ลอดถ้ำ ย่ำวัด ณ อำเภอสังคม
ไปง่าย ไปสะดวก เดิมทีอาจจะยังงงๆ มึนๆ อยู่ที่ไหนเหรอ อ.สังคม ล่าสุดไปเยือนมา อากาศดีโคตร
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ จีไอโจ
ไปง่าย ไปสะดวก เดิมทีอาจจะยังงงๆ มึนๆ อยู่ที่ไหนเหรอ อ.สังคม
ล่าสุดไปเยือนมา อากาศดีโคตร หมอกเมยออกมาต้อนรับยามเช้า ภูเขาก็โอบรัดซะจนหนาวเหน็บ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับคนที่อยากไปสัมผัสธรรมชาติและลมหนาว
อำเภอเล็กๆ ของ จ.หนองคาย เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อถูกโปรโมทให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ กางแผนที่ออกดูจะพบว่า อ.สังคม ทอดตัวยาวไปตามริมน้ำโขง หรือน้ำของ ตามภาษาชาวบ้านที่เรียกขานกัน ผู้เฒ่าผู้แก่ว่าไว้ ช่างเหมือนลำตัวพญานาคที่ยาวเหยียดจากเหนือสุดสู่ใต้สุด
ริมโขงที่เคยเงียบหงอย ไม่ได้เป็นเยี่ยงนั้นอีกต่อไป บ้านพักและรีสอร์ทเก๋ๆ เรียงตัวเป็นตับ ผู้คนปรับโฉมบ้านของตัวเองใหม่ หลังมีการพัฒนาเรื่องคอนกรีตกันตลิ่งทรุด
ความเปลี่ยนไปเห็นได้ชัด เคยไปเยี่ยมญาติสมัยเป็นเด็กน้อย อ.สังคม ยังสงบ เรียบ นิ่ง ไม่ได้มีกลิ่นอายความเป็นเมืองเช่นปัจจุบัน อาการดัดจริตของชาวบ้านยังไม่มาก เศรษฐีสวนยางยังไม่ปรากฏกาย ราคาที่ดินริมโขงก็ยังไม่พุ่งพล่าน
ถึงอย่างนั้นอำเภอที่อยู่เหนือสุดของ จ.หนองคาย (ติดกับ อ.ปากชม จ.เลย ถ้าเลยขึ้นไปอีกหน่อยก็เป็น อ.เชียงคาน สถานที่ที่หลายคนโปรดปราน) ก็มีของดีแบบอันซีน บ้านๆ แต่งามหลาย ให้ดูชมอย่างเต็มตา
มาถึง อ.สังคม ทั้งที ก็อย่าได้มัวเสพแค่อากาศบริสุทธิ์ ลมหนาว และวิวสวยๆ ของน้ำโขง แต่ควรยิ่งต้องไปทำความรู้กับวัดและถ้ำ
มุ่งหน้าขึ้นเขา ไกด์ส่วนตัวบอก แม่นแล้ว ต้องนั่งรถขึ้นเขา เส้นทางที่นำเราไปสู่จุดหมาย ลาดยางอย่างดี สวนยาง สวนกล้วย ไร่สับปะรด ไร่มันสำปะหลัง กลายเป็นกับแกล้มสายตา เหล่านักปั่นมาเจอถนนเส้นนี้คงจะปลื้มปริ่ม เพราะเหมาะเหลือเกินที่จะพิสูจน์กำลังขา
รถแล่นฉิ่วจากตัวอำเภอไม่ถึง 15 นาที ก็เข้าสู่ถนนสายรอง เลี้ยวขวาตรงแยกน้ำตกธารทอง ถนนนั้นชื่ออะไรไม่ค่อยแน่ใจ แต่ชาวบ้านเรียกถนนผาตั้งห้วยไซงัว
ป้ายบอกทางเด่นหรา “วัดผาตากเสื้อ” “วัดผาใหญ่วชิรวงศ์” “วัดถ้ำศรีมงคล” 3 จุดหมายที่สามารถไปเยือนภายในวันเดียว
เราแวะโต้ลมหนาวที่วัดผาตากเสื้อก่อน เพราะทะเลหมอกรอเราอยู่ ยิ่งสูงยิ่งหนาวดั่งคำโบราณว่าไว้จริงๆ รถไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ อากาศก็ยิ่งหนาว สูดเข้าเต็มปอด โอ้โห!!!! อยากเก็บไปฝากคนกรุงเทพฯ จัง แต่ไม่ละ ให้พวกเขามาสูดด้วยตัวเองดีกว่า (555)
วัดผาตากเสื้อเป็นวัดบนภูเขา มองจากด้านล่างจะเห็นไกลลิบ ขึ้นมาเห็นกับตา งามหลาย งามอีหลี สมเป็นวัดป่าเก่าแก่ เคยเป็นวัดที่หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เดินทางมาปฏิบัติธรรมอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะได้รับการพัฒนาจนแทบจำไม่ได้
โบสถ์สร้างแบบจตุรมุข ภายในมีภาพจิตรกรรมพุทธประวัติสุดวิจิตร แต่ไฮไลต์ที่ต้องไป ทว่าคนส่วนใหญ่มักพลาด นั่นคือ “ถ้ำพระ” ต้องเดินลงบันได ไต่ไปตามโขดหิน แหงนหน้าขึ้นฟ้าจะเจอกับก้อนหินยักษ์อยู่เหนือหัว ให้อารมณ์เหมือนกำลังมุดถ้ำหิน เก๋มั้ยล่ะ
อีกหนึ่งจุดที่ใครๆ ก็ต้องไปแชะรูปเป็นที่ระลึก คงหนีไม่พ้น “ชะง่อนผา” ที่มองเห็นตัว อ.สังคม อยู่ไกลสุดลูกตา รวมถึงฝั่งเพื่อนบ้าน สปป.ลาว ยามเช้าหมอกเมยมีมาก ก็แทบมองไม่เห็นอะไร ชะง่อนผานี้เคยเป็นโลเกชั่นในโฆษณากาแฟกับเหล้ายี่ห้อดังมาแล้ว พี่แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ ยืนจิบกาแฟก็ตรงชะง่อนผานี่แหละ
จากวัดผาตากเสื้อ เราไปต่อที่วัดผาใหญ่วชิรวงศ์ หรือวัดหลวงปู่เพชร ที่นี่จุดเด่นอยู่ที่ลานหินกว้าง ทุกสิ่งอย่างงานก่อสร้าง สร้างอยู่บนลานหิน ซ่อนความงามไว้ทุกอณู บางจุดนั้นเป็นจุดชมวิวเบื้องล่าง เหมาะกับการถ่ายรูปมากๆ
ถ้ามาช่วงสงกรานต์ ที่นี่จะคึกคักด้วยพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญปีใหม่ไทย ลานหินวัดเนืองแน่นด้วยแรงศรัทธา กลิ่นดอกไม้เคล้ากลิ่นแป้งร่ำอวบอวลไปทั่ว ไปยามนี้ก็ได้คนละอารมณ์ อากาศหนาวๆ ไปสูดอากาศเข้าเต็มปอด ต่อด้วยนั่งสมาธิก็ดีไม่หยอก บอกให้อย่างหนึ่ง ไหนๆ ก็ไปแล้ว เตรียมอาหารไปถวายพระเลย คนไกลวัดอย่างเรา มีโอกาสถวายภัตตาหารเช่นกัน อิ่มบุญไม่พอ ยังได้อิ่มท้องกับการนั่งล้อมวงกินข้าวที่วัดด้วย
เพราะมีเวลาไม่มาก เราจึงขอลาวัดผาใหญ่วชิรวงศ์ จากเส้นทางเดิม มุ่งสู่บ้านดงต้อง วัดถ้ำศรีมงคลอยู่ราว 10 กว่ากิโลเมตร เรามาถึงวัด แดดอุ่นโผล่มาทักทาย แต่ความหนาวยังไม่จางหาย
ถ้าเรียกตามชาวบ้าน วัดแห่งนี้จะชื่อ “วัดถ้ำเพียงดิน” และ “ถ้ำเพียงดิน” ก็คือไฮไลต์เด็ดที่ดึงดูดใจให้ใครๆ อยากจะมาเยือนที่นี่
ก่อนลอดถ้ำ ควรอ่านกฎกติกามารยาทให้เข้าใจ เมื่อเข้าใจแล้ว จุดธูปสักการะ “ปู่อินทร์นาคราช” กับ “ย่าเกตุนาคราช” พญานาคราชที่ปกปักรักษาอยู่ในถ้ำ
การลอดถ้ำต้องทำตามคำแนะนำไกด์ ทุกคนพร้อม ไกด์นำทางก็ส่องไฟฉายเดินลิ่วเข้าสู่ปากถ้ำ ซึ่งเล็กและแคบมาก คนลอดต้องงัดวิชาลูกเสือสามัญ หรือนักศึกษาวิชาทหารมาช่วย ก้ม คลาน เลื้อย แหงนหน้าได้ แต่จงระวัง เพราะภายในแคบและเต็มไปด้วยโขดหิน แท่งหิน บางแห่งเป็นแอ่งน้ำลึกถึงเข่าและมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ซึ่งชาวบ้านก็เชื่อว่าสายน้ำไหลนี้จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง
ตามความเชื่อนั้น ถ้ำเพียงดินเป็นเสมือนเมืองบาดาลของพญานาค มีเรื่องเล่าว่า พระธุดงค์จาก สปป.ลาว เป็นผู้พบ จากนั้นจึงกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในวันนี้ โดยมีชื่อเรียกว่า “ศาลาพันห้อง” ด้วยเพราะภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายห้องเล็กห้องน้อยห้องใหญ่ ถ้าจะนับก็น่าจะเป็นพัน แต่ห้องที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวมีเพียง 8 ห้องเท่านั้น
ห้องโถงกลางตรงทางเข้า ค่อนข้างแคบแต่เย็นสบาย ไฟสว่างนำทางไปสู่ห้องต่างๆ อาทิ ห้องหีบศพ บรรจุศพปู่อินทร์นาคราช ห้องเจดีย์ ห้องธิดานาคราช ซึ่งเป็นธิดาพญานาค ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าได้มาพบรักกับเจ้าชายแห่งเมืองมนุษย์
ระยะทางแต่ละห้องไม่ห่างกัน แต่ด้วยความแคบและความชื้น อีกทั้งแอ่งน้ำ เศษหิน รวมถึงระดับความสูงที่มีจำกัด ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะผ่านทะลุห้องหินทรายได้
และแล้วก็มาถึงห้องปราบเซียน ชาวบ้านเรียก ห้องช้างสามเศียร ลักษณะหินที่ย้อยลงมาหน้าตาคล้ายช้าง คนลอดต้องคลานและเลื้อยผ่านปากช้าง คลานและเลื้อยตรงๆ ไม่ได้ ต้องค่อยกระดื๊บซ้าย กระดื๊บขวา กว่าจะผ่านมาออกมาได้ก็ทุลักทุเล เพราะจุดนี้เป็นจุดที่แคบที่สุดของถ้ำ
ใกล้สำเร็จละ กับภารกิจลอดถ้ำ ผ่านห้องพระคัมภีร์และห้องปฏิบัติธรรมไป จะเจอโถงทางออก แสงสว่างจากด้านนอกส่องทะลุเข้ามาในถ้ำ บันไดเหล็กสูง ใช่!!! ทุกคนต้องไต่บันไดเหล็กขึ้นมา ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก ขอทำใจแมนๆ ไว้ จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาไต่ อย่าได้เหลียวหลังเด็ดขาด ไม่งั้นขาสั่น
มาเยือน อ.สังคม ครั้งนี้ สนุก ตื่นเต้น และประทับใจสุดๆ พูดไปเดี๋ยวจะหาว่าโม้ ต้องไปลองไปสัมผัสเอง แล้วจะรู้ว่าคุณจะหลงรัก อ.สังคม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม องค์การบริหารส่วนตำบลผาตั้ง โทร. 042-901-013







