มิตซี่...หมาน้อยนักบำบัด ผู้ดามหัวใจ นิษฐา อึ้งสุประเสริฐ
เรื่องราวของสุนัขนักบำบัดชื่อมิตซี่ สาวน้อยแสนสวย ผู้ใช้ความรู้ความสามารถและความน่ารักเฉพาะตัว
โดย...จอยฟูล ซีเล็คชัน / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
เรื่องราวของสุนัขนักบำบัดชื่อมิตซี่ สาวน้อยแสนสวย ผู้ใช้ความรู้ความสามารถและความน่ารักเฉพาะตัว (ฮา) ในการบำบัดปัดเป่าผู้คนที่เจ็บป่วยให้อารมณ์ดีมีความสุข สุนัขตัวน้อยที่น่าจะเป็นนักบำบัดที่น่ารักที่สุดในโลกตัวนี้ มาจากแดนไกลออสเตรเลีย ทำไมวันนี้จึงเดินทางมาอยู่เมืองไทย ถ้าอยากรู้ก็ตามมาอ่านกันเลยดีกว่า
มิตซี่ เป็นสุนัขพันธุ์ผสมระหว่างมอลทิสกับพูเดิล จุดเด่นคือ ขนปุกปุยสีขาวน่ารัก รวมทั้งดวงตาน้ำตาลสดใส มีชีวิตชีวา มองตาของมิตซี่แล้วยากที่จะไม่หลงรัก เจ้าของคือ “แอน” นิษฐา อึ้งสุประเสริฐ นายกสมาคมเทคโนโลยีการสื่อสารทางเลือกและการสื่อสารทางแทนคำพูดนานาชาติแห่งประเทศไทย (ISAAC Thailand) ซึ่งเล่าให้ฟังถึงหมาน้อยแสนรักว่า ได้มาตั้งแต่เมื่อ 7 ปีก่อน ขณะนั้นเธอทำงานเป็นนักอรรถบำบัด ช่วยเหลือผู้มีปัญหาภาวะบกพร่องด้านการสื่อสารที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
“ตอนนั้นอกหัก ก็เลยหาหมามาเลี้ยง (ฮา) ปรากฏว่ามิตซี่ช่วยดามหัวใจให้อย่างวิเศษ” แอน เล่าติดตลก
มิตซี่ไม่เพียงช่วยดามหัวใจให้เจ้านาย แต่มันยังช่วยเป็นสะพานเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน ทุกวันแอนจะพามิตซี่ไปรวมแก๊งคนรักหมาที่วอร์ เมโมเรียล พาร์ก ซึ่งเป็นพาร์กใกล้บ้าน โดยทุกคนจะพาน้องหมาไปจูงเดิน ไปเล่น สนุกสนานเพลิดเพลิน แก๊งที่ได้มาเจอกันและสนิทสนมคุ้นเคยกันนี้มีอยู่ 20 ตัว เอ๊ย คน ในวันหนึ่งมีเจ้าของหมาคนหนึ่งคิดขึ้นว่า “พวกเรานำหมาๆ ไปฝึกเป็นสุนัขบำบัดเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยกันดีกว่า!”
ง่ายๆ อย่างนั้นเลย แล้วทั้งหมดก็พากันไป หากคุณสมบัติข้อหนึ่ง คือ ต้องขนไม่ร่วง จึงทำให้เหลือน้องหมาจิตอาสาที่ผ่านการคัดกรองแค่ 4 ตัวเท่านั้น หลักสูตรสุนัขนักบำบัดที่ออสเตรเลียกำหนดระยะเวลาเรียน 12 สัปดาห์ มิตซี่จบหลักสูตรได้ประกาศนียบัตรเป็นที่เรียบร้อยก็ไปช่วยบำบัดที่เนิร์ซซิ่งโฮมใกล้ๆ ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์คนหนึ่ง ซึ่งภายหลังผูกพันกันมาก หญิงชราสูงวัยจำใครไม่ได้เลย รวมทั้งแอนซึ่งพามิตซี่มาก็จำไม่ได้ แต่จำมิตซี่ได้
“เขาจะจำกันได้ พอมิตซี่ไปถึง ก็จะไปหา ไปเล่น ไปกระโดดขึ้นเตียง ช่วยให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้ผ่อนคลาย แจ่มใสขึ้น เขาจะรอเลย ตั้งตารอว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาที่จะได้เล่นกับมิตซี่ ก็สัปดาห์หนึ่งได้เล่นกัน 1 ชั่วโมงค่ะ” แอน เล่า
แอนและมิตซี่ใช้ชีวิตร่วมกันที่ออสเตรเลียอย่างมีความสุข ทั้งคู่ผูกพันกันมาก โดยนอกจากกิจวัตรที่ไปเดินเล่นกับแก๊ง หรือการเดินทางไปช่วยสงเคราะห์ผู้ป่วยที่สถานพยาบาลใกล้บ้านแล้ว มิตซี่ยังมีช่วงเวลาแห่งความสุขในการไปเดย์แคร์ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ซึ่งก็จะมีกิจกรรมสุดโปรด เช่น โยคะ เล่นไม้ลื่น งับบอล และอีกมากมาย บางครั้งมีปาร์ตี้น้องหมาในสวน ในงานจะมีบาร์บีคิว มีเด็กๆ มีเพื่อนๆ พาหมามาปาร์ตี้ ฟังแล้วช่างน่าอิจฉามิตซี่จริง
“ความรักหมาของเหล่าเจ้าของ ยังเป็นที่มาของหนังสือภาพแสนสวยเล่มนี้ค่ะ เราช่วยกันรวบรวมภาพถ่ายน่ารักๆ ของหมาๆ ของพวกเราเก็บไว้ นี่ไงคะ เก็บไว้เป็นที่ระลึก” แอนโชว์หนังสือภาพที่จัดทำขึ้นอย่างดี แน่นอนที่ในนั้นย่อมมีภาพถ่ายเท่ๆ ของมิตซี่รวมอยู่ด้วย
ปัจจุบันแอนกลับมาบุกเบิกการสื่อสารทางเลือกในประเทศไทย ก่อตั้งสมาคมเทคโนโลยีการสื่อสารทางเลือกฯ และเปิดโรงเรียนอินเตอร์เนชั่นแนล ไบลิงกัว สคูล ที่รามคำแหง 110 ส่วนมิตซี่น่ะหรือ? มิตซี่มาช่วยงานเจ้านายที่โรงเรียนด้วย โดยมาช่วยเป็นสุนัขบำบัดสำหรับน้องๆ เด็กๆ ที่มีภาวะออทิสซึ่ม
เก่งจริงๆ มิตซี่...ไม่ทิ้งดีกรีที่เป็นสุนัขบำบัดเลยนะเนี่ย!







