posttoday
ทัพหน้าดี-หน่วยหนุนเด่น สู่ทีมเวิร์กคุณภาพ

ทัพหน้าดี-หน่วยหนุนเด่น สู่ทีมเวิร์กคุณภาพ

28 ธันวาคม 2556

เชื่อว่านาทีนี้หลายคนคงคุ้นเคยกับ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

เชื่อว่านาทีนี้หลายคนคงคุ้นเคยกับ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เป็นอย่างดี หลังการประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่องครั้งแรกของประเทศไทยสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พร้อมกับการเปลี่ยนผ่านการดูโทรทัศน์จากเสาก้างปลาเข้าสู่ระบบการออกอากาศแบบดิจิตอล และการเกิดขึ้นของฟรีทีวีช่องใหม่ๆ ที่ไม่ได้มีแค่ 6 ช่อง เหมือนที่ผ่านมา

แน่นอนว่าภาพเบื้องหน้าที่เราได้เห็น คือ ประธาน กสท. ที่คอยตอบคำถามหรือชี้แจง ทำความเข้าใจในเรื่องของการเปลี่ยนผ่าน ทว่า ประธาน กสท. บอกเสียงหนักแน่น (ตามสไตล์นายทหาร) ว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นมาจากทีมงานสนับสนุนที่แข็งแกร่งและสองกำลังสำคัญจากทีมงานคุณภาพของเขา คือ นงลักษณ์ วัชระเกียรติพงษ์ (มีมี่) เลขานุการประจำ ประธาน กสท. และ มณีรัตน์ กำจรกิจการ (เอ๋) ผู้อำนวยการกลุ่มงานการอนุญาตประกอบกิจการ กสท.

จากทัพหน้าถึงหน่วยหนุน

พ.อ.นที เล่าถึงนงลักษณ์ ว่า “สำหรับมีมี่รู้จักกันอยู่แล้วตั้งแต่สมัยผมทำงานเป็นทหารที่กรมการสื่อสารทหาร พอมาทำหน้าที่ กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ก็เลยชวนมาทำงานด้วย จุดเด่นสำคัญของมีมี่ คือ มนุษยสัมพันธ์ดี การประสานงานเป็นเลิศ และมีความละเอียดรอบคอบ เก็บรายละเอียดของงานได้ดี ซึ่งช่วยผมได้อย่างมาก เพราะผมจะไม่ค่อยดูลงลึกในรายละเอียดปลีกย่อย”

ผู้บริหาร กสท. การันตีว่า มีมี่ คือ Executive Secretary ที่ไม่ใช่แค่งานเลขาฯ แบบที่หลายคนเข้าใจ แต่หมายถึงงานทุกอย่างที่เกี่ยวกับ พ.อ.นที ทั้งคิวงาน เอกสารโครงการต่างๆ หรืองานที่ได้รับมอบหมายทุกงาน มีมี่สามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม และเลือกได้ว่า เรื่องไหน งานใด ที่ต้องการการตัดสินใจจาก พ.อ.นที เรื่องนั้นถึงจะถูกส่งขึ้นมา ซึ่ง พ.อ.นที มีหน้าที่ตัดสินใจอย่างเดียว ไม่ต้องกังวลในเรื่องรายละเอียดอื่นๆ อีกแล้ว

ทัพหน้าดี-หน่วยหนุนเด่น สู่ทีมเวิร์กคุณภาพ

 

“ผมไม่เคยต้องปวดหัวหรือมีเรื่องยุ่งยากใจจากการทำงานของหน่วยสนับสนุนของผม เพราะทุกคนตั้งใจขยันทำงาน มีศักยภาพที่ดีในตัวเอง ซึ่งตรงกับสไตล์การทำงานของผม ที่จะเปิดโอกาสให้ทำงานและและเคารพการตัดสินใจ และงานที่ออกมาก็ราบรื่น”

หันมาอีกด้านหนึ่ง พ.อ.นที พูดถึงมณีรัตน์ ว่า “สำหรับเอ๋ก็ร่วมงานกันมาตั้งแต่ กทช.เหมือนกัน เอ๋เป็นคนที่แม่นในกฎหมายและกติกาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านบรอดคาสต์มาก มีความคล่องตัวสูง สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองในหลายเรื่องไม่เคยตกหล่น และทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายงานจะกลับมาพร้อมโซลูชั่นเสมอและไม่เคยทำให้ผิดหวัง”

ทั้งนี้ เอ๋ถือเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพของ กสทช. ซึ่งทีมงานของฝั่งบรอดคาสต์ทั้งหมดเรียกได้ว่ามีความตั้งใจทำงานสูง มีเป้าหมายคือ มุ่งสู่ผลสำเร็จ ไม่ชอบความไม่สมบูรณ์ ซึ่งทำให้งานทุกอย่างเดินหน้าได้เร็วท่ามกลางข้อจำกัดเรื่องเวลาและจำนวนบุคลากร และผลงานที่โดดเด่นของเอ๋ คือ การให้ใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงกว่า 3,500 สถานี ภายใน 1 ปี โดยที่ไม่มีปัญหาใดๆ เลย

“ผมเป็นคนไม่ดุใครในการทำงานอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ถ้ามีปัญหาหรือเห็นว่าไม่ถูกต้องก็จะแค่บอกและถามว่าควรจะมีแนวทางยังไง และคอยให้คำปรึกษามากกว่าจะลงไปจี้ว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ออกมาดีเสมอ”

ไม่เพียงแต่เรื่องการทำงานเท่านั้น พ.อ.นที ยังบอกด้วยว่า หากทีมงานของเขามีปัญหากับเรื่องส่วนตัว เขาก็ยินดีเป็น “พี่ชาย” ของทุกคน เปิดรับฟังและพร้อมช่วยแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ แต่ที่ผ่านมา เห็นว่าทุกคนสามารถรับผิดชอบเรื่องงานและเรื่องชีวิตส่วนตัวได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว

จากหน่วยหนุนถึงทัพหน้า

ด้านฝั่งของหน่วยหนุนอย่างนงลักษณ์พูดถึง พ.อ.นที ว่า “ถึงวันนี้คิดว่าตัดสินใจไม่ผิดที่มาร่วมงานกับ พ.อ.นที แม้เงินเดือนที่ได้รับที่นี่จะน้อยลง 3040% จากงานเดิม แต่การที่เรามีโอกาสได้ทำงานกับคนเก่ง ทำให้เราอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเองอยู่ตลอด เพราะไม่งั้นเราจะช้าและไม่ทันคนที่เราทำงานด้วย”

มีมี่ เล่าถึงที่มาของการมาทำงานนี้ว่า เคยบอกกับ พ.อ.นที เมื่อสมัยยังอยู่ที่กรมสื่อสารทหารอากาศและได้รับปากไว้ว่า หากมีอะไรที่สามารถช่วยงานได้ขอให้บอกมา ดังนั้นเมื่อ พ.อ.นที เข้ามารับตำแหน่ง กทช. มีมี่จึงถูกเรียกตัวให้มาช่วยงาน แม้ว่าเธอจะไม่เคยทำงานเลขาฯ แบบนี้มาก่อนก็ตาม

“เราก็ออกตัวไว้แล้ว แต่ พ.อ.นที บอกว่า งานมีอย่างเดียว คือ ทำตามที่ผมสั่ง ดังนั้น ทุกสิ่งที่ได้รับมอบหมายก็คืองานทั้งหมด ซึ่ง พ.อ.นที เป็นคนที่ทำงานด้วยง่าย ด้วยสไตล์การทำงานของ พ.อ.นทีเองที่ทำงานเก่ง ขยัน มุ่งมั่น จริงจัง และตลอด 34 ปีที่ร่วมงานกันมา ก็เป็นประสบการณ์การทำงานที่ดีมาก”

นงลักษณ์ เล่าติดตลกว่า จริงๆ แล้วเธอทำหน้าที่เหมือน เอ ศุภชัย ที่คอยดูแลคิวให้ซูเปอร์สตาร์ ที่นอกจากจะดูแลตารางงานต่างๆ แล้ว ยังช่วยสกรีนงานให้ในระดับหนึ่งด้วยว่า งานไหนควรมาก่อนและหลัง สำคัญหรือไม่อย่างไร ซึ่งรวมไปถึงการหยิบยกประเด็นเพื่อแถลงข่าวหลังการประชุมบอร์ดด้วย หรือหากเปรียบเทียบกับระบบไอที เธอก็คือผู้ดูแลระบบหลังบ้านเพื่อให้การทำงานหน้าบ้านราบรื่นมากที่สุด

ด้านทัพหลังอีกคนอย่างมณีรัตน์เล่าถึงบอสคนนี้ ว่า “พ.อ.นที เป็นคนที่ทำงานเก่งมาก ขยัน ไว องค์ความรู้เยอะ ซึ่งทำให้คนที่ทำงานด้วยต้องตื่นตัวตลอดเวลา ต้องขยันให้มากขึ้น เพราะถ้าเราไม่รู้ เวลาผู้บังคับบัญชาถามเราก็จะตอบไม่ได้ ขณะเดียวกันก็เปิดกว้างที่จะรับฟังความเห็นของคนที่ทำงานด้วย ซึ่งผู้บังคับบัญชาที่ทำงานแบบสายทหารมาจะมีไม่มากที่เป็นแบบนี้ แต่ พ.อ.นที แม้จะเป็นทหารแต่ไม่ได้มีนิสัยที่ทหารชอบปฏิบัติกับผู้ใต้บังคับบัญชา”

มณีรัตน์แจกแจงถึงรูปแบบการทำงานของ พ.อ.นที และย้ำว่า ไม่เคยถูกดุจากการทำงาน เพียงแต่เป็นบอสคนนี้ คนมีวินัยในการทำงานสูง ซึ่งคนที่ทำงานด้วยจะรู้ได้เองว่าสิ่งที่ทำอยู่ใช่หรือไม่ใช่ และควรต้องปรับปรุงตรงไหน อย่างไร เปรียบเสมือน พ.อ.นที เป็นระดับนโยบายที่ “ไว้ใจแต่ไม่วางใจ” คือ มีคำตอบในทุกคำถามอยู่แล้ว ดังนั้น คนทำงานด้วยจะต้องแก้โจทย์ให้ได้ ต้องแม่นยำ ต้องชัดเจน

“เพราะความที่ พ.อ.นที ชอบทำงาน ในทีมงานจะชอบแซวกันว่า วันไหนเห็น พ.อ.นทีทำหน้านิ่งไม่ใช่เพราะทำงานไม่ได้ดั่งใจ แต่เพราะยังไม่ได้ปล่อยของเรื่องงานออกมา ด้วยเหตุนี้ การประชุมดึกๆ ช่วงเวลา 4 ทุ่ม ถึง ตี 2 จึงเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในช่วงที่มีประกาศสำคัญๆ ที่จะต้องนำเสนอบอร์ด”

ทำงานร่วมกัน ฝ่าฟันมาถึงขนาดนี้แล้ว ทั้งนงลักษณ์และมณีรัตน์ ยืนยันตรงกันว่า สิ่งที่มั่นใจที่สุด คือ ถ้าการทำงานเกิดมีปัญหา พ.อ.นที พร้อมจะปกป้องผู้ร่วมงานทุกคน “ไม่ทิ้งเรา ไม่ทิ้งปัญหา” นั่นคือสิ่งที่หน่วยหนุนจะได้รับจากทัพหน้าคนนี้อย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท