เทรนด์ไอทีปี 57 เตรียมให้พร้อม รับเทคโนโลยีส่วนตัว
ถ้าจะบอกว่าปี 2557 เป็นปีแห่งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ก็อาจจะพอกล่าวได้ แม้ว่าจะดูไม่ร้อนแรงเท่ากับปี 2556
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ถ้าจะบอกว่าปี 2557 เป็นปีแห่งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ก็อาจจะพอกล่าวได้ แม้ว่าจะดูไม่ร้อนแรงเท่ากับปี 2556 แต่ความเป็นจริงแล้วการกระจายการใช้งานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตไปยังกลุ่มผู้ใช้ทั่วประเทศ เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2556 มีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตราคาประมาณ 3,000 บาทให้ได้ใช้งาน และเริ่มมีหลากแบรนด์ หลายรุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อินเทอร์เน็ตได้ดีขึ้น
นั่นทำให้แนวโน้มของการใช้ไอทีในปี 2557 ที่กำลังจะมาถึง มีภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า เทคโนโลยีส่วนตัวจะเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งการใช้งานแบบส่วนตัว ไลฟ์สไตล์ รวมถึงการใช้งานภายในองค์กร ซึ่งผลักดันให้องค์กรต่างๆ ต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องกับการใช้งานของผู้บริโภคด้วย ลองมาส่องดูกันว่า อะไรบ้างที่จะเกิดขึ้นในไอทีในปี 2557 ที่กำลังจะมาถึงนี้
จอส่วนตัวเปิดโลกให้กว้างกว่าเดิม
หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่า สมาร์ทโฟน เหมือนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กส่วนตัวที่ติดตัวไปด้วยตลอดเวลา แต่ที่เห็นได้ชัดคือ แค่สมาร์ทโฟนไม่เพียงพออีกแล้ว จากการคาดการณ์ของผู้ผลิตแบรนด์ไอทีต่างๆ พบว่า แนวโน้มที่คนไทยจะมีหน้าจอพกติดตัว 24 หน้าจอ ได้เกิดขึ้นและจะชัดเจนขึ้นในปี 2557
แน่นอนว่าอันดับแรกคือ สมาร์ทโฟน ซึ่งหลายคนมี 12 ตัว หรือบางคนมากกว่านั้นแล้ว จอต่อมาคือ แท็บเล็ตที่มีขนาด 7 นิ้วง่ายต่อการพกพา และใช้บริโภคคอนเทนต์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ง่ายขึ้น สุดท้ายคือโน้ตบุ๊ก เพราะใช้ในการทำงานได้ดีกว่าแท็บเล็ต
ประเด็นของการมีหลายหน้าจอติดตัวไปตลอดจะช่วยเปิดโลกให้กว้างขึ้นกว่าเดิม เพราะการมีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก ทำให้ตลอดเวลาทั้งวัน คนสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เช็คอีเมลได้ตลอด แชทกับเพื่อน เข้าดูสินค้าและบริการ ซื้อของออนไลน์ จองตั๋วดูภาพยนตร์ ดูข้อมูลตลาดหุ้น ค้นหาแหล่งท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ และสั่งจองล่วงหน้าได้ทันที
เรียกว่าไม่ว่าเวลาใดก็ตามสามารถสร้างการบริโภคได้ตลอดเวลา แสดงว่าเมื่อคนมีช่องทางในการเข้าถึงได้ขนาดนี้ ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัวและเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึง หรือดึงให้ผู้บริโภคเข้ามาโดยด่วน
ทีวีฉลาดๆ ประจำบ้าน
รู้ๆ กันอยู่ว่าระบบทีวีดิจิตอล กำลังมาถึงในปีหน้านี่แหละ แม้บริการต่างๆ จะยังไม่เกิดขึ้นชัดเจนนัก แต่เชื่อว่า 24 ช่องบนทีวีดิจิตอลจะนำสิ่งใหม่ๆ มาสู่ชีวิตประจำวันมากขึ้น และต้องมาพร้อมกับการตัดสินใจซื้อทีวีใหม่ หรือกล่องรับสัญญาณทีวีใหม่ เพื่อให้รับสัญญาณดิจิตอลได้ ซึ่งถ้ามีทุนทรัพย์เพียงพอ การซื้อสมาร์ททีวี ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและใช้งานแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ได้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
สมาร์ททีวีจะทำให้การนั่งหน้าจอทีวี ก็สามารถแชทได้ เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ และแน่นอนว่ายังทำสิ่งที่เรียกว่า อินเตอร์แอคทีฟ หรือการโต้ตอบกับทีวี เช่น โหวตลงคะแนน การซื้อสินค้า เพียงแต่อาจจะเร็วไปสำหรับประเทศไทยในปี 2557 แต่รู้ไว้เลยว่ามันมาแน่ๆ
4จี เพื่อนักบริโภคข้อมูลโดยเฉพาะ
เชื่อว่าปี 2557 จะเกิดสมรภูมิการแข่งขันบนเทคโนโลยี 4จี แน่นอน หลังจากที่ปี 2556 ไทยพูดถึง 3จี กันอย่างหนาแน่นและได้ลงทุนโครงข่ายไปพอสมควรแล้ว ดังนั้นก้าวต่อไปคือการต้องแข่งกันที่ 4จี ด้วยเทคโนโลยีที่เร็วยิ่งกว่า ซึ่งคาดว่าจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ใหม่ช่วงเดือน ก.ย. 2557 ในเวลานั่นคือการคิกออฟว่า ใครจะมี 4จีที่สมบูรณ์แบบก่อนกัน เพื่อจะได้สร้างการใช้งานสมาร์ทโฟนที่เหนือกว่า 3จี
แต่นั่นก็ไม่ใช่ข่าวดีทั้งหมด เพราะเชื่อว่าค่าบริการที่ปัจจุบันยังสูงอยู่ คงไม่ลดต่ำลงในเร็วๆ นี้แน่นอน ดังนั้นใครแบกรับภาระค่าใช้จ่ายบริการโทรคมนาคมรายเดือนได้ ก็มีสิทธิ์ใช้งานก่อน
สารพัดแอพให้เลือกสรร
เมื่ออุปกรณ์ประจำตัวเราเริ่มพัฒนามากขึ้น แน่นอนว่าแอพและคอนเทนต์ก็ต้องพัฒนาตามไปด้วย จะบอกว่าทุกวันนี้มีแอพเฉพาะเจาะจงเกิดขึ้นเยอะมหาศาล ค้นหาดูรับรองว่าอะไรที่เราคิดอยากให้มี ล้วนมีให้ดาวน์โหลดอยู่ในแอพสโตร์เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่าคุณภาพอาจจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับการพัฒนาแต่ต้องยอมรับว่าแอพของคนไทย ยังมีไม่มากนัก ซึ่งเชื่อว่าปี 2556 ที่มีการสนับสนุนส่งเสริมสตาร์ทอัพ หรือผู้ประกอบการรายใหม่กันอย่างหนัก จะทำให้ปี 2557 มีแอพฝีมือคนไทยใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกเพียบ
รวมไปถึงคอนเทนต์ หรือการบริโภคคอนเทนต์จะเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวิดีโอ คนจะใช้เวลาอยู่หน้าจอประจำตัวเพื่อเข้าใช้งานวิดีโอเป็นส่วนใหญ่ จากการคาดการณ์ของบริษัทไอทีขนาดใหญ่ในต่างประเทศ เช่น ซิสโก้, อีเอ็มซี คาดว่าข้อมูลที่เติบโตขึ้นส่วนใหญ่มาจากวิดีโอ เพราะเมื่ออุปกรณ์พร้อม โครงข่ายพร้อม มิวสิควิดีโอ, ภาพยนตร์, คลิปต่างๆ คือสิ่งความบันเทิงที่ง่ายที่สุดในการเข้าถึง
องค์กรพัฒนาสู่ยุคดิจิตอล
เมื่อผู้บริโภคส่วนใหญ่มีอุปกรณ์ไอทีเป็นของตัวเองอยู่แล้ว องค์กรต่างๆ ต้องมีการวางแผนการใช้งานไอทีให้เข้มข้นขึ้น และนำอุปกรณ์ส่วนตัวของผู้ใช้มาสร้างประโยชน์ หรือที่เรียกว่า BYOD หรือการนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในงาน ประโยชน์คือองค์กรไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆ โดยไม่จำเป็น ผู้บริโภคที่เป็นพนักงานก็ยินดีเพราะไม่ต้องพกอุปกรณ์หลายชิ้นจนเกินไป
แต่องค์กรไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ต้องวางระบบความปลอดภัย และการเข้าถึงการใช้งานให้รอบคอบรัดกุม มีการพัฒนาการใช้งานไอทีและแอพสำหรับในองค์กรขึ้น เรื่องนี้ยังสอดคล้องกับการเข้าถึงของผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มลูกค้าอีกด้วย แสดงให้เห็นว่าการเตรียมความพร้อมขององค์กร ช่วยทั้งการทำงานภายในและการเสริมช่องทางเข้าถึงของลูกค้าอีกด้วย
ทั้งหมดคือ ส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงด้านไอทีที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2557 ที่จะเข้ามามีผลกับชีวิตประจำวันทั้งด้านบวกและด้านลบของเราๆ ท่านๆ ไม่มากก็น้อย ให้คอยรับมือกับชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนไปสู่ชีวิตดิจิตอลอย่างเต็มตัว







