posttoday
ผลงานยุคทองของ เอดเวิร์ด สไตเชน

ผลงานยุคทองของ เอดเวิร์ด สไตเชน

11 ธันวาคม 2556

โดย...อฐิณป ลภณวุษ

โดย...อฐิณป ลภณวุษ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะอเมริกันวิทนีย์ กรุงนิวยอร์ก จัดนิทรรศการผลงานภาพถ่ายในยุคที่เป็นไฮไลต์ของ เอดเวิร์ด สไตเชน กับ Edward Steichen in the 1920s and 1930s: A Recent Acquisition รวมรวมผลงานอันโดดเด่นของช่างภาพพอร์เทรต และภาพแฟชั่นคนดังแห่งวงการจากยุคทเวนตีส์ (20s)

งานนี้จัดโดยผู้ช่วยภัณฑารักษ์อาวุโส แคร์รี่ สปริงเกอร์ ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมีภาพถ่ายบรรดาคนดังและภาพแฟชั่นที่เคยลงตีพิมพ์ในนิตยสาร Vanity Fair, Vogue รวมทั้งภาพจากใบปิดโฆษณาต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ ยังมีภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นความสนใจส่วนตัวของช่างภาพคนดัง ที่มีต่อสรรพสิ่งในธรรมชาติอีกจำนวนหนึ่ง

แคร์รี่ สปริงเกอร์ รวบรวมผลงานของ เอดเวิร์ด สไตเชน กว่า 40 ภาพ โดยเน้นในช่วงยุคทองของเขา คือ ยุคทศวรรษที่ 1920 และ 1930 ซึ่งภาพส่วนหนึ่งนั้น พิพิธภัณฑ์ศิลปะอเมริกันวิทนีย์ ได้รับบริจาคมาจาก ริชาร์ด และแจ็คกี้ ฮอลแลนเดอร์ เพื่อระลึกถึงเอลลีน ฮอลแลนเดอร์ นิทรรศการเปิดให้เข้าชมในส่วนของห้องแสดงภาพ แอน แอนด์ โจล เอห์เรนครานซ์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง สิ้นเดือน ก.พ.ปีหน้า

ผลงานยุคทองของ เอดเวิร์ด สไตเชน

ภาพถ่ายของช่างภาพผู้เอกอุในนิทรรศการครั้งนี้ มีทั้งผลงานจากสมัยที่เป็นหัวหน้าช่างภาพให้กับนิตยสารในเครือกงเด นาสต์ พับลิเคชั่นส์ (หรือระหว่างปี ค.ศ. 1923-1937) ซึ่ง เอดเวิร์ด ได้รับขนานนามให้เป็นช่างภาพพอร์เทรตมือหนึ่งในขณะนั้น ทั้งนักแสดง นักเขียน ศิลปิน นักการเมือง ไฮโซ คนดัง เช่นว่า วินสตัน เชอร์ชิล พอล ร็อบสัน มาร์ลีน ดีทริกซ์ ยูจีน โอนีล เกอร์ทรูด ฟานเดอร์บิลต์ วิตนีย์ ต่างก็ผ่านเลนส์ของเขามาทั้งสิ้น

อาจเรียกได้ว่า เขาเป็นผู้บันทึกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรม นอกจากภาพคนดังๆ ทั้งหลายแล้ว เอดเวิร์ดยังมีผลงานภาพถ่ายโฆษณาร่วมกับบริษัท เจ.วอลเตอร์ ธอมป์สัน อย่าง ผ้าขนหนูแคนนอน ลิปสติกโคตี้ เป็นอาทิ และยังมีภาพถ่ายทางธรรมชาติจำนวนมาก ทั้งภาพดอกไม้ สวนสวย และผลไม้ ที่เขาถ่ายเพราะความชอบส่วนตัว จุดเด่นในงานของเขาคือ การเล่นกับแสง เงา และคอนทราสต์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพเพื่อการใดก็ตาม

เอดเวิร์ด สไตเชน (มีชีวิตระหว่าง ปี 1879-1973) เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นจิตรกร พร้อมๆ กับช่างภาพ จึงไม่แปลกที่ภาพถ่ายของเขาจะเต็มไปด้วยการนำเทคนิคในงานจิตรกรรมมาใช้ หลังไปรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในฐานะช่างภาพอากาศยานแล้ว เขาก็เลิกจับพู่กันวาดภาพ หันมากดชัตเตอร์ถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว โดยได้พัฒนาวงการภาพถ่ายของสหรัฐให้ก้าวไปสู่ยุคโมเดิร์นนิสต์ ผ่านการสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยศิลปะ สำหรับลงตีพิมพ์แบบสวยงามและอลังการงานสร้างในนิตยสารชั้นนำ

ผลงานยุคทองของ เอดเวิร์ด สไตเชน

หลังจากรับบทบาทหัวหน้าช่างภาพในเครือกงเด นาสต์ เอดเวิร์ดเกษียณตัวเองในวัย 59 พร้อมทั้งปิดสตูดิโอถ่ายภาพของเขาในนิวยอร์ก ในปี 1937 ตอนนั้นตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเข้าร่วมกองทัพสหรัฐ โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันภาพถ่ายของนาวิกโยธิน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการบันทึกภาพปฏิบัติการของทหารเรือสหรัฐในสงครามมหาเอเชียบูรพา

นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นช่างภาพที่ค่าตัวสูงที่สุดในโลกแล้ว เขายังมีผลงานภาพยนตร์สารคดี The Fighting Lady ที่เขากำกับและถ่ายภาพเคลื่อนไหวเอง ออกมาในปี 1944 และคว้ารางวัลออสการ์ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ในปี 1945 อีกด้วย

ปี 1947 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการแผนกภาพถ่ายของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (โมมา) กรุงนิวยอร์ก ซึ่งอยู่ในตำแหน่งราว 15 มีผลงานในการจัดนิทรรศการภาพถ่ายกว่า 40 นิทรรศการด้วยกัน ผลงานสำคัญ อย่างเช่น The Family of Man (ปี 1955) ที่รวมภาพถ่ายเด่นๆ ของช่างภาพทั่วโลก ขณะที่ โมมา เคยจัดแสดงผลงานของตัวเขาเอง ในปี 1961 ก่อนที่เขาจะเกษียณจากตำแหน่งในปีถัดมา

ในปี 1963 ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี ได้มอบเหรียญเชิดชูเกียรติ Presidential Medal of Freedom อันเป็นเกียรติยศสูงสุดให้แก่ราษฎร อย่าง เอดเวิร์ด สไตเชน

ผลงานยุคทองของ เอดเวิร์ด สไตเชน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท