
ไว้ใจน้ำ ได้แค่ไหน
เรื่อง : หนูดี-วนิษา เรซ
หนูดีเพิ่งไปเข้าแคมป์ล้างสารพิษเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะ เหตุผลที่ตัดสินใจไปก็เพราะว่าหนูดีชื่นชมการล้างสารพิษจากร่างกายมาสิบกว่าปีแล้ว เริ่มตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปี 2 หลังได้ยินจากคุณครูชาวอเมริกัน
หนูดีและน้องหวานในวันนั้นยังอายุไม่ถึง 20 ปีกันทั้งคู่ ก็นั่งขำกันว่าเราเป็นคนไข้อายุน้อยสุดของหมอ เราสองคนเริ่ม
“ติด” การล้างพิษเพราะเห็นผลจากสุขภาพที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ “สิววัยรุ่น” ที่เคยมีเต็มหน้านั้นหายไปจนหมด ตอนเด็กๆ ไม่ได้รู้ลึกมาก แค่สิวหายก็เหมือนขึ้นสวรรค์แล้วค่ะ แต่พอโตขึ้น อ่านมากเข้าก็เลยรู้ว่าผิวหนังเราเป็นที่คายพิษที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ถ้าผิวเราขรุขระไม่สดใส ก็แปลได้ว่าร่างกายข้างในของเราไม่ค่อยสะอาดแน่นอนครั้งนี้ หนูดีอ่านกำหนดการ เห็นว่ามีการกินอาหารเพื่อการล้างพิษโดยเฉพาะ ก็ตั้งใจไปกินเต็มที่ เพราะหนูดีเป็นคนอดอาหารไม่ได้ แต่พบว่าอาหารที่จะต้องกินทั้ง 3 วัน คืออาหารชงที่เป็นเส้นใยมากเป็นพิเศษ เพื่อไปกวาดล้างคราบอาหารที่ตกค้างอยู่ในผนังลำไส้ให้ออกมา เพื่อไม่ให้พิษจากเศษอาหารตกอยู่ในร่างกายจนเกิดเป็นโรคต่างๆ ขึ้นมา
เครียดเลยค่ะ แต่ที่สุดก็อดเป็นอด คุณหมอยังห้ามดื่มน้ำอื่นๆ นอกจากน้ำที่หมอเตรียมมาเป็นพิเศษ หนูดีชักสงสัยว่าน้ำนั้นดีกว่าน้ำทั่วๆ ไปอย่างไร คุณหมออธิบายว่า เป็น
“น้ำโมเลกุลเล็ก” ที่จะแทรกซึมเข้าสู่เซลล์ได้ดีกว่า เมื่อเข้าเซลล์ได้ดีกว่าก็เอาสารพิษออกมาจากเซลล์ได้ดีกว่าด้วย จะได้ล้างพิษทั้งร่างกายอย่างเต็มที่ได้ฟังแบบนี้ชักสนใจค่ะ เพราะหนูดีเองก็ได้ยินมามาก ทั้งน้ำพลังแม่เหล็ก น้ำโมเลกุลเล็ก น้ำอัลคาไลน์ (น้ำคานเกน) แล้วทั้งหมดเหมือนกันไหม แล้วมีประโยชน์กับร่างกายอย่างไร มัน
“เวอร์” เกินไปไหมที่เราจะต้องดูลึกเข้าไปถึงโมเลกุลของน้ำที่จะดื่ม หรือแค่ดื่มน้ำกรองผ่านเครื่องดีๆ ก็เพียงพอแล้วก่อนจะมีคำถามในใจมากเกินไป คุณหมอก็อธิบายเรื่องสุขภาพของลำไส้และสุขภาพของตัวเราว่า หากลำไส้ของเรามีสารพิษตกค้างเยอะ เราก็จะมีความเสี่ยงเป็นโรคต่างๆ ได้หลายโรค รวมทั้งกลุ่มมะเร็งด้วย แล้วคุณหมอก็เปิดวิดีโอของ Hiromi Shinya ให้ดู เป็นแพทย์ชาวญี่ปุ่น เชี่ยวชาญด้านลำไส้ ได้ถ่ายวิดีโอภายในลำไส้คนมามากกว่า 3 แสนคน หากเราเข้าไปใน YouTube แล้วคีย์ชื่อนี้ ก็จะพบวิดีโอที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้ จากสารพัดลำไส้ ในวิดีโอจะมีเสียงบรรยายในบางตอนว่า คนไข้คนนี้ลำไส้มีปัญหา ต้องดื่มน้ำ Kangen Water เพิ่มขึ้นอีก หนูดีฟังแล้วก็งง สงสัยว่า เจ้า
“น้ำคานเกน” นี้คืออะไรเมื่อหมดเวลาเข้าแคมป์ หนูดีถึงบ้านปุ๊บนั่งลงเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อเริ่มหาข้อมูลทันที ถ้าน้ำ
“คานเกน” ดีจริง ก็ได้เวลาเสียเงินก้อนใหญ่อีกแล้ว แต่ถ้าข้อมูลวิจัยยังไม่หนาแน่นพอ หนูดีจะได้เก็บเงินไว้ทำอย่างอื่น แล้วใช้เครื่องกรองน้ำเจ้าเก่าที่บ้านต่อไปค่ะได้ข้อมูลมาพอสมควร อดไม่ไหว ต้องรีบแบ่งปันให้แฟนๆ คอลัมน์ เผื่อใครกำลังจะคิดซื้อจะได้มีข้อมูลในมือ น้ำ
“คานเกน” เป็นน้ำที่มีการกล่าวว่า มีความเป็น “ด่าง” นิดๆ และร่างกายคนนั้น มีค่า PH อยู่ที่ประมาณ 7.4 คือเป็นด่างนิดหน่อย หากค่านี้ลดลงมาเป็น 7.3 ก็อาจทำให้เรารู้สึกไม่สบายเนื้อตัว และหากลดลงถึง 7.0 ก็อาจทำให้ถึงตายได้ ดังนั้น จึงมีความเชื่อว่าหากเราดื่มน้ำเป็น “ด่างนิดๆ” ก็จะช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้น และหากน้ำนี้มีโมเลกุลเล็กก็ยิ่งดีใหญ่ เพราะแทรกซึมเข้าเซลล์ได้ง่ายที่สำคัญคือ เครื่องทำ
“น้ำด่าง” นี้ มีมูลค่าขายในสหรัฐถึงเกือบ 4,000 เหรียญ ทีเดียวค่ะหนูดีอ่านข้อมูลทั้งจากฝั่ง
“คนขาย” และฝั่งนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ ได้ข้อมูลมาดังนี้1.น้ำมีโมเลกุลที่สมดุลอยู่แล้ว ไม่สามารถทำให้เป็นกรดหรือด่างเพิ่มเติมได้ ยกเว้นจะมีการเติมสารเคมีเข้าไป
2.หากเราสามารถทำน้ำให้
“เป็นด่าง” ได้จริง คงต้องใช้น้ำด่างนี้จำนวนมาก ที่จะทำให้ความเป็นกรดในกระเพาะเปลี่ยนไปได้ กระเพาะเรามีค่าความเป็นกรดราว PH4 ค่ะ3.และหากทำทั้งสองข้อข้างต้นได้ เราก็อาจถึงตายได้เพราะร่างกายของมนุษย์มีระบบรักษาสมดุลของตัวเองอยู่ หากคลาดเคลื่อนไปจากค่าที่เป็นปกติ ไม่ว่ากรดหรือด่างมากขึ้น เราก็จะเสียชีวิตได้ทั้งนั้น
แม้คนที่เชื่อน้ำด่างโมเลกุลเล็ก
“คานเกน” นี้ จะบอกว่ามันรักษาได้สารพัดโรค ตั้งแต่มะเร็งลำไส้ไปจนถึงโรคหัวใจ แต่ยังไม่มีข้อมูลวิจัยทางการแพทย์ฝั่งตะวันตกที่เป็น Peer Reviewed ที่ไม่ได้ผูกกับการขายสินค้าออกมายืนยันแต่อย่างใด หนูดีลองหาดูก็ยังไม่เจอ หนูดีว่าเงินตั้ง 147,075 บาทนี้ เอามาเก็บไว้ดูเฉยๆ ก็ภูมิใจดี ส่วนหนูดีขณะเขียนคอลัมน์นี้ก็จิบน้ำจากเครื่องกรองเจ้าเก่าค่ะ จนกว่าเมื่อไรจะได้ข้อมูลใหม่ๆ ที่เชื่อถือได้แล้วค่อยว่ากัน เศรษฐกิจแบบนี้ เช็กข้อมูลมากๆ ก่อนซื้อก็ไม่เสียหายนะคะ






