posttoday
พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ปันน้ำใจให้เพื่อนร่วมโลก

พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ปันน้ำใจให้เพื่อนร่วมโลก

07 มกราคม 2557

แต่ละปีมีสัตว์ป่าจำนวนมหาศาลถูกล่า ถูกลักลอบค้าอย่างผิดกฎหมายจากฝีมือมนุษย์ใจทมิฬ ตัวไหนโชคร้ายกลายเป็นซากไร้ชีวิต

 

พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ปันน้ำใจให้เพื่อนร่วมโลก

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

แต่ละปีมีสัตว์ป่าจำนวนมหาศาลถูกล่า ถูกลักลอบค้าอย่างผิดกฎหมายจากฝีมือมนุษย์ใจทมิฬ ตัวไหนโชคร้ายกลายเป็นซากไร้ชีวิต โชคร้ายกว่าคือตัวที่ยังมีลมหายใจ แต่ไม่ต่างอะไรกับตกนรกทั้งเป็น เนื่องจากโดนพรากจากป่ามาอยู่ในกรงคับแคบ ในฐานะสัตว์ของกลาง โดยไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าอีกนานแค่ไหนจะได้รับอิสรภาพกลับคืนสู่ธรรมชาติ

รู้หรือไม่ว่าวันนี้เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสัตว์ป่าผู้น่าสงสารเหล่านี้ได้แล้วผ่านโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า

พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ปันน้ำใจให้เพื่อนร่วมโลก

 

สัตว์ป่าของกลาง

เนื่องในวันคุ้มครองสัตว์ป่า 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สรุปคดีการกระทำผิดด้านสัตว์ป่า พบว่า ปี 2556 มีคดีกระทำความผิดด้านสัตว์ป่า 642 คดี โดยสามารถจับสัตว์ป่าที่ยังมีชีวิตได้รวมกว่า 10,700 ตัว ในจำนวนนี้มีเสือโคร่ง 23 ตัว งู 2,226 ตัว ตัวนิ่ม 10 ตัว รวมทั้งสัตว์ป่าที่เหลือแต่ซากอีกจำนวนมาก อาทิ ซากช้าง หมี เลียงผา กระทิง กระรอก กระแต นก ฯลฯ

“สัตว์ป่าของกลาง” คือ ชื่อเรียกของสัตว์ป่าที่ถูกยึดมาจากผู้ต้องหาคดีลักลอบค้าสัตว์ สัตว์เหล่านี้จะต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่รัฐจนกว่าจะสิ้นสุดการพิจารณาคดี ซึ่งส่วนใหญ่สัตว์ป่าจะถูกศาลตัดสินให้ตกเป็นสมบัติของรัฐ กรณีที่ไม่สามารถหาผู้กระทำผิดได้จะตกอยู่ในความคุ้มครองของรัฐเป็นเวลา 5 ปี ก่อนจะตัดสินว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนสัตว์ของกลางที่เป็นสัตว์ป่าสงวนจะต้องอยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังไม่นับรวมสัตว์ป่าที่มีประชาชนนำมามอบให้ หรือสัตว์ป่าพลัดหลง ทั้งหมดจะถูกส่งไปตามสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า 24 แห่งทั่วประเทศ

พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ปันน้ำใจให้เพื่อนร่วมโลก

 

“กรมอุทยานฯ จะมีการดูแลสุขภาพสัตว์ป่าของกลางก่อน เราได้มีการจัดตั้งศูนย์สุขภาพสัตว์ป่า เพื่อมาดูแลสุขภาพสัตว์ป่าให้แข็งแรง ก่อนส่งต่อไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั่วประเทศ 24 แห่ง สัตว์ป่าของกลางที่เลี้ยงดู ตัวไหนที่สามารถเก็บไว้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เราก็เก็บ ชนิดไหนที่มีมากก็ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

การส่งสัตว์ป่าเพื่อไปเลี้ยงดูตามสถานีเพาะเลี้ยงต่างๆ จะพิจารณาตามชนิดของสัตว์ป่า โดยแต่ละสถานีจะมีความสามารถในการเลี้ยงดูสัตว์ป่าแตกต่างกันไป เช่น สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ จ.ฉะเชิงเทรา ดูแลลิง ชะนี และค่าง สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี ชำนาญในการดูแลหมี สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จ.ราชบุรี ดูแลสัตว์เลื้อยคลาน งู ตะกวด เต่า สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางพระ จ.ชลบุรี ดูแลนกชนิดต่างๆ ส่วนช้าง เบื้องต้นมีข้อตกลงกับทางองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ว่า ถ้ามีของกลางที่เป็นช้าง ให้นำไปดูแลที่ ออป. ซึ่งมีการจัดศูนย์คชบาลแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่ จ.ลำปาง

การเลี้ยงดูสัตว์ป่าพยายามจัดรูปแบบกรงให้เหมาะสม มีทั้งกรงขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ มีการปล่อยให้อยู่ในกรงแบบธรรมชาติด้วย ด้านบุคลากรดูแลสัตว์ทั่วประเทศ มีสัตวแพทย์ประจำอยู่ประมาณ 25 นาย รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงสัตว์ประมาณ 200 คนในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า 24 แห่งทั่วประเทศ”

เป็นคำบอกเล่าของ ธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ปันน้ำใจให้เพื่อนร่วมโลก

 

พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า

อย่างไรก็ดี สัตว์ป่าของกลางที่ยึดมาได้เป็นจำนวนมากในหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นภาระที่เกินกำลังของเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าหลายแห่ง สัตว์ต้องอยู่อย่างแออัด และมีคนดูแลไม่เพียงพอ กรมอุทยานฯ ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายอันหนักอึ้งในการดูแลเรื่องอยู่อาศัย อาหาร ยา และเวชภัณฑ์อื่นๆ แก่สัตว์ป่าเหล่านี้

ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนสำหรับการดูแลสัตว์ป่าแต่ละชนิด ช้างตกอยู่ที่ 2.2 หมื่นบาทต่อตัว เสือ 8,800 บาท หมี 1,200 บาท สัตว์จำพวกลิงและชะนี 600 บาท ขณะที่นกต่างๆ ค่าดูแลอยู่ที่ประมาณ 200 บาทต่อตัวต่อเดือน

โครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2552 เปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและอุปถัมภ์สัตว์ป่าของกลางที่ได้จากการจับกุมผู้กระทำผิดในคดีลักลอบค้าสัตว์ป่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกในคุณค่าชีวิต และมีเมตตาต่อสัตว์ป่า เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ดูแลอุปถัมภ์สัตว์ในกรงเลี้ยง ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนและดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการหรือสงเคราะห์สัตว์ป่า นอกจากนี้ยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าของชาติอีกทางหนึ่งด้วย

พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ปันน้ำใจให้เพื่อนร่วมโลก

 

โครงการนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม มีบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพหยิบยื่นน้ำใจ บริจาคเงินเลี้ยงดูช้าง เสือ เก้งกวาง หมี ลิงค่างบ่างชะนี นก จนถึงสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ เช่น ติ๊กเจษฎาภรณ์ ผลดี พระเอกหนุ่มชื่อดัง ที่มอบเงิน 1 แสนบาท เพื่อเลี้ยงดู เจ้าขุน หมีควายแสนเชื่องที่อาศัยอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ให้แข็งแรงสมบูรณ์จนถึงวันที่พร้อมจะคืนสู่ป่า

“แนวคิดโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ก็เพื่อให้คนที่รักสัตว์ได้มีโอกาสบริจาคเงินหรืออาหารเล็กๆ น้อยๆ คล้ายกับที่เราดูแลเด็กกำพร้า ซึ่งผู้อุปการะก็สะดวกและมีความรู้สึกเสมือนเป็นเจ้าของสัตว์ เพียงแต่ไม่ต้องเลี้ยงเองที่บ้าน แค่เอาฝากทางสถานีดูแลแทน และหากมีโอกาสก็แวะมาเยี่ยมเยียนได้” พระเอกหนุ่มชื่อดังกล่าวสั้นๆ

นอกจากนี้ พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าจะสามารถเข้าเยี่ยมสัตว์ป่าที่อุปการะไว้ได้ตามวาระ โอกาสสำคัญต่างๆ เช่น วันเกิด วันปีใหม่ หรืออาจร่วมตั้งชื่อ และทำกิจกรรมร่วมกันด้วย

พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ปันน้ำใจให้เพื่อนร่วมโลก

 

ปล่อยคืนสู่พงไพร

แม้จะมีสัตว์ป่าหลายชนิดพันธุ์ที่ถูกเลี้ยงดูโดยมนุษย์มาตั้งแต่เล็ก ทำให้คุ้นเคยกับมนุษย์ และมีบางส่วนที่มีอวัยวะที่ไม่ปกติ จนไม่สามารถนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ จำเป็นต้องได้รับการดูแลตลอดชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็มีสัตว์อีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับการเยียวยาดูแลจนสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมจะกลับคืนสู่ธรรมชาติ บ้านที่แท้จริงของพวกเขา

แนวทางการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติถือเป็นเรื่องยาก ถ้าไม่มีการตรวจสอบพื้นที่ ดูเหตุปัจจัยอื่นๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วนรอบด้าน ก็เหมือนปล่อยไปตาย ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การสวนสัตว์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ตลอดจนชาวบ้านในชุมชนรอบผืนป่าต้องร่วมมือกัน

ไล่ตั้งแต่การจัดเตรียมความพร้อมด้านการปล่อย การสำรวจข้อมูลเบื้องต้น เพื่อประเมินศักยภาพพื้นที่ที่มีความเหมาะสม การคัดเลือกพื้นที่ที่มีแหล่งอาหาร แหล่งหลบภัย พื้นที่ทำกิจกรรม จนถึงการคัดเลือกสัตว์ป่า การจัดการสุขภาพ เพื่อให้สัตว์ป่าปลอดโรคและมีสุขภาพแข็งแรง การทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ป่า การติดวิทยุติดตามเพื่อการติดตามหลังการปล่อย ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องช่วยทำความเข้าใจกับชาวบ้านไม่ให้ไปรบกวนหรือทำร้าย

พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ปันน้ำใจให้เพื่อนร่วมโลก

 

หลังปล่อยสัตว์ป่าสู่ธรรมชาติแล้วยังไม่จบแค่นั้น เพราะสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือการศึกษา ติดตาม การอยู่รอด และการดำรงชีวิตของสัตว์ทุกตัวอย่างใกล้ชิด

ล้อมกรอบคุณก็สามารถเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าได้

โครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คุณสามารถเลือกบริจาคเป็นค่าอาหารได้ 2 แนวทาง คือ วิธีระบุตัว อัตราการรับบริจาคสำหรับค่าอาหารเลี้ยงสัตว์ กลุ่มช้าง 2.2 หมื่นบาทต่อตัวต่อเดือน หมี 1,200 บาท เสือ 8,800 บาท กวาง 450 บาท ลิงและชะนี 600 บาท นก 200 บาท นอกจากนี้ยังสามารถบริจาคแบบไม่ระบุตัว หรือบริจาคเป็นค่าปรับปรุงซ่อมแซมกรงเลี้ยง หรือปรับภูมิทัศน์กรงเลี้ยงก็ได้

ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถแสดงความจำนงในการอุปถัมภ์สัตว์ป่าได้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั้ง 24 สถานี หรือสามารถดูรายละเอียดได้ที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กลุ่มงานเพาะเลี้ยง โทร 02-579-9630 หรือส่วนอำนวยการ โทร 02-579-8273 หรือ www.dnp.go.th

พ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า ปันน้ำใจให้เพื่อนร่วมโลก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท