอ่านแค่ระอานิดๆ ปนหยอกเอินหน่อยๆ แล้วพอดีในช่วงนั้น ได้ยินคำว่าเพลียเข้ามา คิดว่าพอเหมาะพอเจาะกับอารมณ์ที่ต้องการบอกพอดี ทีแรกคิดกันมาเป็น...มากเรื่อง เยอะสิ่ง ติ่งเพลีย เพราะได้ใจความครบถ้วนที่สุด แต่จากมติมหาชน คิดว่ายาวไป เลยตัดเหลือคำว่าเพลียคำเดียว เพราะคิดว่าแค่นี้ก็พอเข้าใจเจตนาของหนังสือเล่มนี้แล้ว”
เรื่องราวทั้งหมดที่ ว.แหวน ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ จำเป็นต้องมีภาพประกอบ ซึ่งเธอเผยว่า เธอได้นักวาดการ์ตูนคู่บุญบารมี คือ “พี่มุ้ย” ผู้วาดภาพประกอบหนังสือ “บอย” มาร่วมถ่ายทอดอารมณ์ของเรื่องราวให้ถึงรสถึงชาติ
“กับหนังสือเล่มนี้ นอกจากความบันเทิงสนุกสนานในการอ่านและดูภาพประกอบ หลายๆ เรื่องในหนังสือเล่มนี้ ก็สะท้อนความเป็นไปของสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะความเยอะที่หลายๆ คนสรรหาเข้ามาใส่ตัวเอง ในโลกที่ความเนิบช้าหายไป เราชินกับความรวดเร็ว ฉาบฉวยกันมากขึ้น จนบางครั้งเราก็เผลอลืมรายละเอียด หรือความละเอียดอ่อนต่อเรื่องบางเรื่องไป หนังสือเล่มนี้อาจช่วยให้หลายๆ คนได้ฉุกคิด เพื่อปรับเปลี่ยนบางอย่างในชีวิตให้อยู่ในภาวะสมดุล พอดี พองาม มากขึ้น”
ว.แหวน กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ทุกเรื่องในหนังสือเล่มนี้ “โดน” แทบจะทุกเรื่อง “มากกว่าครึ่ง มั่นใจว่าคนอ่านต้องอดรำพึงไม่ได้ว่ากูก็เป็น เหมือนขำๆ ในความเป็นไปของตัวเองเหมือนกัน”
เรื่องราวทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ เชื่อแน่ว่าเป็นชีวิตประจำวันที่เราทุกคนต่างพบเจอได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เขียนเกี่ยวกับอาการ “เสพติดสังคมออนไลน์”
“เราส่วนใหญ่ก็เกือบจะเป็นเหมือนกันไปหมดแล้ว โลกทุกวันนี้คุยกันทางหน้าจอมากกว่าเงยหน้าคุยกัน นั่งด้วยกัน ยังต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากันเลย ความหมายคำว่าสังคมเปลี่ยนไปอยู่ในมือถือหรือแท็บเล็ตกันหมดแล้ว ซึ่งถามว่าเห็นแล้วหงุดหงิด รำคาญ โกรธ เครียดมั้ย ก็ไม่ถึงกับขนาดนั้น ก็แค่เพลีย ถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะเข้าใจเลยว่า หนังสือเล่มนี้ต้องมีชื่อนี้เท่านั้นจริงๆ”
“ว.แหวน” คือนามปากกาของ “สาวิตรี แก้วทัศน์” จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะวิทยาการจัดการ สาขาบริหารธุรกิจ เอกการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เข้าสู่วงการ (หนังสือ) ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2539 กว่า 10 ปีในโลกเปเปอร์ (ไม่ใช่ไซเบอร์) มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ Life on the rock, เป็นอะไรไป...ความรัก?, Life lotion, ชีวิตเรา...เอาไงดี?, Life on the road, ทำไมโลกชอบเล่นตลกกับเรา?, ทำไมมันยากนัก...แค่รักใครซักคน?, How to get married!, ทำชีวิตให้ธรรมดา, อยู่นานๆ นะ...ความรัก, หนูแหวน...คมขำ, 50 กระบวนท่าฝ่าด่านชีวิต, นินทาความรัก, คำกลม, หนังสือการ์ตูนชุด “บอย” และยังคงมุ่งมั่นเขียนหนังสือต่อไป เพราะเป็นอาชีพเดียวที่ทำเป็น! พูดคุย ไลค์ แชร์ ชม กันได้ที่ www.facebook.220com/Worwaenfanpage







