
เล็กๆ น้อยๆ สะสมเป็นเงินเป็นทอง
เดี๋ยวนี้ใช่ว่ามีเงินแล้วจะมีอำนาจจับจ่ายได้ตามใจ จะซื้อนั้น จ่ายนี้ เพียงแค่ตาเห็นใจชอบ หรือเป็นสิ่งของที่ต้องซื้อเข้าบ้านอยู่แล้ว
โดย...นกขุนทอง
เดี๋ยวนี้ใช่ว่ามีเงินแล้วจะมีอำนาจจับจ่ายได้ตามใจ จะซื้อนั้น จ่ายนี้ เพียงแค่ตาเห็นใจชอบ หรือเป็นสิ่งของที่ต้องซื้อเข้าบ้านอยู่แล้ว ก็สักแต่หยิบๆ แล้วจ่ายไป ไม่ใช่แล้วล่ะ... เพราะท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ ไหนค่าครองชีพ ค่าสินค้าก็มีแต่ขึ้นราคา นักช็อปรุ่นใหม่ต้องคิดก่อนจ่าย และทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายออกไปต้องคุ้มค่า ไม่เพียงเท่านั้นต้องได้รับกลับคืนมาด้วย
เอ๊ะ! จ่ายออกไป จะได้กลับมาได้อย่างไร...
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เรื่องใหญ่ด้วย มิน่าบางคนถึงมองข้ามไปไงล่ะ เพราะบางสิทธิประโยชน์ที่เราจะได้คืนมาจากการใช้จ่ายก็ดูเสมือนสิ่งเล็กๆ น้อยๆ จนบางทีถูกละเลย มองข้ามไป หากไม่รู้คุณค่าของเงินจำนวนบาทสองบาท และเงินจำนวนนี้ไล่ไปได้ถึงหลักสิบหลักร้อยได้เลยนะ
หนทางในการได้เงินคืนจากการจับจ่ายมีมากมาย อาทิ ซื้อครบ 500 บาท ได้เงินคืน 30 บาท หากเราจำเป็นต้องซื้ออยู่แล้ว โปรโมชั่นนี้คุ้ม แต่ถ้าเราจำเป็นต้องซื้อของเพียง 200 บาท แล้วต้องดิ้นรนมองหาสิ่งของที่จะซื้อเพิ่มอีก 300 บาท เพื่อจะได้ส่วนลด ทว่าของที่ซื้อมาไม่จำเป็น แบบนี้เรียกว่า “จ่ายเกินความจำเป็น” ดังนั้นนอกจากหูตาเป็นสับปะรดเพื่อไม่ให้พลาดประโยชน์ที่เราควรจะได้รับจากทุกๆ การจับจ่าย ก็ต้องรู้จักวางแผนการใช้จ่ายให้พอดีกับความต้องการจริงๆ ไม่ใช่เห็นแก่ของแถม ส่วนลด จนหน้ามืดช็อป มารู้ตัวอีกทีสิ่งที่ได้มาซึ่งแลกกับเงินที่จ่ายไป ไม่คุ้มค่ากันเลย
สมัครสมาชิก สะสมแต้ม รับส่วนลด
การที่เราจับจ่ายที่ใดซ้ำๆ จะด้วยเหตุผลใกล้บ้าน เป็นร้านโปรด หรือเป็นสิ่งของที่ต้องซื้อประจำทุกเดือน หากเขามีให้สมัครสมาชิกก็ควรจะสมัคร เพราะการเป็นสมาชิกมักได้รับสิทธิมากกว่าลูกค้าทั่วไป เช่น สะสมแต้มใช้เป็นส่วนลด ในวันเกิดได้รับส่วนลดที่เพิ่มมากขึ้นอีก มีสิทธิเลือกซื้อสินค้าก่อน ฯลฯ อีกมากมายที่ห้างร้านจะทยอยขนโปรโมชั่นออกมาเอาใจสมาชิก
ส่วนใหญ่ตอนนี้เข้าไปใช้บริการหรือซื้อของตามราคาขั้นต่ำที่ตั้งไว้ก็สมัครสมาชิกได้ฟรี เพียงเสียเวลากรอกนิดหน่อย แต่ประโยชน์ที่คุณจะได้รับหลังจากนั้นนับว่าคุ้มเกินคุ้ม หรือถ้าที่ไหนมีค่าสมัครสมาชิก ก็พิจารณาดูว่าอาทิตย์หนึ่ง เดือนหนึ่ง ปีหนึ่ง เราจะกลับมาใช้บริการร้านนี้บ่อยไหม ถ้านานๆ ทีก็ไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปเสียให้กับตรงนี้ แต่ถ้าจ่ายค่าสมัครไป 200 บาทวันนี้ได้ส่วนลดทันทีกี่เปอร์เซ็นต์ว่ากันไป ซึ่งคำนวณแล้วก็เท่ากับสมัครฟรี หรือจ่ายเพิ่มนิดหน่อย 1020 บาท ก็สมัครไปเถอะ ไม่แน่ถ้ามีโอกาสได้มาอีก ครั้งที่สองคุณก็คุ้มค่าละ
อธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เจเนอรัลคาร์ด เซอร์วิสเซส ผู้ให้บริการเซ็นทรัลเครดิตคาร์ด ซึ่งเป็นบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี กล่าวถึงกลุ่มลูกค้าที่สนใจสมัครบัตรเครดิต ซึ่งคือกลุ่มลูกค้าของห้างเซ็นทรัล โดยอำนวยความสะดวกมีจุดรับสมัครหลักในห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และเซน รวมถึงสิทธิประโยชน์หลักของบัตร คือ ส่วนลดสูงสุด 10% ที่ห้างเซ็นทรัลและเซนอยู่แล้ว เป็นตัวเลือกที่ถูกทางของผู้ที่จับจ่ายในสองห้างใหญ่นี้
“การใช้บัตรเซ็นทรัลคาร์ดซื้อของในห้างเซ็นทรัลและเซนดีกว่าบัตรอื่นๆ ตรงที่เราเน้นการให้ส่วนลดสูงสุดถึง 21 เปอร์เซ็นต์ โดยสมาชิกสามารถได้รับ 13 เปอร์เซ็นต์ เมื่อใช้คะแนนเซ็นทรัล รีวอร์ดพอยท์ เท่ากับราคาสินค้า และอีก 10 เปอร์เซ็นต์บนสินค้าปกติ ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ของบัตรโดยไม่ต้องรอโปรโมชั่นห้าง
การแลกคะแนนจากบัตรเพื่อซื้อสินค้านั้น เราได้รับผลตอบรับดีมากครับ เพราะลูกค้าสามารถแลกคะแนนสะสมเป็นบัตรกำนัลห้างเซ็นทรัลเพื่อช็อปต่อได้เลย นอกจากนี้เรามีโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นการคืนกำไรในทุกๆ หมวดการใช้จ่ายพื้นฐานในชีวิตประจำวัน โดยเน้นการให้เครดิตเงินคืนในหมวดน้ำมัน ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมการใช้บัตรอย่างต่อเนื่อง และเรามั่นใจว่าสิทธิประโยชน์ที่ให้สมาชิกได้รับง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เพื่อให้เซ็นทรัลเครดิตคาร์ดเป็นบัตรใบแรกที่ลูกค้านึกถึง”
อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ใช้เป็นก็มีประโยชน์ ถ้ารู้จักซื้อของตามโปรโมชั่น และรับส่วนลดจากสิทธิพิเศษจากห้างร้าน และชำระเงินเต็มจำนวนที่ใช้จ่ายไป แต่ถ้าใช้ไม่เป็นก็ให้โทษอนันต์เช่นกัน ดังนั้นก่อนที่จะใช้บัตรเครดิตรูดปรื๊ดๆ อะไร ควรจะพิจารณาเสียก่อนว่า รูดไปแล้วสามารถจ่ายได้เต็มจำนวนที่รูดไปไหม และรูดแต่ละครั้งนั้นนอกจากจ่ายแทนเงินสด เรายังสามารถได้สิทธิพิเศษอะไรเพิ่มเติมจากบัตรนั้นๆ ไหม
จ่ายเป็น กระเป๋าไม่แบน
หากรู้จักเก็บเล็กผสมน้อยจากส่วนลดต่างๆ หรือเลือกที่จะใช้จ่ายตอนที่เหมาะสม (หากสิ่งนั้นรอได้) แทนที่จะต้องควักเงินจ่ายจำนวนหลายบาท คุณก็อาจจะได้สิ่งที่อยากได้แต่จ่ายน้อยกว่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะต้องวัดดวงหรือส่งชิงโชค เพียงแต่หัดที่จะสนใจรายละเอียดต่างๆ อันเป็นสิทธิที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ พึงได้รับ
อุมาพันธ์ เจริญยิ่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุน และจัดเป็นอีกหนึ่งคนที่เก็บตกทุกเม็ดจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ได้รับ ทั้งจากบัตรเครดิต โปรโมชั่นจากห้างร้านต่างๆ มาแบ่งปันประสบการณ์ว่า การเก็บบัตรส่วนลด ตัดคูปอง หรือใช้บัตรสะสมแต้ม มองดูอาจเป็นเงินเล็กๆ น้อยๆ “แต่ถ้าเราลองเก็บสะสม จะพบว่าซื้อหลายๆ ครั้งก็ได้ส่วนลดหลายสิบ บางทีได้เป็นหลักร้อย ปีหนึ่งก็ประหยัดหลายพันนะคะ
นอกจากนี้ บางบัตรเครดิตยังสามารถสะสมแต้มใช้เป็นคูปองส่วนลดซื้อสินค้าได้หลายสิบเปอร์เซ็นต์ หรือแลกตั๋วเครื่องบินได้ด้วย การวางแผนเลือกใช้บัตรสะสมแต้มให้ดีก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการได้ส่วนลด หรือสะสมไมล์ได้มากขึ้นค่ะ แนะนำให้ตัดเก็บคูปองส่วนลด หรือพกบัตรสะสมแต้มไว้ค่ะ เดี๋ยวนี้หลายที่เพียงแค่บอกเบอร์โทรศัพท์ก็สะสมแต้มได้แล้ว ยิ่งสะดวกมากขึ้นค่ะ”
อย่างไรก็ตาม ในการใช้จ่ายต้องมีความระมัดระวังรู้เท่าทันโปรโมชั่นต่างๆ และรู้จักยับยั้งชั่งใจ จับจ่ายเพียงแต่พอดีตามความต้องการ อย่าหลงเป็นเหยื่อสิ่งของที่ทางห้างร้านเอามาล่อ แล้วตกหลุมพรางใช้จ่ายเกินความจำเป็น
“ในกรณีที่เราต้องจับจ่ายใช้สอยของกิน ของใช้ อุปโภค บริโภค แล้วใช้จ่ายผ่านบัตรสะสมแต้มต่างๆ นั้นนับว่าเป็นข้อดีค่ะ เพราะบัตรสะสมบางบัตร นอกจากจะให้ส่วนลดในการใช้จ่ายคราวนั้นแล้ว ยังสามารถสะสมแต้มใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งต่อไปได้ หรือสามารถนำแต้มไปแลกของต่างๆ ตามที่บัตรได้จัดโปรโมชั่นไว้ได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องซื้อของ แต่เราอยากได้แต้มได้ส่วนลด อันนี้น่าเป็นห่วงค่ะ เพราะนอกจากจะไม่ช่วยประหยัดสะตุ้งสตางค์ในกระเป๋าแล้ว กลับกลายเป็นภัยร้ายที่ทำให้สิ้นเปลืองเงิน ไปซื้อของที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้มา บางทีของแถมของรางวัลที่เราอยาก เราเอาสตางค์ไปซื้อเอง อาจจะประหยัดกว่าค่ะ
การออกแคมเปญเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของเรา ยิ่งคนไทยเป็นโรคแพ้ป้ายเซล มักจะอดใจไม่ไหวที่จะแวะเวียน ในกรณีที่ซื้อของลดราคา หนึ่งแถมหนึ่ง หรือสองแถมหนึ่ง ที่เป็นสินค้าที่เราใช้ประจำอยู่แล้วก็โอเคค่ะ แต่สังเกตไหมคะ ว่าบ่อยครั้งเราเผลอซื้อของที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้มา ยิ่งถ้าเป็นเสื้อผ้า บางครั้งลองไม่ได้ ก็ได้ของที่ใส่ไม่ได้ก็มี
ถ้าสังเกตตัวเองแล้วพบว่าคุณมีพฤติกรรมแบบนี้ ก็ต้องบอกว่าแทนที่จะได้ของถูก ก็กลับกลายเป็นว่าได้ของฟุ่มเฟือยมาแล้วค่ะ แนะนำว่าก่อนออกไปช็อปปิ้ง หรือจับจ่ายซูเปอร์มาร์เก็ต ควรจดรายการของที่จำเป็น ของที่ขาดไว้ก่อนค่ะว่า วันนี้ต้องซื้ออะไรบ้าง จะทำให้เราซื้อเฉพาะของที่จำเป็นจริงๆ และได้สำรวจในบ้านด้วยว่า เรายังมีอะไรอยู่บ้าง ซึ่งสามารถช่วยลดการซื้อของที่ไม่จำเป็น หรือซื้อของลดราคาซ้ำๆ เข้าบ้านได้ค่ะ”
ทุกครั้งที่จับจ่าย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดบาทสองบาท สิบบาท หรือสะสมแต้ม ล้วนเป็นช่องทางประหยัดเงินในกระเป๋า ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจผันผวน การควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ก็จะทำให้เรามีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น







