posttoday
ปรกฤษฎ์ หงษ์โสภา ทำธุรกิจอย่าลืมคิดเพื่อสิ่งแวดล้อม

ปรกฤษฎ์ หงษ์โสภา ทำธุรกิจอย่าลืมคิดเพื่อสิ่งแวดล้อม

07 มกราคม 2557

ถ้าผู้หญิงคู่กับเครื่องเพชร แน่นอนว่าผู้ชายกับเรื่องรถถือเป็นของคู่กันอย่างยากที่จะแยกออก

โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ถ้าผู้หญิงคู่กับเครื่องเพชร แน่นอนว่าผู้ชายกับเรื่องรถถือเป็นของคู่กันอย่างยากที่จะแยกออก โดยเฉพาะผู้ชายวัยหนุ่มจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องรถไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเช่นเขาคนนี้ ชายหนุ่มวัย 28 ปี แบรนด์ปรกฤษฎ์ หงษ์โสภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.เอ็ม.จี แมสชีนเนอรี่ เจ้าของอู่ล้างรถและเคลือบสีระดับซูเปอร์คาร์ “โปรสตีม” ย่านเรียบทางด่วนรามอินทรา

เมี่อ 4 ปีที่แล้วเขาทำอู่ล้างรถแบรนด์มังกี้วอช หลังจากเริ่มธุรกิจมาสักพักใหญ่เขาก็ต่อยอดพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องกับกระแสของโลก เพื่อสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาชื่อว่า โปรสตีม เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นการล้างรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงๆ

อู่ล้างรถสีเขียวลดน้ำลดพลังงาน...

เขากล่าวว่า หลังจากเปิดมังกี้วอชแล้ว เขามานั่งคิดว่ากระแสโลกร้อนการทำอะไรที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้น งานของเขาก็น่าจะมีอะไรที่ดีกว่าที่ทำอยู่เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสของโลกที่ทุกคนควรหันมาใส่ใจและร่วมมือร่วมใจในการทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นแม้จะเป็นจุดเล็กๆ ในสิ่งที่เราพอทำได้ก็ตาม และเขาก็ได้ไปเจอเทคโนโลยีในการล้างรถจากประเทศเกาหลีที่ล้างรถด้วยไอน้ำและไม่ต้องใช้แชมพู ซึ่งดีแน่ๆ เลยก็คือประหยัดน้ำ โดยปกติของการล้างรถทั่วไปจะใช้น้ำประมาณ 130 ลิตรต่อคัน ใช้คนในการล้าง 5 คนต่อคัน ใช้เวลา 30 นาทีต่อคัน แต่การล้างรถด้วยไอน้ำใช้น้ำเพียง 3 ลิตร ไม่ใช้แชมพู แรงดันและความร้อนช่วยฆ่าเชื้อ ทำให้ไม่มีน้ำฟองเสียเป็นมลพิษไปสู่ท่อระบายน้ำ ใช้คนเพียง 2 คนต่อ 1 คัน ใช้เวลาล้างเพียง 10-15 นาทีต่อคัน

“เห็นชัดๆ เลยว่าประหยัดน้ำ ประหยัดคน ประหยัดแชมพู ประหยัดเวลา ประหยัดไฟ ดีต่อเราที่เป็นผู้ประกอบการ ดีต่อสิ่งแวดล้อมที่ช่วยประหยัดพลังงานด้านต่างๆ ไปเกินครึ่ง โอเคว่าเครื่องล้างจะราคาแพงกว่าปกติในช่วงแรก แต่จะดีในระยะยาว แล้วต้นทุนต่อคันก็แพงกว่าการล้างแบบทั่วไปเพียง 1015 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถ้าล้างแบบเดิมคันละ 160180 ล้างด้วยไอน้ำเพียง 200 แต่คุณไม่ต้องรอนานแค่ 15 นาทีเสร็จ จิบกาแฟแก้วเดียวไปได้แล้ว ที่เมืองนอกเขามีล้างรถไอน้ำกันมาหลายปีแล้ว แต่บ้านเราของที่นี่เป็นรายแรก” เขากล่าวด้วยความภูมิใจ

มุ่งมั่นทุ่มเทกับงานเต็มที่...

แม้จะอยู่ในวัยเพียง 28 ปี แต่เขาก็ทำงานมาตั้งแต่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เรียกว่าเรียนไปทำงานไปเพื่อหาประสบการณ์ ถึงวันนี้เขาก็ทำงานมาเกือบ 6 ปีแล้ว และยังอยู่ในช่วงของการทุ่มเททำงานเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต “ผมทุ่มเทกับงานมาก เรียกว่าทำงานเกือบ 7 วันต่อสัปดาห์ ยังมีแรงทำงานต้องรีบๆ สัก 45 ผมจะเกษียณเพื่อเดินทางท่องเที่ยว เพราะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 21 ปี ลองผิดลองถูกมาเยอะ มีทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวก็เคยเจอแล้ว อะไรที่เป็นเรื่องใหม่เป็นเรื่องดีและสามารถต่อยอดธุรกิจได้ผมสนใจเรียนรู้และศึกษาเพื่อพัฒนางานยิ่งๆ ขึ้นไป ผมสัญญากับตัวเองว่าขอเวลา 15 ปีนับจากนี้จะลุยงานให้เต็มที่ หลังจากนั้นค่อยพักและจะเดินทางรอบโลก ทุกวันนี้ก็เดินทางและเที่ยวบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็คือไปดูงานแล้วอยู่เที่ยวต่อ แต่มันก็ไม่ฟิน เพราะยังมีเรื่องงานให้ห่วงกังวล ยังแยกไม่ออกเสียทีเดียว ผมไปดูงานโชว์ที่เกี่ยวกับรถและนวัตกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเรื่องรถเกือบทุกงานในหลายประเทศเพื่อไปดู ไปเปิดหูเปิดตาว่าธุรกิจด้านนี้มันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว การเรียนรู้มันต้องมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ถ้าคุณหยุดคิด คนอื่นก็แซงหน้าไป เราต้องคิดให้ทันกับคนอื่นเสมอ ยิ่งคิดได้เร็วได้ล้ำกว่าก็ถือว่าเป็นกำไร” เขาให้ความเห็น

ปีนี้ขยายสาขาเพิ่ม 15 สาขา...

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า เขาเป็นหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ชีวิตตอนนี้จึงเพื่องานแบบเต็มเวลา โดยปีนี้เขามีแผนงานที่จะขยายสาขาหรือขายแฟรนไชส์ให้ได้อย่างน้อย 15 สาขาแบบครบวงจร ในราคา 4.9 แสนบาท หรือหากใครที่มีอู่ล้างรถอยู่แล้วอยากจะซื้อไปเฉพาะเครื่องล้างไอน้ำ (ออฟติมา สตีมเมอร์) ก็ได้ในราคาเครื่องละ 2.5 แสนบาท ซึ่งตั้งเป้าไว้ 15 เครื่อง ซึ่งจากการที่เปิดดำเนินการมา 6 เดือนเศษ ผลตอบรับก็ไปได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ที่จริงแล้วแนวโน้มธุรกิจนี้ก็ไปได้ดี เพราะอัตราการเพิ่มของคนใช้รถก็โตขึ้นทุกปี ตลาดโตอย่างน้อยปีละ 15 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ เขายังมีบริการรับล้างรถนอกสถานที่เป็นโมบายคาร์วอช ที่จะมีรถโมบายมีน้ำมีไฟไปเสร็จ “ถ้าบ้านคุณมีรถ 5 คัน จะเรียกเราไปล้างให้ในราคาคันละ 450 บาท ภายใน 2 ชั่วโมงเสร็จ คุณไม่ต้องรถติดเปลืองน้ำขับออกมา ล้าง 2 คันเราก็ไปให้ เราพยายามคิดให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ให้มากที่สุด” เขากล่าวอย่างตั้งใจ

เรียนรู้ทางโลกและทางธรรม...

แม้จะเป็นหนุ่มวัย 20 ปลายๆ แต่เขาก็รู้จักคิดและมองโลก โดยเฉพาะหลังจากที่เขาได้บวชเรียนมาเป็นเวลา 1 เดือนเต็มเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่เขารู้สึกว่าถึงเวลาที่ควรจะบวชตามประเพณีไทยด้วยความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเขาไปจำวัดศึกษาธรรมอยู่ที่วัดป่าอันเงียบสงบที่ จ.เชียงราย “ผมขอคุณแม่บวชเอง คิดว่าถึงเวลาที่เราควรจะได้ศึกษาธรรมอย่างจริงจังสักช่วงในชีวิต แล้วการบวชก็ให้อะไรมากกว่าที่คิดไว้ ผมได้อยู่กับตัวเอง ได้ทบทวนสิ่งที่เราได้ทำไปทั้งหมด เรื่องที่ควรและไม่ควร อะไรที่ผิดพลาดก็เอามาเป็นบทเรียนแล้วแก้ไขไม่ให้ผิดพลาดซ้ำ ทำให้มีสติและใจเย็นขึ้นมาก ตอนเป็นวัยรุ่นเราจะใจร้อนมาก มองไม่เห็นตัวเอง การไปบวชทำให้เราได้อยู่กับตัวเองและทบทวนชีวิตที่ผ่านมาของเรา สำหรับผมคิดว่าสักครั้งในชีวิตของลูกผู้ชายการบวชเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ครับ” เขายืนยันด้วยรอยยิ้ม

ซื่อสัตย์และจริงใจ...

ปรกฤษฎ์ หลักในการทำงานของเขานั้นก็คือต้องซื่อสัตย์และจริงใจ ทั้งต่อเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง และลูกค้า อย่าจุกจิกคิดเล็กคิดน้อย อะไรสมควรเสียก็ต้องเสีย อย่าคิดว่าจะเอาแต่กำไรแม้ได้เพิ่มมาเพียงนิดหน่อยแล้วได้ไม่คุ้มเสีย โดยเฉพาะชื่อเสียงของบริษัทเป็นเรื่องที่ต้องรักษา ถ้าเราจะต้องอยู่ในวงการนี้อีกนานยิ่งต้องระวังเรื่องชื่อเสียงและภาพพจน์ ไม่ว่าทำธุรกิจอะไรก็ต้องมีจรรยาบรรณในสิ่งที่เราทำ “ผมระวังเรื่องนี้มาก ผมจะไม่มักง่ายในการทำงานจนชื่อเสียงเสียหาย เพราะเราจะต้องอยู่ตรงนี้ไปอีกเป็นสิบๆ ปี ผมระวังเรื่องนี้ ไม่ทำอะไรให้เสียชื่อตัวเองเป็นอันขาด” เขายืนยันหนักแน่น

ปรกฤษฎ์ หงษ์โสภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.เอ็ม.จี แมสชีนเนอรี่

อายุ 28 ปี ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

เจ้าของร้านอาหารเซเว่นสตรีทบาร์แอนด์บิสโท ที่เมกาบางนา

เตรียมเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่นทันสมัยในปีหน้า

ตั้งเป้าเกษียณอายุในวัย 4-5 ปี เพื่อเดินทางรอบโลก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท