
รวมพลคนโกง
โดย...จีไอโจ
โดย...จีไอโจ
ชื่อของ “เดวิด โอ. รัสเซลล์” อาจจะมีคนคุ้นบ้าง ไม่คุ้นบ้าง นั่นก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หากว่าเขาเป็นเพียงผู้กำกับกากๆ แต่เผอิญฝีมือของเดวิดชักจะเข้าฝักจนไม่อาจจะเมินเฉยได้จากผลงานเรื่องนี้ ที่เราขอยกให้เป็นอีกหนึ่งหนังเจ๋งแห่งปี
The Fighter เคยทำคนต่อมน้ำตาแตกมาแล้ว กับเรื่องราวดราม่าหน่วงๆ Silver Linings Playbook ก็เช่นเดียวกัน ที่พาคนดูไปอยู่ในอาการหัวเราะขื่นๆ จะขำก็ไม่กล้าขำดัง เพราะมันยังรู้สึกแปล๊บๆ พอมาถึงเรื่องล่าสุด American Hustle บอกเลยว่า สนุก ขม ยิ้ม บางครั้งก็สามารถหัวเราะดังๆ ได้ แต่ไม่วายคุณก็จะต้องกลับเข้าสู่โหมด เห้ย!!! นี่มันทำไมดราม่าจัง (ฟระ)
หนังใช้ 5 ตัวละครหลักเดินเรื่อง แต่ละคนก็มีหน้าที่ขับเคลื่อนให้หนังเดินไปสู่จุดเดียวกัน ไม่มีใครเด่นเกินกว่าใคร อาจมีบางบทสนทนาที่บทค่อนข้างเอื้อให้ตัวละครนั้นๆ เด่นและแย่งซีนคนอื่น คมคายและฉลาด ยอกย้อนและแพรวพราว แต่โดยรวม 5 ตัวละคร “เออร์วิง” โจรตัวพ่อ “ซิดนีย์” คู่หูและเมีย (น้อย) เออร์วิง “โรซาลีน” เมีย (หลวง) ตัวแสบเออร์วิง “ริชชี” ตำรวจขี้โว “คาร์ไมน์” นายกเทศมนตรีทะเยอทะยาน ล้วนแต่คือหัวใจของหนังทั้งสิ้น
ปรากฏการณ์ที่อยู่ในหนังบ่งบอกและเทียบให้เห็นว่ายุคไหนๆ ก็ไม่เคยขาดคนลวงและคนโกง หนังอยู่ในยุค ’70 แต่ก็สามารถจะนำมาเทียบกับยุคปัจจุบันได้ คนโกงยังลอยนวล คนลวงยังมีเต็มบ้านเต็มเมือง คนที่มีคำว่า “ดี” แปะที่หน้าผาก ย่อมหายากเต็มทน เพราะนิยามคำว่า “ดี” ใช้มาตรใดมาวัด มันยากนักที่จะบอกได้ คนนั้นดีจริง คนนี้ดีพอประมาณ ในเมื่อชีวิตทุกคนต่างเจอกับ “ความด่างพร้อย” ก็ยากที่จะสรุปว่าใครเป็นยังไง
สิ่งที่หนังพยายามนำเสนอจึงเป็นเพียงภาพสะท้อนให้ได้รู้กันว่า มนุษย์ ปุถุชน คนธรรมดา ไต่ระดับขั้นไปหาคนมีตำแหน่ง มีสี มียศถาบรรดาศักดิ์ ก็ย่อมอยู่ในวงเวียนของความชั่วเลว ยิ่งเฉพาะภาพที่หนังตอกย้ำถึงนักการเมืองและข้าราชการฉ้อฉลที่ให้ค่าเงินตรามากกว่าความยุติธรรม เห็นแก่ของกำนัลจนลืมจรรยาบรรณ เหล่านี้ยังมีให้เห็นอยู่ในทุกสังคม
ความสนุกของหนังมาพร้อมกับการลุ้นว่าหนังจะลงเอยเยี่ยงไร ตัวละครที่เห็นในจอแทบเดาไม่ออกว่าพวกเขามีแผนการณ์ชั่วช้าอะไรซ่อนอยู่ ยิ่งเดาก็ยิ่งสนุก แต่อาจจะหลงทางนิดหน่อยกับอาการเป๋ๆ ที่เสมือนเป็นแผนร้ายกาจของตัวบทและตัวผู้กำกับที่ต้องการให้เป็นไปตามครรลองนั้น
หากเป็นคนชอบจับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในหนังเรื่องนี้ก็มีหลายอย่างให้จับ ไม่ใช่การจับผิดนะเออ แต่มันคือการล้อกับตัวละครที่แต่ละคนต่างก็กำลังจะบอกว่าฉันไม่ใช่คนเลว ไม่ใช่คนลวง หาใช่คนจอมปลอม ฉันคือคนจริง จริงใจไม่ได้จิงโจ้ ทว่าพอดูกันจริงๆ ทุกคนต่างก็มีจุดบอดที่นำไปสู่การเป็น “คนเก๊” ในที่สุด
ขณะนั่งดูหนังเรื่องนี้ พลันเดียวก็นึกถึงวลีหนึ่งขึ้นมา ที่เคยถูกใช้เป็นแคมเปญรณรงค์การคอร์รัปชั่น “โตไปไม่โกง” จริงแท้แน่นอน เรื่องการจะโกงหรือไม่โกงมันต้องปลูกฝังกันตั้งแต่ลืมตาดูโลกนั่นแหละ ถ้าปลูกฝังแล้วโตมาเป็นผู้ใหญ่ยังโกง ก็แสดงว่าความดีงามที่ถูกปลูกฝังมาไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะการโกงมันอยู่ในสายเลือด เข้าเส้นจนเป็นสันดาน น่าเวทนาก็แต่ชาติบ้านเมือง ที่มีแต่คนโกงหน้าสลอน อยากนั่งตำแหน่งผู้บริหารประเทศ แล้วจะหาความจริงจากที่ไหน ในเมื่อมีแต่คนโกง (และคนเก๊) ครองชาติ
ไม่ต่างอะไรกับเรื่องราวในหนังเรื่องนี้ เมื่อเอฟบีไอรู้อยู่เต็มอกว่ามีคนโกงอยู่ในสังคมอเมริกัน ทางเดียวจะเผด็จศึกได้ก็คือต้องพึ่งคน (ที่เคย) โกง มาตลบหลังคนที่คิดและกำลังจะโกง แล้วก็จับให้มั่นคั้นให้ตาย เพื่อให้คนโกงจะได้ตายตกไปตามกัน แม้อาจต้องใช้เวลาเนิ่นนานหรืออาจต้องใช้พลังกายแรงใจหนักหนาสาหัสแค่ไหน ก็ยังคงต้องทำกันต่อไป เพราะการโกง การหลอกลวงนั้นไม่เคยขาดหายไปจากโลกนี้
ได้เค้าโครงจริงมาจากปฏิบัติการลับเอฟบีไอ “อับสแกม” และตัวละครจริงในเหตุการณ์นั้นคือ “เมลวิน เวนเบิร์ก” จอมโจรลวงโลกชื่อกระฉ่อน
มีชื่อชิง 7 สาขาลูกโลกทองคำ ผู้กำกับ นักแสดงนำชายหญิง นักแสดงสมทบชายหญิง หนังยอดเยี่ยม แต่ที่น่าลุ้นคือ บทยอดเยี่ยม รวมทั้งยังมีลุ้นออสการ์ในสาขาเดียวกันนี้
ติด 1 ใน 10 หนังยอดเยี่ยมของสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน (AFI) ชนะ 3 สาขา นักแสดงสมทบหญิง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ หนังและบทยอดเยี่ยม New York Film Critics Circle Awards ชนะทีมนักแสดงยอดเยี่ยม Palm Springs International Film Festival
American Hustle
ปี 2013
ประเทศ สหรัฐ
ประเภท ชีวิต / อาชญากรรม
ความยาว 138 นาที
เรตติ้ง น.18+ (เหมาะสำหรับผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป)
กำกับ เดวิด โอ. รัสเซลส์
แสดงนำ คริสเตียน เบล / แบรดลีย์ คูเปอร์ / เจนนิฟอร์ ลอว์เรนซ์ / เอมี อดัมส์ / เจเรมี เรนเนอร์ /







