
เรื่องแปลกในย่างกุ้ง
“เมียนมาร์” เปลี่ยนชื่อประเทศจาก สหภาพพม่า หรือ เบอร์มา (Union of Burma) เป็น สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
โดย...กาญจน์ อายุ
“เมียนมาร์” เปลี่ยนชื่อประเทศจาก สหภาพพม่า หรือ เบอร์มา (Union of Burma) เป็น สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (The Republic of the Union of Myanmar) เพราะชื่อใหม่หมายถึงการอยู่ร่วมกันของหลายเชื้อชาติที่มีอยู่มากมายในประเทศเดียว
เมียนมาร์มีชนเผ่ามากถึง 135 ชนเผ่า มีกลุ่มคนขนาดใหญ่ 4 กลุ่ม ได้แก่ คนพม่า กะเหรี่ยง มอญ และคนรัฐฉาน แบ่งอาศัยอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ อย่างในรัฐฉานที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องเป็นคนในรัฐนั้น แต่ถ้าในย่างกุ้งจะเป็นพื้นที่ของคนมอญ ซึ่งคนนอกจะดูไม่ออกว่าแต่ละคนแตกต่างกัน แต่คนพม่าสามารถแยกแยะได้จากหน้าตา ผิวพรรณ และสำเนียงการพูด
ถ้าให้ทายว่ายังมีชาติไหนอีก จะตอบว่าอะไร
คำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้วในคำถัดไป “จีนและอินเดีย” ประเทศอันดับ 1 และ 2 ในลำดับประเทศที่ประชากรมากที่สุดในโลก สองชาตินี้กระจายไปอยู่ทั่วโลก จับกลุ่มกันเป็นไชน่าทาวน์และอินเดียนทาวน์อย่างชัดเจน อย่างในประเทศไทยก็มีเช่นกัน แต่ประวัติศาสตร์การย้ายถิ่นในเมียนมาร์นั้นมีที่มามากกว่าการเข้ามาหางานทำ
ในปี ค.ศ. 1885 พม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ อังกฤษย้ายเมืองหลวงมาย่างกุ้ง และบังคับให้คนอินเดียเข้ามาทำงาน บังคับพ่อค้าจีนเข้ามาค้าขาย แต่เมื่อพม่าได้รับเอกราชมีคำสั่งให้ต่างชาติออกนอกประเทศเพื่อปิดประเทศ กลับไม่สามารถไล่ชาวอินเดียและชาวจีนออกไปได้ เพราะทั้งสองชาติเปลี่ยนสัญชาติเป็นพม่าแล้ว กลุ่มคนทั้งสองชาติจึงยังคงอยู่และจับกลุ่มกันเป็นชุมชน เกิดเป็นไชน่าทาวน์และอินเดียนทาวน์ ทั้งสองชุมชนอยู่ติดกันแต่แยกกันชัดเจน ฝั่งไชน่าทาวน์มีวัดจีน กำแพงลายมังกร และตัวอักษรจีน ส่วนฝั่งอินเดียนทาวน์มีวัดแขกเป็นศูนย์กลาง กลิ่นเครื่องเทศอบอวล และสีสันของชุดส่าหรี
ไชน่าทาวน์เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองย่างกุ้ง ย่านอินเดียนทาวน์เป็นอันดับ 2 รองมา ซึ่งถ้าได้เดินดูร้านค้าย่านนี้แล้วจะทำให้คิดถึงประเทศไทย ทั้งย่านสำเพ็งขายของส่ง ประตูน้ำขายเสื้อผ้า คลองถมขายอะไหล่มือสอง และปากคลองตลาดขายดอกไม้ สี่ย่านที่ในอินเดียนทาวน์ก็มีเช่นกันและเล่นวางต่อกันเป็นแนวยาว (มาก)
นอกจากนี้ ทั้งสองย่านยังเป็นแหล่งรวมวิถีชีวิตของชาวเมียนมาร์ ยกตัวอย่าง “แผงลอยโทรศัพท์” ที่ให้คนจ่ายเงินใช้เป็นนาที เนื่องจากยังมีชาวเมียนมาร์จำนวนมากไม่มีโทรศัพท์มือถือ อาจเป็นเพราะราคาสินค้าที่แพงลิ่ว อย่างซิมการ์ดราคาสูงถึง 3 หมื่นจ๊าด หรือ 2,000 บาท ซึ่งลดลงมาแล้วจากเมื่อก่อนที่มีราคาสูงถึง 3 ล้านจ๊าด หรือ 1 แสนบาทเลยทีเดียว
วิถีอีกอย่างคือ “การให้อาหารนก” บริเวณวัดแขกและวัดจีนจะเต็มไปด้วยนกพิราบและคนขายข้าวเปลือก ซึ่งดูเหมือนว่าแค่คนที่เดินผ่านมาก็จะยอมเสียเงินซื้อข้าวให้นกพวกนั้นแล้วเดินจากไป ความนิยมให้อาหารนกพิสูจน์ได้อีกทางตามบ้านเรือน หรือบนต้นไม้ที่จะมีพวงข้าวเปลือกอยู่เสมอ มันแขวนไว้เพื่อให้นกจิกกินตามอัธยาศัย ซึ่งเราเห็นว่าเป็นเรื่องแปลก ไม่ได้แปลกที่นกกินข้าวเปลือก แต่แปลกใจที่ทำไมคนเมียนมาร์ชอบให้อาหารนก ไถ่ถามไกด์เมียนมาร์ด้วยคำตอบนี้ เธอตอบกลับด้วยคำตอบที่เกินคาด “ก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็แค่อยากให้อาหารนก”
มีเรื่องราวมากมายในย่านไชน่าทาวน์และอินเดียนทาวน์แห่งเมืองย่างกุ้ง ที่เล่ามานี้เป็นเพียงสังเขป ใครสังเกตเห็นมากก็จะยิ่งสงสัยและใคร่รู้มาก อย่างเช่นใครจะรู้ว่าคนเมียนมาร์ดื่มน้ำเย็นโดยไม่ต้องแช่เย็น แต่กลับต้องพึ่งความร้อนเพื่อให้ได้น้ำเย็นหนึ่งแก้ว ถ้าอยากรู้ว่ารสชาติน้ำเย็นเมืองย่างกุ้งเป็นอย่างไร ไปชิมได้ที่อินเดียนทาวน์ ย่างกุ้ง







