คฑาหัสต์ บุษปะเกศ นักเขียนบทโทรทัศน์มือฉมัง
หัวใจและไกปืน คุณชาย จิตสังหาร เดือนเดือด คนคม คมแฝก พลิกดินสู่ดาว เบญจาคีตาความรัก อุ่นไอรัก
โดย...นกขุนทอง ภาพ : เสกสรร โรจนเมธากุล
หัวใจและไกปืน คุณชาย จิตสังหาร เดือนเดือด คนคม คมแฝก พลิกดินสู่ดาว เบญจาคีตาความรัก อุ่นไอรัก หมอลำซัมเมอร์ รักแท้แซบหลาย แก้วตาหวานใจ แผ่นดินหัวใจ ใยเสน่หา ต่างฟ้าตะวันเดียว ครูไหวใจร้าย ชมพู่แก้มแหม่ม เหนือเมฆ 12 ฯลฯ และที่กำลังจะได้ชมกันในปีนี้ คือ รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน รอยฝันตะวันเดือด
นี่คือรายชื่อละครเพียงส่วนหนึ่งจากเกือบร้อยเรื่อง ในฝีมือการเขียนบทโทรทัศน์โดย “คฑาหัสต์ บุษปะเกศ”
นับตั้งแต่ปี 2541 ที่คฑาหัสต์ได้รับโอกาสจาก “ตู่นพพล โกมารชุน” ให้เขียนบทละครโทรทัศน์เรื่อง “หัวใจและไกปืน” จวบจนวันนี้ก็เป็นปีที่ 16 แล้ว ชื่อชั้นของเขาติดทำเนียบนักเขียนบทละครโทรทัศน์แห่งยุค ที่ผู้จัด ผู้กำกับ รวมถึงคนดูให้ความไว้วางใจ
คฑาหัสต์แจ้งเกิดจากช่อง 7 สี แต่ตอนนี้ลงหลักปักฐานที่ช่อง 3 มีผลงานออกมาให้ได้ชมอย่างต่อเนื่องตลอดนับตั้งแต่เข้าสู่เส้นทางนักเขียนบทละครโทรทัศน์
“ที่มีผลงานออกมาเยอะส่วนหนึ่งมีทั้งเขียนบทเป็นทีมด้วย ตอนอยู่ช่อง 7 เขียนบทแบบเรื่องชนเรื่อง หน้าจอไม่เคยห่างจากงานของเราเลย ผมย้ายมาอยู่ช่อง 3 แบบทำที่เดียวเต็มตัวที่เดียว เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ช่วงนี้ก็เขียนปีละ 34 เรื่อง”
แม้จะเกิดในครอบครัวบันเทิง (เสนีย์ บุษปะเกศรัชนี จันทรังษี) โตมาในห้องส่งห้องอัด แต่ก็ไม่เคยเฉียดใกล้การเขียนบทละครโทรทัศน์มาก่อน “ครอบครัวผมคุณพ่อทำละคร เขียนบทประพันธ์ คุณแม่เล่นละคร อยู่บ้านกันสามคนผมก็นั่งเล่นใต้โต๊ะเขียนหนังสือของพ่อ แม่ทำบทละครวิทยุ เราก็อยู่ในห้องอัดกับแม่ โตในห้องอัดละครวิทยุ แม่เล่นละครทีวี เราปิดเทอมก็ไปด้วย ต่อบทให้แม่ เราซึมซับมาตั้งแต่เด็ก แต่ผมเรียนจบเศรษฐศาสตร์ เรียนจบก็ไปทำงานอย่างอื่นเป็นสิบปี เป็นเซลส์ทำยอดขายได้เยอะก็ไม่รู้สึกภูมิใจเหมือนคนอื่น รู้สึกที่ทำงานมาไม่ใช่ฉันเลย จนพี่ตู่กำลังหาคนเขียนบท แล้วได้รับคำแนะนำจากป้าจุ๊ (จุรี โอศิริ) ซึ่งสนิทกับที่บ้าน และพี่ตู่เลือกเรา มั่นใจว่าเราทำได้ ผมก็เลยทำก็ทำ ลองดู ไม่รู้เลยบทโทรทัศน์เป็นยังไง ไม่เคยเห็นด้วย เคยเห็นแต่สมัยแม่แต่ก็ไม่เหมือนกัน ตอนนั้นผมเขียนโดยจิตใต้สำนึกคิดว่าจะเป็นอย่างนั้นนี้ ละครโทรทัศน์ในยุคนั้นก็ไม่เคยดู ดูแต่ซีรีส์เมกา ดูหนัง ละครไทย ผมเคยดูแต่ตอนเด็กๆ จึงเขียนตามคิดๆ บทก็ออกมาอย่างที่เห็น มันแปลก เพราะเราเสพงานเหล่านั้น เราเคยดูแบบนั้นก็ทำแบบนั้น”
ด้วยเหตุนี้จึงกลายมาเป็นคาแรกเตอร์บทแบบคฑาหัสต์ ซึ่งผู้ชมจดจำได้ และผู้จัดละครนึกถึงเมื่อต้องการละครแบบนี้ ทว่าคฑาหัสถ์เขียนบทละครโทรทัศน์มาแล้วทุกรส ไม่ว่าจะแอ็กชั่น คอมมิดี้ เมโลดราม่า ครอบครัว วัยรุ่น ฯลฯ จากผลงานเกือบร้อยเรื่องเป็นพะยี่ห้อที่การันตีฝีไม้ลายมือของนักเขียนบทโทรทัศน์ผู้นี้
นอกจากเขียนบทละครโทรทัศน์จากบทประพันธ์แล้ว คฑาหัสต์ยังขึ้นชื่อในการเขียนบทประพันธ์เองเสียด้วย และแต่ละเรื่องก็เป็นผลงานที่สร้างชื่อเรียกกระแสเรตติ้งทั้งนั้น
“ส่วนมากที่เขียนมาจากบทประพันธ์เยอะกว่า แต่แนวแอ็กชั่นมีน้อย เขียนแนวแอ็กชั่นจะมาจากบทของตัวเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนมักคิดว่าคฑาหัสต์เขียนแต่บทแอ็กชั่น แต่ที่เคยทำมามี จิตสังหาร เดือนเดือด คนคม เหนือเมฆ ส่วนเรื่องคมแฝกกับรุกฆาต เป็นบทประพันธ์ของคุณพ่อ (เสนีย์ บุษปะเกศ) ที่เขียนของตัวเองก็เป็นแนวไฮเทคแฟนตาซี เพราะส่วนตัวชอบแบบนั้น หนึ่งชอบดู สองคือรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้เรามักเห็นในซีรีส์ฝรั่ง แต่ของไทยกล้าบอกเลยว่า ก่อนจิตสังหาร ไม่มีใครทำ เราหาดูแบบนี้ได้จากมิชชั่น อิมพอสสิเบิ้ล พอเราเขียนบทละครโทรทัศน์เราก็อยากทำแบบนั้น เพราะคิดว่าคนไทยก็ทำได้ ซึ่งเป็นที่มาของละครทำนองนี้
คนดูละครของผมจริงๆ เป็นแฟนคลับจริงๆ จะพบว่า เหนือเมฆ 2 จะต่างจากจิตสังหาร เพราะเหนือเมฆมีพาร์ตของดราม่าเยอะมาก มีไฮเทคจริง แต่จะมีเรื่องความเก่งของตัวบุคคลเข้ามา อย่างตัวละครหมอแพรไพลิน ที่วิเคราะห์คดี ตรวจหาหลักฐาน ต่อสู้กับใครโจมตีที่จุดอ่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจทำเพราะอยากทำละครแบบนี้ ผมชอบเชอร์ล็อก โฮล์มส์ คิดตลอดว่า ทำไมไม่มีละครไทยทำแบบนี้ ทำเหมือนซีเอสไอ เราเล่นกันที่หลักฐาน ความฉลาดของตัวละคร ไม่ใช่ระเบิดภูเขา เผากระท่อม”
ในกระบวนการทำงาน การเขียนบทละครโทรทัศน์จากบทประพันธ์ที่มีอยู่แล้วนั้นง่ายกว่าที่ต้องมาปั้นเรื่องเองทั้งหมด “ถ้าทำจากบทของเราเองความรับผิดชอบของเราสูงกว่า ดีไม่ดีอยู่ที่เรา ฐานของเรื่อง ธีมของเรื่อง เนื้อหาหลักของเราทั้งหมด หน้าที่เราเยอะกว่าที่จะนำพาเรื่องให้สนุกได้ แต่ถ้าทำจากบทประพันธ์มีฐานของบทอยู่แล้ว ดีไม่ดีมีเหตุผลรองรับของมันอยู่ นักเขียนบทมือใหม่ควรจะเริ่มจากบทประพันธ์ จะทำให้คุณคิดน้อยลง เพราะเขามีต้น กลาง ปลายให้แล้ว คุณมีหน้าที่แจงเรื่อง ขยี้เรื่อง แจกแจงเรื่องให้ละเอียดมากขึ้น ส่วนตัวผมถ้าถามว่า เราต้องระวังบทประพันธ์ไหม ส่วนตัวให้ความสำคัญแต่ไม่ได้ซีเรียสกับมันมากเท่าไหร่ แกนของเรื่อง แก่นของเรื่อง แนวคิดของตัวละคร ธีมเรื่องทั้งหมดยังต้องอยู่ แต่วิธีเล่าเรื่อง รายละเอียดไม่เหมือนกัน ผมมองว่าการรับผิดชอบต่างกัน เจ้าของบทประพันธ์มีหน้าที่รับผิดชอบต่อแฟนหนังสือของเขา และฐานแฟนหนังสือกับฐานโทรทัศน์ต่างกัน โทรทัศน์มันแมสกว่า เพราะฉะนั้นไม่มีวันใช้คำนี้เลยนะ ไม่มีวันที่บททีวีจะเหมือนกับหนังสือร้อยเปอร์เซ็นต์ ยากมาก อย่างที่บอก หนึ่งการตอบสนองต่อฐานคนดูไม่เท่ากัน สองความยาวของนิยายแค่ 400500 หน้า ในขณะที่บททีวีตอนหนึ่งเท่ากับ 4050 หน้ากระดาษเอสี่ ซึ่งไม่มีทางที่นิยายจะมาเซิร์ฟละครได้”
สำหรับคนที่อยากเดินเข้ามาสู่อาชีพนักเขียนบทละครโทรทัศน์ เส้นทางมีให้เดินมาสู่เสมอ แต่จะถึงจุดหมายหรือไม่นั้น รุ่นพี่แนะนำว่า พื้นฐานต้องดี อ่านหนังสือเยอะ ดูละครมาก และเชี่ยวชาญการใช้ภาษาไทย มีความอดทน และบอกหนักแน่นด้วยว่า คิดจะมาทำแบบฟรีแลนซ์ ลืมมันไปซะ เพราะวงการนี้ต้องการตัวจริง
“ตอนนี้นักเขียนบทที่เราคุยๆ กันอยู่ในชมรมนักเขียนบทละครโทรทัศน์มีสมาชิก 50 คน ที่มีงานให้เห็นกันอยู่ ตอนนี้ไม่มีใครว่างงานสักคน บางคนมีมากกว่าหนึ่งงาน ดังนั้นโอกาสมีสำหรับคนที่อยากเขียนบท ยิ่งเราจะมีทีวีดิจิตอล จะมีคนทำละครอีกเท่าไหร่ ในขณะที่มือเขียนบทตอนนี้ไม่มีใครว่าง ตอนนี้วงการไทยขาดแคลนคนเขียนบทแน่ๆ ตอบได้เลย แต่ก็ขัดแย้งกันนิดหนึ่ง เพราะที่จะประสบความสำเร็จเลยไม่มี อย่างน้อยต้อง 5 ปี ต้องมีวิธีเข้ามาพิสูจน์ว่าคุณเจ๋งจริง เริ่มต้นมาเป็นหนึ่งในทีมเขียนบทก่อน อีกช่องทางหนึ่ง เขียนไปนำเสนอ แต่ต้องทำใจ ท้อได้แต่ไม่ถอย ตรงนี้ต้องบอกว่ามันเป็นโอกาสและใช้คำว่าจังหวะ เพราะมีหลายเรื่องที่รอให้ผู้จัดละครเขาอ่าน เขาจะหยิบของคุณขึ้นมาอ่านเมื่อไหร่ไม่รู้ หรือไม่อ่านเลย หนึ่งคนที่เคยใช้วิธีนี้คือ ไก่ อัจฉรียา ที่ส่งโปรไฟล์ผลงานเข้าไป ทุกวันนี้ก็เป็นหนึ่งในนักเขียนบทของช่อง 7 วงการนี้คับแคบ กึ่งๆ ปิด แต่จะด่าใจแคบ ต้องถามกลับไปว่า งบประมาณละครหนึ่งเรื่องเขาใช้งบ 1020 ล้าน เป็นไปไม่ได้ที่จะให้มือใหม่ทำโปรดักชั่นขนาดนี้ ดังนั้นต้องเข้ามาทำเป็นทีม เข้าไปในคอนเนกชั่นให้ได้ก่อน คนที่คิดจะมาเขียนบทเป็นอาชีพเสริม จงเลิกคิด ไม่มีวัน คฑาหัสต์พูดตรงนี้เลย เพราะเป็นงานที่หนัก หน้าที่ความรับผิดชอบมันเยอะ ในการคุยกับผู้จัด ผู้กำกับ ลงงานปั๊บเยอะเกินกว่าที่คุณจะทำสองอย่างได้ คุณช้าไม่ได้ ต้องแก้ไขบทอีก ทำงานให้ทันต่อเวลา เพราะกองถ่ายรอเราอยู่”
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียนบทละครโทรทัศน์ ประตูยังเปิดรับเสมอ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีนักเขียนบทที่ชื่อ “คฑาหัสต์ บุษปะเกศ” เพียงแต่ทุกสายอาชีพต้องการตัวจริง คุณต้องพิสูจน์ฝีมือให้ได้ และเริ่มลงมือตามหาฝัน เพราะไม่ใช่ก้าวแรกที่ออกเดินจะประสบความสำเร็จ บางคนต้องเดินนับหมื่นนับแสนก้าว มิหนำซ้ำยังหกล้มหกลุกด้วย แต่เชื่อมั่นเถอะว่า ถ้าคุณไม่หยุดเดิน และรู้จักเรียนรู้ระหว่างทาง ปรับปรุงพัฒนา จะถึงจุดหมายได้ในสักวัน







