
หลบมุมเมืองเสาะหาธรรมชาติแบบ ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานกรรมการอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ผู้บริหารโรงแรมอมารี ซัฟฟร่อน ชามา และโอโซ่ เป็นหนุ่มใหญ่วัย 60 ปี
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานกรรมการอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ผู้บริหารโรงแรมอมารี ซัฟฟร่อน ชามา และโอโซ่ เป็นหนุ่มใหญ่วัย 60 ปี ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวมานานมากแล้ว แม้ว่าการทำงานในธุรกิจนี้จะใช้เวลาเดินทางมากและเหน็ดเหนื่อยกับการแก้ไขสารพัดปัญหา แต่ก็มักจะเจียดเวลาว่างที่มีอยู่ไปใช้ชีวิตดื่มด่ำกับบรรยากาศของป่าเขาอยู่เสมอ หากมีเวลาว่างนานหน่อยก็จะบุกป่าฝ่าดงไปเที่ยวไกลถึงป่าในทวีปแอฟริกา แต่ถ้าช่วงไหนมีเวลาน้อยก็อาศัยจังหวะว่างๆ แวะไปเที่ยวดอยอ่างขาง หรือเขาใหญ่แทน ป่าเขาลำเนาภัยและธรรมชาติจึงเปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนตัวของเขา
หากวัดระยะเวลาว่าเดินทางไปบ่อยแค่ไหน ในช่วงเวลา 1 ปี เขาจะไปเที่ยวแถบป่าเขาในประเทศประมาณ 23 ครั้ง ขณะที่ต่างประเทศอย่างแอฟริกาพื้นที่โปรด 2 ปี จะไป 1 ครั้ง สาเหตุก็เพราะเป็นคนที่ชื่นชอบการอยู่กับธรรมชาติ ชื่นชอบการได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้หาดูและชื่นชมได้น้อยมากในชีวิตประจำวันที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ เพราะปัจจุบันกรุงเทพฯ แทบไม่มีพื้นที่สีเขียว ไม่มีอากาศบริสุทธิ์มากพอจะให้สัมผัสอีกต่อไปแล้ว
อากาศหนาวเย็นที่สัมผัสได้เมื่ออยู่ในกรุงเทพฯ ก็เป็นความเย็นที่พึ่งพิงเครื่องปรับอากาศเป็นหลัก ส่วนปริมาณออกซิเจนในอากาศก็น้อยกว่า เมื่อเทียบกับการไปใช้ชีวิตอยู่ตามดอย หรือภูเขา ซึ่งจะมีอากาศเย็นสบายตลอดปีจนแทบไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเลย ส่วนสภาพแวดล้อมต่างๆ รอบด้านก็ดูโปร่งโล่งสบายตา
หากเดินทางไปเขาใหญ่เขาก็จะขับรถไปเอง แล้วพักค้างคืน 23 คืน ถ้าไปดอยอ่างขางก็จะใช้เวลาอยู่ 45 คืน แต่ถ้าไปต่างประเทศอย่างแอฟริกาก็จะใช้เวลานานถึง 2 สัปดาห์ ไปแต่ละครั้งจะชอบอากาศ ธรรมชาติ ผู้คน วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น มีเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ในพื้นที่ที่ไปให้ได้ค้นคว้าแบบไม่มีที่สิ้นสุด
อย่างเช่นเขาใหญ่ถือเป็นป่าผืนใหญ่ของเมืองไทย มีอาณาเขตครอบคลุมถึง 6 จังหวัด มีเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมายเกี่ยวกับเขาใหญ่ให้ศึกษา ส่วนดอยอ่างขางก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าไทยภูเขาหลายเผ่าให้ค้นคว้า เช่น คนจีนยูนนาน มีโครงการพระราชดำริให้เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง
“ทุกครั้งที่ได้เดินทางเที่ยวหรือพักตามแถบป่าเขา มักจะรู้สึกผ่อนคลายและได้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ กลับมา โดยเฉพาะได้แนวทางปรับปรุงแผนงานที่มาอยู่ให้ดีขึ้น คิดตลาดท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่จะไปบุกได้ และสามารถนึกหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เผชิญอยู่ให้ผ่านพ้นไปได้เสมอ” ม.ล.สุรวุฒิ กล่าว
เชื่อว่าท่ามกลางสังคมเมืองที่แสนจะวุ่นวาย คงมีอีกหลายคนที่มีความรู้สึกเหมือนกันคือ หากว่างเมื่อไหร่ก็อยากจะออกไปไขว่คว้าหาธรรมชาติ หาอากาศบริสุทธิ์ เพื่อเติมเต็มพลังกาย พลังใจ ที่ถูกใช้ไปอย่างเต็มที่กับชีวิตในเมือง เฉกเช่นเดียวกับ ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม ที่มักไปหามุมธรรมชาติพักผ่อนอยู่เป็นประจำนั่นเอง







