posttoday
‘ณภาดา สุทธิบุญญาเกษม’ ผู้รังสรรค์งานแฟชั่นแนวโอต์ กูตูร์

‘ณภาดา สุทธิบุญญาเกษม’ ผู้รังสรรค์งานแฟชั่นแนวโอต์ กูตูร์

22 ธันวาคม 2556

คนไทยคงจำภาพอันทรงสง่างามของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

โดย...วราภรณ์ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

คนไทยคงจำภาพอันทรงสง่างามของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม แห่งสาธารณรัฐออสเตรีย ทรงสวมใส่ชุดไทยประยุกต์สีกลีบบัว เข้าร่วมเดินแบบเพื่อส่งเสริมผ้าไหมไทย ในงาน Vienna Fashion Week 2013 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ฉลองพระองค์ที่ตรึงตานั้นออกแบบโดยฝีมือดีไซเนอร์ไทยฝีมือฉกาจ ณภาดา สุทธิบุญญาเกษม แห่ง Arada Couture ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการแฟชั่นไทยระดับโอต์ กูตูร์ มานานกว่า 16 ปีแล้ว

ทำงานถวายแบบไม่คาดฝัน

ณภาดา เล่าถึงโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ในการออกแบบฉลองพระองค์ถวายแด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เธอเล่าย้อนกลับไปตั้งแต่ได้รับคัดเลือกจากเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยที่กรุงเวียนนา เข้ามาที่ร้าน และบอกเล่าพระองค์อยากให้ทำฉลองพระองค์ชุดไทยถวาย 2 ชุด คุยไปคุยมาณภาดาเสนอชุดไทยซึ่งเป็นฉลองพระองค์ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยฉลองพระองค์เมื่อครั้งอดีต ณภาดา ยังนำภาพถ่ายชุดไทยรดน้ำ ของ แอฟ ทักษอร ที่เธอเคยออกแบบส่งไปให้ทอดพระเนตร พร้อมทั้งนำเสนอลวดลายผ้า สักพักหนึ่งทรงเลือกชุดไทยประยุกต์ จากนั้นเป็นการถวายงานด้านการแมตช์สีผ้าให้เข้ากันระหว่างฉลองพระองค์ทั้งท่อนด้านบนและด้านล่าง ซึ่งพระองค์ทรงเลือกสีกลีบดอกบัวด้วยพระองค์เอง ซึ่งเมื่อชุดไทยประยุกต์แล้วเสร็จ ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจของแขกในงานได้เป็นอย่างมาก

‘ณภาดา สุทธิบุญญาเกษม’ ผู้รังสรรค์งานแฟชั่นแนวโอต์ กูตูร์

 

“รู้สึกภูมิใจและปลาบปลื้มใจมากที่ได้มีโอกาสถวายงาน และทรงเลือกผลงานของร้าน ตอนวันฟิตติงพระองค์ทรงไม่ถือพระองค์และให้ความเป็นกันเองมาก ช่วงเวลาที่พระองค์ทรงเดินอยู่บนแค็ตวอล์กแรกๆ เสียงเงียบเหมือนต้องมนตร์สะกด ต่างตกตะลึง เพราะพระองค์ทรงเจิดจรัสมากบนแค็ตวอล์ก สักพักมีเสียงผู้คนพูดว่า บราโวๆ แล้วก็มีเสียงปรบมือดังมากๆ เรียกว่ากระแสตอบรับดีมากๆ หลังจากถวายงานเสร็จกลับมาเมืองไทยจึงได้เห็นภาพพระองค์ขณะฉลองพระองค์ชุดไทยประยุกต์ซึ่งมีความงดงาม ฝรั่งเช่นนักข่าวรู้สึกทึ่งในความงาม ฝรั่งบอกว่างานประณีตของผ้าไทยมากๆ”

ฝีมืออันดับต้นๆ ของชุดไทยแนวโอต์ กูตูร์

ผลงานออกแบบชุดไทย ชุดราตรีแนวโอต์ กูตูร์ เป็นที่รู้จักถึงฝีไม้ลายมือดีในวงสังคม ณภาดา เคยแสดงฝีมืองานออกแบบชุดไทยให้กับ เกรซ มหาดำรงค์กุล และแอฟทักษอร เตชะณรงค์ ในชุดรดน้ำมาแล้ว 16 ปีก่อนหลังศึกษาจบในระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหง เธอเริ่มต้นช่วยเพื่อนทำร้านเสื้อผ้าส่งออก ณ สวนจตุจักร ช่วงเวลานั้นทำให้เธอรู้กลไกของการตัดเย็บเสื้อผ้า เช่น การหาวัสดุและขั้นตอนการตัดเย็บเป็นอย่างดี จากนั้นเธอจึงหุ้นกับเพื่อนทำร้านเสื้อโดยนำชื่อทั้งสองมารวมกัน

ด้วยใจรัก ณภาดา เรียนด้านการตัดเย็บเพิ่มเติมที่โรงเรียนสอนตัดเสื้อพรศรี โรงเรียนตัดเสื้อปกรณ์ และโรงเรียนสอนออกแบบชื่อดังชนาพัฒน์ที่นำหลักสูตรออกแบบเสื้อผ้ามาจากอิตาลี การได้เรียนรู้แนวคิดการเรียนการสอนของฝรั่ง ทำให้เธอคิดนอกกรอบ เสื้อชุดหนึ่งไม่จำเป็นต้องมีการคิดโครงสร้างเสื้อผ้าจากการคำนวณแค่เพียงวิธีเดียว แต่การสร้างแพตเทิร์นเสื้อผ้าให้สวยงามมีหลากหลายวิธี ทำให้เสื้อผ้าที่เธอตัดเย็บมีทั้งความสวยงามและพริ้วไหวไปตามอารมณ์ของผู้สวมใส่

“ตอนเรียนกับอาจารย์ปกรณ์ ถือเป็นการเปิดโลกด้านการออกแบบระดับหนึ่ง โดยเทคนิคที่เรียนคือ มูลาจเสื้อผ้าขึ้นหุ่น ไม่ใช่ทำงานจากแพตเทิร์น ทำให้เราได้ลองผิดลองถูก การตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นงานศิลปะ ดิฉันอยากทำเสื้อออกมาแล้วคนใส่สวยที่สุด คือ ทำเสื้อผ้าออกมาให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด งานออกแบบและชุดจึงมีความแตกต่างกัน เพราะเราอยากให้ชุดออกมาดูเป็นธรรมชาติ เช่น สีเขียวของใบไม้ก็ไม่ได้มีเพียงเขียวเฉดสีเดียว งานมูลาจทำให้เราอิสระในการขึ้นรูปของชุด

‘ณภาดา สุทธิบุญญาเกษม’ ผู้รังสรรค์งานแฟชั่นแนวโอต์ กูตูร์

 

พอไปเรียนกับชนาพัฒน์ สิ่งที่อยากรู้ คือ ฝรั่งสอนอะไร แนวความคิดในการสอนด้านการออกแบบของฝรั่ง คือ เขาพยายามดึงตัวตนของดีไซเนอร์ออกมาได้ชัดเจนที่สุด โดยไม่ต้องไปก๊อบปี้งานคนอื่น เพราะเขาเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อทุกคนมีเอกลักษณ์นักออกแบบคนนั้นก็จะมีลายเซ็นในการออกแบบที่ชัดเจน และไม่เหมือนใคร ดิฉันชอบงานคลาสสิกวินเทจนิดๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้ตัวมาก่อน วิชาที่ชอบเรียนอีกสิ่ง คือ ประวัติศาสตร์เสื้อผ้าตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ค่อยๆ พัฒนาเป็นชุดยุคต่างๆ ความโดดเด่นของงานดิฉัน คือ เราเลือกวัสดุที่ดีที่สุดเพื่อใช้ในงานออกแบบ”

กว่าจะถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

ณภาดา ในฐานะที่คร่ำหวอดกับงานโอต์ กูร์ตู เธอบอกว่าชุดแต่งงานที่ดีสวย ต้องมาจากวัสดุที่ดี ทุ่มเทเวลาในการสร้างสรรค์บวกความประณีต เนื้อผ้าและแพตเทิร์นดีไซน์ดีที่สุด ออกแบบโดยไม่มีข้อจำกัด โดยเธอให้มุมมองว่าชุดแต่ละชุดเปรียบเหมือนงานศิลปะที่เราสร้างสรรค์ให้ดีที่สุด นี่คือเคล็ดลับของการทำงาน

“ชุดแต่งงานถือเป็นแฟชั่นชั้นสูง และงานที่ดิฉันออกแบบมีความแตกต่าง ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่รสนิยมของผู้นำเสนอ ลูกค้าเข้ามาคือคนที่มีรสนิยมเดียวกัน ดิฉันมีความสุขที่ได้ใส่ทุกอย่างได้เต็มที่ ชุดแต่งงานแต่ละชุดต้องใช้ความประณีตตัดเย็บนานเป็นเดือน บางชุดนานถึง 3 เดือน”

กว่าจะมาถึงจุดที่มีลูกค้าแวะเข้ามาไม่ขาด ต้องมีหลักคือทำงานอย่างสร้างสรรค์และตั้งใจ แต่ข้อเสียของเด็กรุ่นใหม่คือไม่มีตรงนี้ ทำให้งานออกแบบของเรามีความแตกต่าง เธออยากเปิดโรงเรียนเพื่อเปลี่ยนวิธีการคิด เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่มีแนวทางที่ค้นพบตัวตน งานออกแบบที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อการยอมรับระดับโลก และมีสไตล์เป็นของตนเอง งานออกแบบมีความงดงามอย่างเป็นธรรมชาติ โดยออกแบบจากความรู้สึก

“นักออกแบบควรมีอิสระทางความคิด เราต้องคิดนอกกรอบ แต่ก่อนอื่นต้องรู้ว่ากรอบเป็นอย่างไร แล้วค่อยคิดให้เป็นอิสระ ค้นพบอิสระแล้วเราจะสร้างสรรค์งานอย่างมีความสุข แม้ไม่ได้ศึกษาจบด้านการออกแบบโดยตรง แต่อาศัยประสบการณ์และการค้นพบแนวทางใหม่ๆ หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ทุกอย่างเกิดจากการเรียนรู้ นั่งสมาธิเสียบ้างเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณ ถ้าจิตใจเรานิ่งสงบ เราจะค้นพบตัวตนของเรา นั่งสมาธิยังทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจในทางบวก เวลาเราเลือกสรรก็จะเลือกได้สิ่งดีที่สุด ดูแลสุขภาพตัวเอง การออกกำลังกาย กินผักปลอดสารพิษ จิตเราค้นพบจากอาชีพนักออกแบบ

ปั้นเด็กรุ่นใหม่ประดับวงการ

ณภาดา แนะนำน้องๆ ว่าอยากเป็นนักออกแบบที่เก่งต้องรีบค้นหาตัวเองให้พบ หาเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเองให้ได้ ซึ่งมาจากความชอบ อย่าไปลอกเลียนแบบคนอื่น แต่ปัญหาของเด็กยุคนี้ คือ ทำอะไรเน้นรวดเร็ว เพราะสมาธิไม่ดี คิดไปเร็วมาเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ๆ ทำให้เขาไม่สามารถค้นพบตัวตนของตัวเองได้ ทำให้เขาจิตไม่นิ่งสักที เป็นปัญหาเหมือนกัน เธอจึงอยากเปิดโรงเรียนสอนด้านการออกแบบ โดยนำความรู้มาถ่ายทอด เพื่อทำประโยชน์ต่อผู้คน

“ช่วงศึกษาจบจากคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทย ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงใหม่ๆ คือ อยากทำเสื้อผ้า ช่วงแรกลมหายใจเราเป็นเสื้อผ้า ช่วงหลังๆ เห็นงานออกแบบของฝรั่ง ทำให้เราได้คิดว่าฝรั่งเขามองทุกอย่างเป็นงานเสื้อผ้าได้หมด เราชอบดูรายการโปรเจกต์ รันเวย์ ยิ่งทำให้เราได้คิด อย่างมีเด็กเรียนด้านออกแบบจากราชภัฏมาฝึกงานที่ร้าน เราเน้นสอนเด็กๆ เรื่องการปล่อยให้เขาได้คิดอย่างอิสระ เด็กบางรุ่นมาฝึกเยอะ เราเอาการบ้านให้เขาไปออกแบบแล้วจัดการแข่งขัน ใครทำชุดสวย ออกแบบได้ดี ตอนจบจะมีเดินแฟชั่นโชว์ภายในร้าน ทำให้เด็กได้ความรู้ เด็กบอกว่าฝึกงานกับดิฉัน 4 เดือนมากกว่าเรียน 4 ปีในมหาวิทยาลัย ซึ่งสิ่งที่เด็กๆ ได้ คือ ความเชื่อมั่น”

หากเด็กรุ่นใหม่อยากเป็นนักออกแบบที่เก่ง ณภาดา แนะว่า เด็กๆ ต้องรู้จักการเปิดใจ ยอมรับกับทุกสิ่ง เรียนรู้ สังเกตกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่เขาได้สัมผัส ได้เห็น เรียนรู้โดยไม่ตอบรับและปฏิเสธ ซึ่งมันจะส่งผลดี จิตใจผู้สร้างงานศิลปะจะไม่รู้สึกไม่ขัดแย้ง ไม่ต่อต้าน การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข หากจิตเรามีสมาธิเราจะสร้างสรรค์งานศิลปะได้ดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท