posttoday
ธรรมะ (ไม่) ยุ่งกับการเมืองจริงหรือ

ธรรมะ (ไม่) ยุ่งกับการเมืองจริงหรือ

22 ธันวาคม 2556

ยังคงมีข้อสงสัยว่านักปฏิบัติธรรมควรวางบทบาทอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้

โดย...ดนัย จันทร์เจ้าฉาย www.facebook.com/danai.chanchaochai ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ยังคงมีข้อสงสัยว่านักปฏิบัติธรรมควรวางบทบาทอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้ จะเป็นกรรมหนักหรือไม่หากนักปฏิบัติธรรมเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะอาจทำให้เกิดความไม่สงบมากขึ้นกว่าเดิม คำถามนี้จึงเป็นประเด็นหนึ่งที่ผมได้กราบนมัสการถามพระอาจารย์สงบ กุสลจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดเมตตากิตติคุณ จ.อุดรธานี ในโอกาสที่ท่านเมตตามาแสดงธรรม ณ หอประชุมพุทธคยา เมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา

พระอาจารย์สงบได้เทศน์ตอบอย่างชัดเจนตรงประเด็นว่า หากนักปฏิบัติธรรมยังไม่รู้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด สิ่งใดควรไม่ควร จะเป็นนักปฏิบัติได้อย่างไร ในเมื่อธรรม คือ ความถูกต้อง ธรรม คือ ความจริง จึงเป็นหน้าที่ของนักปฏิบัติธรรมที่ต้องออกมาชี้ความจริง โดยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ใช่นั่งนิ่งสวดมนต์ภาวนาอยู่อย่างเดียว ไม่ใช่อุเบกขาวางเฉย นักปฏิบัติธรรมจำเป็นต้องเลือกสิ่งที่ถูก สิ่งที่เป็นธรรม แต่การกระทำและคำพูดไม่ควรไปเหยียบย่ำฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ให้ทุกคนได้มีโอกาสได้แก้ไข ปรับตัว ให้เป็นผู้ชนะได้ทั้งหมด หากพิจารณาให้ถ่องแท้ จะเห็นว่าในความไม่ดีนั้นก็มีความดี ในความดีก็ยังมีความไม่ดีเจือปนอยู่

อีกประเด็นที่พระอาจารย์สงบได้เมตตาชี้แนะให้สาธุชนได้ไตร่ตรอง คือ ไม่ควรตัดสินบุคคลเฉพาะการกระทำของเขาในอดีต แต่ให้เอาการกระทำในปัจจุบันเข้ามาพิจารณาด้วย เช่น บุคคลหนึ่งอาจเคยทำผิดมาก่อน มีอาชีพที่เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่หากในปัจจุบันบุคคลนั้นได้กลับใจเปลี่ยนแปลงตนเอง ไม่กระทำผิดซ้ำในสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีต บุคคลเช่นนี้เราควรให้โอกาสและให้การสนับสนุน เนื่องจากเขาจะรู้จักช่องทางในการคดโกง โอกาสในการกระทำมิชอบอย่างโชกโชน จึงสามารถที่จะเสนอแนวทางในการอุดช่องโหว่ไม่ให้มีโอกาสฉ้อฉลได้

พระอาจารย์ได้เน้นย้ำว่า การศึกษาและการให้ความรู้แก่ผู้คนในสังคมเป็นหน้าที่สำคัญที่เราต้องปลูกฝังและตอกย้ำให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษา จะเป็นน้ำใหม่ที่จะมาถ่ายเทให้น้ำทั้งหมดใสบริสุทธิ์ได้เรื่อยๆ แม้ต้องใช้เวลาหลายปี แต่เป็นสิ่งที่ต้องเริ่มทำอย่างจริงจังตั้งแต่บัดนี้ ซึ่งปรากฏการณ์ของมวลมหาประชาชนทุกภาคส่วนของสังคมก็เป็นนิมิตหมายที่ดี เนื่องจากมีกลุ่มคนหลายวัย ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น คนวัยทำงาน ถึงผู้ใหญ่ระดับอาวุโส จากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษา แพทย์ พยาบาล ข้าราชการ นักธุรกิจ ออกมาแสดงจุดยืนเลือกข้างความถูกต้อง สิ่งที่เป็นธรรมสำหรับสังคม

ทางออกที่ประเทศไทยควรมีร่วมกัน คือ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของการปกครองที่เหมาะสม การมีประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม โดยประชาชนทุกภาคส่วนมีหน้าที่ในการตัดสินใจสิ่งที่สำคัญมีผลกระทบต่อชีวิตตนเองและบ้านเมือง ตลอดจนมีกลไกที่เข้มแข็งในการตรวจสอบการทำงานของนักการเมือง ข้าราชการ และองค์กรภาครัฐ เนื่องด้วยในขณะนี้ประชาธิปไตยแบบมีตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภา ได้ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจอย่างรุนแรง เพราะเป็นการทำหน้าที่ที่ละเมิดความชอบธรรม จริยธรรม และกฎหมาย

ความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญ หากขาดซึ่งความไว้วางใจ อะไรก็เกิดขึ้นไม่ได้ (Without trust nothing can happen.) แม้ว่าจะมีอำนาจ มีเงิน มีตำแหน่งและกลไกในการควบคุมทุกอย่าง แต่หากขาดเพียงแค่การไว้วางใจ เท่ากับขาดทั้งหมด สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้น ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ จึงเป็นนโยบายที่สำคัญที่สุด ดังคำกล่าวภาษาอังกฤษ Honesty is the Best Policy.

สังคมไทยกำลังเจ็บป่วยทางคุณธรรมจริยธรรมอย่างรุนแรง เมื่อผู้บริหารบ้านเมืองขาดจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี ไม่มีความจริงใจ มีการกระทำและคำพูดที่สวนทางกัน ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ และเมื่อยิ่งอ้างเสียงข้างมากตามระบอบประชาธิปไตย ยิ่งทำให้เกิดอาการดันทุรัง อุปมาเหมือนกับอ้างว่ามีใบขับขี่แล้ว จะขับรถผิดกฎหมาย ย่อมทำไม่ได้ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่มีเพียงเสียงข้างมาก แต่ต้องได้ “หัวใจ” ของประชาชน และยืนหยัดอยู่กับความถูกต้องตลอดเวลา หากรัฐบาลใดทำได้เช่นนี้ ย่อมเป็นที่ไว้วางใจและไม่มีเหตุการณ์การประท้วงแน่นอน

ผมเคยไปที่วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี โดยในวัดป่าจะมีคำเทศน์ของหลวงปู่ชาติดอยู่ตามต้นไม้ ให้เราได้พิจารณาธรรมในระหว่างที่เดินไปในป่าที่รื่นรมย์ หนึ่งในคำสอนที่ผมจำได้ติดตา ติดหู และติดใจ คือ “คนเรานั้น ถ้ามีคำว่า อาย และ กลัว ก็มีธรรมแล้ว” เป็นคำสอนสั้นๆ ง่ายๆ ของหลวงปู่ชาที่ชอบมาก หากเรา อายในการทำความชั่ว กลัวต่อผลของบาปกรรม เพียงเท่านี้เราก็จะไม่กล้าทำสิ่งใดที่ไม่ถูกไม่ควร ไม่คดโกง ไม่โกหก ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง เพราะเราย่อมรู้แก่ใจตนเองว่า ที่ทำอยู่นั้น ทำไปเพื่ออะไร เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ หรือเฉพาะตน

ที่ต้องตระหนักให้มากที่สุด คือ คนไทยไม่ใช่ศัตรูกัน ไม่ว่าเราจะรักใครชอบใคร ใส่เสื้อสีอะไร แต่เราทุกคนเป็นคนไทย เราต้องรักกัน สามัคคี และมาร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้กับศัตรูตัวสำคัญ นั่นคือ กิเลสตัณหาที่เข้ามานั่งเกาะกินควบคุมหัวใจเรา เป็นศัตรูตัวร้ายที่สุด ดังนั้น ใครจะเห็นต่างจากเราบ้างก็ไม่เป็นไร เรายังเป็นพี่น้องกัน ร้องเพลงชาติไทยเพลงเดียวกัน จึงไม่ควรใช้คำหยาบคาย ไม่โกรธ ไม่ทำร้ายกันเอง .. จงทำดีกับทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท