
สร้างพลังชีวิต...ร่วมกันแก้วิกฤตการณ์ในแผ่นดิน...ถวายเป็นพระราชกุศลฯ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ‘๕ ธันวามหาราช’ (ตอน ๓)
เดิมทีเดียว เมื่อไทยตั้งอาณาจักรอยู่ในจีน แยกกันเป็นก๊ก เป็นเหล่า เป็นรูปร่างให้เห็นเด่นชัด ในพุทธศตวรรษที่ ๕
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
เดิมทีเดียว เมื่อไทยตั้งอาณาจักรอยู่ในจีน แยกกันเป็นก๊ก เป็นเหล่า เป็นรูปร่างให้เห็นเด่นชัด ในพุทธศตวรรษที่ ๕ เริ่มโดย เจ้าไทยนาม พ่อขุนเมือง รวบรวมแว่นแคว้นก๊กเล็กก๊กน้อย ตั้งเป็นอาณาจักรเรียกว่า อาณาจักรอ้ายลาว ประมาณ พ.ศ. ๔๒๑ โดยมีพ่อขุนเมืองสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์ไทยพระองค์แรก และยังได้มีการตั้งอาณาจักรอ้ายลาวขึ้นทางด้านตะวันตกของประเทศจีน ซึ่งเป็นชาวไทยเช่นเดียวกัน แต่ไม่ทราบชื่อประมุข โดยเป็นเอกราชไม่ขึ้นแก่กันและกัน มีการบูชาผีสางเทวดาเป็นลัทธิประจำชาติ
ต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ ๗ สมัยพระเจ้ามิงตี่แห่งอาณาจักรจีน ได้ขยายการปกครอง ศาสนา วัฒนธรรม ลงมาสู่อาณาจักรอ้ายลาวและงายลาว ตรงกับสมัยขุนหลวงเมา ประมาณ พ.ศ. ๖๑๒ โดยนำพระพุทธศาสนาแบบมหายาน เข้ามาแทนที่ลัทธิบูชาผีสางเทวดา ชาวไทยในยุคนั้นจึงมีพุทธศาสนาแบบมหายานเป็นศาสนาประจำชาติ ต่อมาอาณาจักรไทยในอ้ายลาวและงายลาว ถูกจีนรุกราน แผ่อำนาจเข้ามาปกครอง จนชาวไทยได้ถอยร่นลงมาทางใต้สู่แหลมอินโดจีน (แหลมทอง) โดยแยกตัวเป็นหลายสายด้วยกันเพื่อความอยู่รอด มีการอพยพลงมาหลายครั้งหลายหน ด้วยอิทธิพลที่จีนแผ่รุกรานลงมา หนักบ้าง เบาบ้าง ชาวไทยบางพวกก็ยอมอยู่ใต้อาณัติการปกครองของจีน ไม่อพยพไปไหนก็มี ดังปรากฏหลักฐานชนชาวไทยในจีนที่มีอยู่ถึงปัจจุบัน
สำหรับชาวไทย (ไท) ที่อพยพลงมานั้น พอจะแบ่งแยกได้เป็นสองพวกใหญ่ๆ ได้แก่ ไทยใหญ่และไทยน้อย โดยพวกไทยใหญ่แยกไปสองทาง พวกหนึ่งแยกไปทางตะวันตก เข้าไปอยู่แถบแม่น้ำพรหมบุตรในอินเดีย ที่เรียกว่า แคว้นอัสสัมในปัจจุบัน เรียกตนเองว่า ไทยอาหม อีกพวกหนึ่งลงมาอยู่แถบลุ่มแม่น้ำสาละวินตอนบนในพม่า บริเวณรัฐฉานปัจจุบัน เรียกตนเองว่า เงี้ยว หรือไทยใหญ่ ... ส่วนไทยน้อยนั้นอพยพลงมาทางใต้แล้วแยกเป็นสองสาย พวกหนึ่งอยู่แถบลุ่มแม่น้ำโขงตอนเหนือ จนถึงต้นแควสี่สายอันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่า ไทยล้านช้างและไทยลานนา อีกพวกหนึ่งอพยพลงมาอยู่แถบล่างของแคว ปิง วัง ยม น่าน และลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่า ไทยสยาม อันเป็นพวกที่ก่อตั้งประเทศไทยให้ปรากฏสืบถึงปัจจุบัน คือ พวกไทยเราทั้งหลาย แต่ในครั้งสมัยแรกยังกระจัดกระจายกันอยู่ไปทั่ว แหลมอินโดจีน ผสมผสานกับกลุ่มชนท้องถิ่น อยู่ใต้อิทธิพลเขาบ้าง อยู่รวมกันบ้าง ไม่ว่ากับมอญ ละว้า หรือขอม
ซึ่งต่อมาสมัยต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ราว พ.ศ. ๑๘๐๐ พ่อขุนบางกลางท่าว เจ้าเมืองบางยาง และพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด จึงได้ร่วมมือกันยกทัพเข้าตีเมืองสุโขทัย ไล่อิทธิพลขอมออกไป ประกาศเอกราชและสถาปนาความเป็นชาติไทยขึ้นเป็นครั้งแรกในแหลมอินโดจีน โดยพ่อขุนบางกลางท่าวได้รับเชิญขึ้นเป็นกษัตริย์องค์แรก ปกครองกรุงสุโขทัย โดยปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อ พ.ศ. ๑๘๐๐ ทรงพระนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ภายหลังจากตีเมืองฉอดของขุนสามชนแตก และรวบรวมไว้ในอำนาจปกครองตั้งราชวงศ์พระร่วงขึ้น นับเป็นราชวงศ์แรกที่ปกครองชาติไทยในอาณาจักรสุโขทัย สืบต่อถึงพ่อขุนบานเมือง และใน พ.ศ. ๑๘๒๐ พ่อขุนรามคำแหงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เป็นพระราชาธิบดีองค์ที่ ๓ แห่งอาณาจักรสุโขทัย ทรงแผ่อาณาจักรให้กว้างขึ้น จากเหนือจรดใต้ สุดคาบสมุทรมลายู จนจรดปลายสุดที่ยะโฮร์ ครอบครองดินแดนมอญทั้งประเทศ เป็นอาณาจักรไทยที่กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดเป็นครั้งแรก
(อ่านต่อฉบับหน้า)







