posttoday
บ้าคลั่งช็อปปิ้ง

บ้าคลั่งช็อปปิ้ง

21 ธันวาคม 2556

ช็อปแหลกไม่สนใจรายได้ มีเงินเท่าไรขอให้ได้ซื้อๆ กระเป๋าแบนแฟนทิ้งก็ไม่สน มันหยุดไม่ได้

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

ช็อปแหลกไม่สนใจรายได้ มีเงินเท่าไรขอให้ได้ซื้อๆ กระเป๋าแบนแฟนทิ้งก็ไม่สน มันหยุดไม่ได้ หงุดหงิดงุ่นง่านเมื่อไรเป็นต้องรูดปรี๊ดๆ สลิปบัตรเครดิตกองโตไม่เป็นไร สิ้นเดือนค่อยแก้ไข นาทีนี้ยังไงขอหนำไว้ใจก่อน

เบาหน่อยแค่ไม่ยั้งคิด หนักเข้าถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ หนี้สินเพิ่มพูนจนเคลียร์ไม่ไหว เดือนแล้วเดือนเล่าสะสมพอกขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายล้มละลายทางการเงิน ความมั่นคงในชีวิตกระทบกระเทือน

พฤติกรรม “เสพติดการช็อปปิ้ง” นิยามด้วยศัพท์เทคนิคว่า Shopaholic ถือเป็นโรคชนิดหนึ่ง

ผู้ป่วยจะ “รู้สึกฟิน” ปลื้มปีติเป็นสุขทุกครั้งที่ได้เสียเงินซื้อของ จิตใจอันกระวนกระวายจะสงบนิ่งลงได้เมื่อล้วงเงินในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นออกไป ไม่ว่าของเหล่านั้นจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ตาม

บ้าคลั่งช็อปปิ้ง

 

การศึกษาพบว่าในสังคมอเมริกันประชาชนกว่า 5% เป็นโรคเสพติดการช็อปปิ้ง และ 80% ของจำนวนนี้เป็นผู้หญิง โดยโรคดังกล่าวในระยะเริ่มต้นเรียกกันว่า Shopaholic เมื่อรุนแรงมากขึ้นเรียกว่า Compulsive buying disorder

มีการศึกษาอาสาสมัครที่สหรัฐอเมริกาที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 2 ล้านบาท โดย 61% ของรายได้นั้นหมดไปกับการช็อปปิ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และใช้เวลาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 38 ชั่วโมง ในการเข้าออกร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ

สิ่งที่ดึงดูดใจกลุ่มนักช็อปมากที่สุดก็คือ ป้ายลดราคา หรือป้ายเซลส์ รวมถึงความรู้สึกที่ว่า “ฉันมีความจำเป็นที่ต้องมีของเหล่านี้” และป้ายโฆษณาสินค้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้กลุ่มนักช็อปไม่สามารถยั้งสติได้ และต้องยอมซื้อสินค้าเหล่านั้นในที่สุด

สำหรับสาเหตุการเกิดโรค ผสมผสานกันระหว่างความ “อยาก” ที่ไม่สิ้นสุด และภาวะทางจิตใจซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจและการยับยั้งชั่งใจ โดยเมื่อภาวะจิตใจรู้สึกซึมเศร้า หดหู่ และเครียด ก็จะหาเวลาไปเดินช็อปปิ้งเพื่อสร้างความสุขชั่วครู่ชั่วคราว ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนขึ้นมาให้มีความสุข ระยะต่อมาร่างกายก็จะเสพติดความสุขดังกล่าว และต้องการกลับเข้าสู่ห้วงแห่งความสุขนั้นเรื่อยๆ

เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้คนเสพติดการซื้อ คือต้องการสร้างตัวตนในสังคมเพื่อให้เกิดการยอมรับ อาทิ การแต่งตัวให้สวยงาม ตามแฟชั่น เพื่อสร้างรูปลักษณ์ตัวเองให้ดูดีขึ้น การใช้กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงมีระดับให้ดูเหนือกว่าคนอื่น

จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นยาเพื่อรักษาโรค Shopaholic หรือโรคเสพติดการช็อปปิ้ง โดยตัวยาดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับยาที่ใช้รักษาโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ โดยต้องรับประทานตามที่แพทย์สั่งควบคู่ไปกับการบำบัดทางจิต

ตัวยาดังกล่าวจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีความคิดและพฤติกรรมที่ต่างไปจากเดิม และไม่มีผลค้างเคียงใดๆ

เช่นเดียวกับประเทศไทย หากใครเข้าข่ายหรือสงสัยว่าตัวเองมีพฤติกรรมดังกล่าว สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ได้ เพราะหากปล่อยให้มีอาการต่อไป จะกระทบต่อตัวเอง คนรอบข้าง และนำมาสู่หายนะใหญ่หลวงเกินกว่าจะประเมินได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท