posttoday
คำขวัญวันเด็ก

คำขวัญวันเด็ก

11 มกราคม 2557

วันเด็กแห่งชาติวนเวียนมาบรรจบกันอีกหนึ่งปี จึงขออนุญาตเขียนอะไรที่เกี่ยวข้องกับวันเด็ก

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

วันเด็กแห่งชาติวนเวียนมาบรรจบกันอีกหนึ่งปี จึงขออนุญาตเขียนอะไรที่เกี่ยวข้องกับวันเด็ก และเด็กๆ อนาคตของชาติกันสักคราว...

พูดถึงวันเด็กก็ต้องนึกถึงคำขวัญวันเด็กประจำปี ในปีนี้คำขวัญวันเด็กที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กๆ ทั่วประเทศ คือ “กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง”

คำขวัญวันเด็กนั้นมีเป็นครั้งแรกสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2499 ซึ่งเป็นปีที่ 2 ที่ไทยได้จัดงานวันเด็กขึ้นตามองค์การสหประชาชาติที่ได้ริเริ่มให้จัดงานวันเด็ก เพื่อให้ทั่วโลกได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับเด็กๆ โดยเริ่มครั้งแรกในปี 2498

งานวันเด็กปีแรกของไทยจัดขึ้นในวันที่ 3 ต.ค. และยึดเอาวันดังกล่าวจัดวันเด็กมาอยู่หลายปี จนมาเปลี่ยนแปลงในปี 2507 มาเป็นวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน ม.ค.ของทุกปี ด้วยเหตุเพราะไม่มีเรื่องฟ้าฝนมาเป็นอุปสรรคในการจัดงาน

จอมพล ป. ได้มอบคำขวัญวันเด็กครั้งแรกในปี 2499 ไว้ว่า “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม”

ส่วนคำขวัญที่คิดว่าคนทั่วประเทศน่าจะคุ้นหูมากที่สุด คือ คำขวัญวันเด็กในปี 2516 ในยุคของจอมพลถนอม กิตติขจร ที่ว่า เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ เพราะเป็นคำขวัญที่มักถูกนำมาใช้กับเด็กๆ อยู่เสมอ

นอกจากนี้ ยังมีคำขวัญที่คล้ายๆ กันให้กับเด็กในปี 2521 ยุคของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ที่เปลี่ยนแค่คำลงท้ายเล็กน้อย คือ เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติมั่นคง

คิดเอาเองว่า ท่านคงเห็นว่าเป็นคำขวัญที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยจึงนำมาใช้ต่อ แต่เพื่อไม่ให้หาว่าลอกเลียนซะทีเดียว ก็เลยเปลี่ยนคำลงท้ายเสียใหม่ให้เข้ากับยุคที่ชาติต้องการความมั่นคง เพราะช่วงนั้นเข้าใจว่าภัยคอมมิวนิสต์กำลังคุกคามความมั่นคงของประเทศอย่างหนัก

มีอีกคำขวัญที่น่าสนใจ เป็นคำขวัญของอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ที่ให้ไว้ในวันเด็กปี 2517 แต่ไม่ได้กล่าวถึงเด็กๆ เลย นั่นคือ สามัคคีคือพลัง แต่เป็นการสะท้อนภาพใหญ่ของสังคมยุคหลัง 14 ตุลา ที่แตกแยกเป็นฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา จึงต้องชูเรื่องความสามัคคีเป็นธีมหลัก

อีกคำขวัญที่สะดุดใจ คือ คำขวัญในยุคของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตั้งแต่ปี 25022506 จะใช้คำพูดที่ว่า “ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่...” ขึ้นต้นทุกปี เช่นในปี 2502 ที่มีคำขวัญว่า ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า

ปี 2503 ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด ปี 2504 ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย ปี 2505 ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด และปี 2506 ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด

ครับ นั่นเป็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับคำขวัญในวันเด็กที่ยกมาเล่าให้ฟัง เท่าที่สังเกตดู คำขวัญวันเด็กในแต่ละยุค แต่ละสมัย มักจะสะท้อนสภาพสังคมในช่วงนั้นเอาไว้ไม่มากก็น้อย และคำขวัญถือเป็นความปรารถนาของผู้นำรัฐบาลที่ต้องการให้เด็กๆ ในยุคสมัยนั้นๆ และคำขวัญบางส่วนยังสะท้อนตัวตนของท่านผู้นำได้เป็นอย่างดี

ผมไม่แน่ใจนักว่า คำขวัญวันเด็กในแต่ละปีจะมีอิทธิพลกับเด็กมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้ามองย้อนกลับไป ถ้าเด็กแค่ครึ่งหนึ่งยึดถือคำขวัญเป็นหลักปฏิบัติในชีวิต ป่านนี้บ้านเมืองเราเจริญก้าวหน้าไปไหนถึงไหนแล้วล่ะครับ

คิดเล่นๆ ครับ อย่าซีเรียส

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท