เจาะลึกตรวจเซลล์เสื่อม เช็กระดับวิตามิน อย่ากินมั่ว
ทางออกของการดูแลตัวเองที่มาพร้อมกับกระแสความนิยม แต่หลายคนก็ยังใช้กันแบบผิดๆ การกินวิตามินเสริมจึงได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง
ทางออกของการดูแลตัวเองที่มาพร้อมกับกระแสความนิยม แต่หลายคนก็ยังใช้กันแบบผิดๆ การกินวิตามินเสริมจึงได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังนิยมที่จะซื้อวิตามินกินเอง หรือมอบเป็นของขวัญพิเศษในช่วงเทศกาลต่างๆ ให้กับคนที่รัก
นพ.อรรถสิทธิ์ อมรถนอมโชค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเวชธานี แนะนำว่า การซื้อวิตามินให้เหมาะสมกับคนกินนั้น ควรเริ่มต้นจากการเช็กร่างกายก่อน ตรวจระดับวิตามินในเลือด เพื่อดูสภาวะโภชนาการในร่างกายของเราว่าเหมาะสมหรือไม่ และวิตามินหลายๆ ตัวก็มีคุณสมบัติในการชะลอความเสื่อมของเซลล์ การตรวจระดับวิตามินจะช่วยทำให้เราทราบว่าจำเป็นต้องหาวิตามินที่ถูกชนิดกับร่างกายเราต้องการมากินเสริมเพื่อการทำงานที่สมบูรณ์ของเซลล์ในร่างกาย
การตรวจระดับวิตามินจะต้องมีการงดน้ำอาหารอย่างน้อย 8-12 ชม.ก่อนการตรวจ โดยใช้เวลาในการวิเคราะห์ประมาณ 7 วัน ถึงจะทราบผลว่าวิตามินอะไรบ้างที่นิยมตรวจกัน
1.วิตามินในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ มีทั้งหมด 8 ชนิด ได้แก่ วิตามิน A, วิตามิน E alpha, วิตามิน E gamma, วิตามิน C, โคเอนไซม์คิวเท็น, ไลโคปีน, เบตาแคโรทีน และแอลฟาแคโรทีน วิตามินในกลุ่มนี้จะช่วยในการทำงานของหัวใจ เสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งและเซลล์เสื่อมก่อนวัย รวมทั้งช่วยในเรื่องของผิวพรรณ
2.วิตามิน D จะมีประโยชน์ทั้งในเรื่องการดูดซึมของแคลเซียมที่ใช้ในการสร้างกระดูก ปัจจุบันมีงานวิจัยพบว่าผู้ที่มีระดับวิตามิน D ในเลือดที่สูงจะมีอายุยืนยาวกว่าคนที่มีระดับวิตามิน D ในเลือดต่ำ และยังลดความเสี่ยงต่อการเกิด 4 โรคร้าย อันได้แก่ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคกระดูกพรุน และโรคภูมิแพ้ตนเอง
3.เกลือแร่ที่จำเป็นหรือ Essential Mineral เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ซีลีเนียม สังกะสี และทองแดง เป็นต้น เกลือแร่เหล่านี้จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างของกระดูก กล้ามเนื้อ ผม เล็บ ให้มีสุขภาพดี
4.กลุ่มวิตามิน B ที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบสมองและประสาท รวมทั้งช่วยในเรื่องเพิ่มประสิทธิภาพระบบการเผาผลาญหรือ Metabolism ในร่างกาย และลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์
การตรวจระดับวิตามินในเลือด ถ้าผลการตรวจออกมาปกติ ควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง และเลือกรับประทานวิตามิน โดยให้ในระดับที่เป็นการเสริมการทำงานของเซลล์เท่านั้น แต่ถ้าผลการตรวจระดับวิตามินพบว่ามีภาวะขาดวิตามินค่อนข้างมาก อาจจะต้องให้วิตามินเสริมในระดับที่สูงกว่าปกติ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และจะมีการตรวจระดับวิตามินซ้ำภายหลังการรักษา 3-6 เดือน







