posttoday
ถ้วยน้ำชาเปลี่ยนชีวิต

ถ้วยน้ำชาเปลี่ยนชีวิต

04 พฤษภาคม 2553

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า โจอี บาร์ตัน นักเตะเลือดระห่ำ จิบน้ำชาแทนเหล้า

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า โจอี บาร์ตัน นักเตะเลือดระห่ำ จิบน้ำชาแทนเหล้า

โดย...สไปเดอร์แมว

หนึ่งวันหลังจากบุกไปชนะพลีมัธ 2-0 เมื่อเดือนที่แล้ว “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จัดปาร์ตี้ฉลองกันอย่างครึกครื้น เพราะนั่นหมายความว่าพวกเขาการันตีถ้วยแชมป์ลีกแชมเปียนชิพแน่นอนแล้ว แม้จะยังเหลือโปรแกรมแข่งอยู่อีกก็ตาม

พลพรรคทูนอาร์มีเฮฮากันสุดเหวี่ยง ท่ามกลางเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกขนออกมาเป็นรางวัลให้นักเตะทุกคนรินใส่แก้ว แล้วนำมาชนกันก่อนกระดกเข้าปากชนิดไม่มีใครว่ากล่าวตักเตือน เพราะสโมสรอนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษ

หนึ่งในเหล่านักเตะสาลิกาดงที่กำลัง ดื่มด่ำกับความสำเร็จนี้คือ โจอี บาร์ตัน มิดฟิลด์แบดบอย วัย 27 ปี

แต่ใครจะไปเชื่อว่าในงานสังสรรค์ ที่สโมสรเปิดไฟเขียวให้นักเตะปล่อยผีได้ เต็มที่ บาร์ตัน กลับมีความสุขอยู่กับการ “จิบน้ำชา”

“ใครก็ตามที่อยู่ในช่วงเวลานั้น และเห็น อลัน สมิธ กับผมถือถ้วยน้ำชาอยู่ในมือ มันคงดูประหลาดๆ เหมือนกัน มีเพื่อนร่วมทีมเดินเข้ามาหาแล้วถามว่าผมอยากมางานเลี้ยงหรือเปล่าเนี่ย” บาร์ตัน กล่าว

การจิบน้ำชาของ อลัน สมิธ ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอดีตดาวเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ถือเป็นพ่อค้าแข้งที่ใส่ใจกับการดูแลสุขภาพร่างกายดีคนหนึ่ง แต่สำหรับบาร์ตันกับ ถ้วยน้ำชา แล้ว อาจเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างที่ 8 ของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะโดยปกติสิ่งที่อยู่คู่กับมือเขามาตลอดมักเป็น แก้วเหล้า หรือ เหยือกเบียร์

และบ่อยครั้งที่บาร์ตันจ๊ะเอ๋กับกิ๊ก 2 รายนี้ พฤติกรรมด้านมืดก็จะสะกดรอย ตามเขามาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเมาแล้วขับ ชกเพื่อนร่วมทีม มีเรื่องกับแฟนบอล รวมทั้งต้องคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนต้องโทษจำคุกมาแล้ว นั่นทำให้ บาร์ตัน ติดโผการจัดอันดับนักเตะสุดถ่อยไม่ว่าจะเป็นของสำนักไหนก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การได้ไปใช้ชีวิตในคุกอยู่หลายสัปดาห์เมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้บาร์ตันเกิดดวงตาเห็นธรรมว่า “แอลกอฮอล์” คือปีศาจร้ายที่เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด

“บางคนสามารถควบคุมตัวเองได้เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ แต่ผมทำเช่นนั้นไม่ได้ ผมรับผิดชอบตัวเองไม่ได้เลยเมื่อเหล้าเข้าปาก ดังนั้นการอยู่ห่างมันเข้าไว้ย่อมทำให้ผมอยู่ห่างจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเช่นกัน”

หลังจากนั้นชีวิตของบาร์ตันเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้เขาไม่ได้ลงช่วยทีมสาลิกาดงเท่าที่ควร โดยได้สัมผัสพื้นสนามแค่ 14 นัด เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่บาร์ตันกลับมีความสุขมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา

“ในฐานะนักเตะ มันเป็นปีที่ยากลำบาก แต่ถ้าในฐานะคนทั่วไปแล้ว มันเป็นปีที่ดีปีหนึ่งเลยล่ะ ผมพูดได้ว่าผมมีความสุขกับซัมเมอร์ปีนี้มากกว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เพราะปีที่แล้วเราต้องตกชั้น และผมไม่รู้อนาคตตัวเอง ส่วนเมื่อ 2 ปีก่อน ผมโดนจำคุก ซึ่งมันน่ากลัวจริงๆ จนถึงตอนนี้ผมยังแปลกใจเลยว่าผมผ่านมันมาได้อย่างไร”

การเคยก้าวพลาดไปสู่ชีวิต อันย่ำแย่ ก่อนที่จะสามารถผ่านมรสุมนั้นมาได้ ทำให้บาร์ตันหวังว่าประสบการณ์ชีวิตของตัวเองจะเป็นตัวอย่างอีกแบบหนึ่งให้กับเยาวชน โดยเฉพาะคนที่กำลังหลงผิดไม่ว่าจะในแง่มุมไหนก็ตาม

“อาจมีเยาวชนหลายคนไม่ได้มองว่า เดวิด เบคแฮม หรือ ไมเคิล โอเวน เป็นต้นแบบ บางทีพวกเขาอาจจะมองมายัง โจอี บาร์ตัน แล้วคิดว่า เขาทำผิดพลาดมามากมาย เขาเคยแม้กระทั่งติดคุก แต่ในที่สุดเขาก็กลับตัวกลับใจมาได้”

สำหรับตอนนี้บาร์ตันมุ่งมั่นในการเตรียมความพร้อมก่อนหวนกลับขึ้นมาลุยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า ซึ่งนอกจาก ถ้วยน้ำชา ที่มาแทนที่ แก้วเหล้า แล้ว สถานที่อโคจรอันคุ้นเคยเช่น ผับ บาร์ ก็แปรเปลี่ยนเป็น สนามซ้อม สนามกอล์ฟ หรืออาจจะไปหาความสำราญเล็กน้อยๆ ที่ สนามแข่งม้า

“ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตเหมือนกับพระ แต่ละวันผมอยู่ที่สนามซ้อม หรือไม่ก็สนามกอล์ฟ และก็สนใจการแข่งม้าด้วยนิดหน่อย”

ไม่ใช่ว่าเลิกเหล้าได้แล้วไปติดพนันม้านะเฮ้ย บาร์ตัน...

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์