
ชายไม่จริง หรือหญิงไม่แท้ สำคัญไฉน
โดย...คุณหนูอี๊
โดย...คุณหนูอี๊
สมัยก่อน สถานะทางเพศของคนในสังคม อาจไม่ซับซ้อนเหมือนปัจจุบัน จะชายจะหญิงก็ชัดเจน แต่สมัยนี้ ในยุคที่สังคมเปิดกว้าง ทุกคนมีเสรีภาพที่จะแสดงตัวตนแบบไม่ต้องแอ๊บ จึงไม่แปลกที่บ้านหลังที่ 2 อย่าง ที่ทำงานของใครหลายคน จะเป็นที่รวมตัวของผู้คนหลากหลายเพศ หลากหลายตัวตน บางคนก็แสดงออกชัดเจน บางคนยังเขินอายทำซ่อนแอบอยู่ กลายเป็นประเด็นให้ผู้ร่วมงานเมาท์ไม่เลิก
สถานการณ์ นนท์ หนุ่มหน้าตาละม้ายคล้ายดาราเกาหลี ทำงานมา 5 ปี เข้ากันได้ดีกับเพื่อนร่วมงานทุกคน แต่ก็ยังไม่วายเป็นที่กังขาของเพื่อนร่วมงานว่า เบื้องหลังหน้าที่การงาน หนุ่มหล่อในสายตาเพื่อนจะเป็น “นนท์นี่” ในหมู่เพื่อนหรือเปล่า เพราะตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อนๆ สังเกตว่านนท์ไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ไม่เคยชอบผู้หญิงคนไหน แถมยังออกอาการเขินๆ เวลาติดต่อกับลูกค้าหนุ่มๆ หน้าตาดีอีกด้วย เมื่อโดนจับผิดมากๆ จากที่เคยทำงานอย่างมีความสุข นนท์เริ่มรู้สึกไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว
ทางออกสำหรับนนท์ ความจริงแล้ว ตัวตนที่แท้จริงของนนท์คืออะไร นนท์เป็นผู้ที่รู้คำตอบดีที่สุด ดังนั้น ต้องแยกเป็น 2 ประเด็น คือ นนท์รู้สึกไม่มีความสุข เพราะนนท์ไม่ชอบให้คนมาจับผิด หรือเพราะนนท์กำลังปิดบังความจริงอะไรอยู่ ถ้าเป็นอย่างแรก นนท์ไม่จำเป็นต้องทุกข์ เพราะเราจะเป็นอย่างไร เรารู้ตัวดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องแคร์สายตา หรือขี้ปากคนอื่น แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง นนท์ต้องหาตัวเองให้เจอ และนำตัวเองไปอยู่ในจุดที่อยู่แล้วสบายใจที่สุด จะเปิดตัวหรือแสดงให้รู้ว่าไม่เป็นแบบที่ใครมองก็สุดแล้วแต่
สถานการณ์ปาล์ม หนุ่มสวยประจำออฟฟิศ เริ่มไม่ชอบใจที่เพื่อนๆ มักเอาชื่อจริง สมัยยังเป็นชายทั้งกายและใจมาล้อ แถมยังชอบแซวเวลาที่เธอเจอลูกค้าหนุ่มๆ ว่าเธอแอบชอบบ้าง พยายามเรียกร้องความสนใจ ทั้งที่จริงแล้ว สำหรับปาล์ม เธอคิดว่า เธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่รักนวลสงวนตัว และไม่ชอบให้เพื่อนร่วมงานมองว่าเธอเป็นพวกผิดเพศ หลายครั้งเธอจึงต้องมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนร่วมงาน
ทางออกปาล์มต้องกลับมาสำรวจตัวเองว่า มีพฤติกรรมอะไรที่ทำให้เพื่อนร่วมงานเห็นว่าปาล์มเป็นพวกเจ้าชู้ หว่านเสน่ห์ไปทั่ว แล้วก็ปรับปรุงตัว ถ้าไม่อยากให้ใครมองตัวเองผิดๆ อีก แต่ถ้าปาล์มไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่เพื่อนร่วมงานชอบแซวจนเลยเถิด หากมีโอกาสปาล์มน่าจะทำความเข้าใจกับเพื่อนร่วมงาน ว่าขอบเขตที่ตัวเองยอมรับได้อยู่ตรงไหน เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องส่วนตัวนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต
ขณะที่เพื่อนร่วมงานที่มีเพื่อนร่วมงานที่อาจมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนนี้ น่าจะเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถามตัวเองง่ายๆ ก่อนจะแสดงอะไรว่า ถ้าเป็นเราเราจะชอบมั้ย อย่าคิดว่าทำเพื่อความสนุกอย่างเดียว
Ask the Expert
Q .ทำงานที่เดิมมา 5 ปีกว่า รู้สึกอยากเปลี่ยนงาน แต่ยังไม่แน่ใจว่าถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยนแปลงจริงหรือยัง เพราะอยากลองเริ่มอะไรใหม่ๆตอนต้นปีครับ ?
A. จักรพันธ์ จันทรัศมี Consulting Partner บริษัท ออคิด สลิงชอท สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือวิเคราะห์ให้ได้เสียก่อนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณอยากเปลี่ยนงาน เป็นเพราะเบื่องาน เบื่อระบบ เบื่อคน หรือมองไม่เห็นความก้าวหน้า คุณได้พยายามปรับตัวและพัฒนาตัวเองให้มีคุณค่าเพื่อให้อยู่ที่นี่อย่างมีความสุขแล้วแต่มันไม่ได้ผล ดังนั้นคุณจึงอยากเปลี่ยนงาน สิ่งที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจว่าถึงเวลาจะเปลี่ยนงานหรือยังคือ ความเชี่ยวชาญในงาน หากคุณเรียนรู้และเข้าใจมันทะลุปรุโปร่งแล้ว อยู่ไปก็ไม่มีอะไรใส่เพิ่มเติมได้อีก เรียกว่าเป็นเซียนของงานนี้แล้ว แต่ก็ยังย่ำอยู่กับที่ ก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการหาที่ใหม่ นอกจากนี้ลองมองดูเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวที่จบมาด้วยกัน ทำงานคล้ายๆ กัน ฝีมือพอๆ กันกับเราว่าเขาไปถึงไหนแล้ว ถ้าเรายังล้าหลังอยู่มาก ก็ไม่แปลกที่จะมีการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญควรเปลี่ยนงานตอนที่คุณกำลัง Peak หรือเป็นช่วงขาขึ้น หากมีบริษัทต่างๆ ให้ข้อเสนอที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นลักษณะงานที่ท้าทายหรือผลประโยชน์ตอบแทนที่คุณปฏิเสธได้ยาก เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วพบว่าอยู่ที่เดิมหาความก้าวหน้าไม่ได้จริงๆ ก็อาจได้เวลาเสียที แต่สิ่งที่ต้องตระหนักไว้เสมอคือ อย่าเปลี่ยนงานเพราะอยากหนีปัญหา ไม่เช่นนั้นคุณก็จะต้องหนีไปเรื่อยๆ
He Said / She Said
ท็อปธุรกิจส่วนตัว
“ผมชอบผู้หญิงผิวสีแทนเลยครับอันดับแรก และก็ชอบผู้หญิงที่ช่างคิด ช่างจินตนาการ ไม่หยุดนิ่ง ดูเธอมีความคิดสร้างสรรค์ดีครับ”
นุ่นธุรกิจส่วนตัว
“ชอบผู้ชายเก่ง ทำงานเก่ง เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องหล่อ ไม่ต้องเพอร์เฟกต์ แต่รู้จักใช้ชีวิต ดำเนินตัวตนอย่างมีเป้าหมาย และวางอนาคตเอาไว้แล้วก้าวไปให้ถึงค่ะ”
Quote
“ผมสามารถพูดได้เลย ไม่ว่าที่ผ่านมา ชีวิตและงานของผมจะออกมาเป็นอย่างไร ผมไม่เคยคิดอิจฉาริษยาคนอื่นๆ และนั่นเป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต”
โรมัน โปลันสกี ผู้กำกับชื่อดัง







