อาณาจักรแห่งความพอเพียง
ลมหนาวอ่อนๆ พัดไอดินกลิ่นหญ้าโชยเข้าจมูก ผมเพ่งสายตาฝ่าเปลวแดดบ่ายมองความงดงามของท้องทุ่ง
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
ลมหนาวอ่อนๆ พัดไอดินกลิ่นหญ้าโชยเข้าจมูก ผมเพ่งสายตาฝ่าเปลวแดดบ่ายมองความงดงามของท้องทุ่ง นกเอี้ยงคลอเคลียควายเฒ่า ไกลลิบๆ มีดงไผ่เรียงทิวแถว บรรยากาศยามนี้ช่างสงบงามเหลือเกิน
บนพื้นที่ 375 ไร่ “พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” จ.ปทุมธานี ได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งความพอเพียง เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเพียงแห่งเดียวในไทย มุ่งเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของในหลวงด้านการเกษตร รวมถึงองค์ความรู้ ภูมิปัญญา นวัตกรรมเศรษฐกิจพอเพียง น่าตื่นตาตื่นใจ และจับต้องได้
เริ่มกันที่พิพิธภัณฑ์ในอาคารก่อนแล้วกัน พิพิธภัณฑ์ในหลวงของเรา ความรักยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมอบให้ปวงชนชาวไทยทางด้านเกษตรกรรม ตั้งแต่ประวัติความเป็นพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชดำริเกี่ยวกับการเกษตรอันเฉียบคมหลักแหลม พระราชกรณียกิจสำคัญที่ทรงปฏิบัติมาชั่วชีวิตเหนือจรดใต้ ไม่ว่าเรื่องดิน น้ำ ข้าว พลังงานลม พลังงานชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนนวัตกรรมที่ได้รับยกย่องถึงพระอัจฉริยภาพ อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา หญ้าแฝก ทฤษฎีแกล้งดิน ฝนหลวง ฯลฯ สัมผัสบรรยากาศจำลองวิถีชีวิตชนบท เรือกสวนไร่นา ปศุสัตว์ ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ดูแล้วมีความสุขราวกับหลุดเข้ามาในโลกอีกใบ โลกแห่งความอุดมสมบูรณ์
ที่น่าทึ่งกว่านั้น คือ รูปแบบการนำเสนออันล้ำสมัย ไม่ว่าภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น 3 มิติ เรื่อง “พ่อในบ้านของเรา” และ “แผ่นดินของเรา” “กษัตริย์เกษตร” เรียนรู้คำพ่อสอนไปปฏิบัติในชีวิต โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานผู้น้อมนำ แล้วพบกับความมหัศจรรย์ของท้องทุ่ง นำเสนอด้วยระบบโฮโลแกรม มิติใหม่แห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น
เด็กนักเรียนตัวกระเปี๊ยกต่างตกตะลึงกับห้องนิทรรศการพื้นบ้าน ได้ทดลองของเล่นโบราณกันอย่างครึกครื้น ไหนจะหุ่นขี้ผึ้งเหมือนจริง จำลองฉากตลาดร้านรวงเก่าแก่ของชนบทภาคกลาง พร้อมทำความรู้จักแม่น้ำลำคลองสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินมาจวบจนทุกวันนี้
ขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนชี้ชวนให้ดูนวัตกรรมล้ำเลิศแต่ละยุคสมัย เช่น ควายเหล็กเทพฤทธิ์ รถแทรกเตอร์คันแรกในไทยที่คิดค้นโดย ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล เขื่อนกักเก็บน้ำ เมล็ดข้าวนานาพันธุ์ เครื่องบินไอพ่นโปรยฝนหลวง กังหันน้ำชัยพัฒนา ฝายกั้นน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงนิทรรศการเกษตรกรตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรกรรม เพราะมุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติตามแนวพระราชดำริของในหลวง
ถึงบรรทัดนี้ ใครบางคนยกมือขึ้นท่วมหัวด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
จากนั้นนั่งรถเที่ยวต่อกันที่นิทรรศการกลางแจ้ง พูดง่ายๆ คือ มาดูของจริงให้เห็นเต็มตา หลายคนพากันชอบอกชอบใจ เพราะอยากสูดไอดินกลิ่นทุ่งข้าว ตามเส้นทางจะได้เห็นโรงสีข้าว บ้านดินบ้านฟาง แปลงปลูกผักสวนครัว แปลงเกษตรแบบคนเมือง บ้านโซลาร์เซลล์ คอกปศุสัตว์ เป็ด ไก่ บ่อปลานานาชนิด โรงเพาะเห็ด และทุ่งนาผืนใหญ่
ทุกคนต่างชื่นใจยามได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผลผลิตทางการเกษตร ตั้งแต่เมล็ดข้าวงอกงาม ปลาตัวอ้วนพี แปลงพืชผักเขียวสดขจี ไข่เป็ดไข่ไก่ จนอดไม่ได้ที่จะเพ้อฝันจินตนาการถึงเกษตรกรผู้มีชีวิตเรียบง่าย พอเพียง ยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง มีความสุขประสาคนบ้านนอกคอกนา
ตอกย้ำว่า การเกษตร ใครๆ ก็ทำได้ ถ้ามีองค์ความรู้และลงมือทำจริง
อ้อ ลืมบอก ทุกวันเสาร์อาทิตย์ต้นเดือน ยังมีตลาดนัดให้เลือกซื้อเลือกหาสินค้าคุณภาพ สดๆ จากพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนเครือข่ายต่างๆ และเตรียมพบกับงานประจำปี “มหกรรมในหลวงรักเรา รักชาติ รักทรัพยากร” วันที่ 12-18 ก.พ. 2557 เวลา 09.30-18.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถนนพหลโยธิน ตรงข้ามโรงพยาบาลนวนคร (รายละเอียดต่างๆ ติดตามได้จากเว็บไซต์ www.wisdomking.co.th หรือโทร. 02-529-2121-3, 087-359-7171)
ผมยืนยิ้มบนใบหน้าเปื้อนเหงื่อ มองดูทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ที่กำลังสนอกสนใจแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง แล้วคิดอยู่ 2 เรื่อง
หนึ่ง โชคดีที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย แผ่นดินทองอันอุดมสมบูรณ์
สอง โชคดีที่ได้เกิดมาเป็นประชาชนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นลูกของพ่อ กษัตริย์นักพัฒนาที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก







