
"เมื่องวสวย"ในสายตาเธอ
โลกนี้มีเมืองสวยๆ มากมาย ที่นั่นก็สวย ที่นู่นก็สวย สวยไปหมด ขนาดว่าที่ใกล้ตาใกล้ใจเรา จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคประเทศไทย ก็ยังถูกยกให้เป็นสุดยอดของเมืองสวย
โลกนี้มีเมืองสวยๆ มากมาย ที่นั่นก็สวย ที่นู่นก็สวย สวยไปหมด ขนาดว่าที่ใกล้ตาใกล้ใจเรา จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคประเทศไทย ก็ยังถูกยกให้เป็นสุดยอดของเมืองสวย
เมืองสวยของคุณเป็นยังไง อะไรคือมาตรวัดความสวยเมืองนั้นๆ นั่นก็คงขึ้นอยู่กับสายตาแต่ละคนที่มอง สำหรับนักเดินทางตัวยงและนักเขียนสารคดีท่องเที่ยว “กาญจนา หงษ์ทอง” เมืองสวยของเธอที่บรรจุอยู่ใน “100 เมืองสวยในเอเชีย” เธอเปรียบประดุจผู้หญิง ผู้มีความสวยแบบฉบับตัวเอง
“ดิฉันเชื่อเสมอว่าเมืองๆ หนึ่งก็เหมือนผู้หญิง ผู้หญิงแต่ละคนมีความสวยในแบบของตัวเอง บางคนสวยเก๋ บางคนสวยหวาน บางคนสวยเปรี้ยว บางคนสวยจากหัวจรดเท้า บางคนสวยแค่หน้าตา บางคนมองผาดๆ เหมือนไม่สวย แต่พอสนทนากับเธอจึงรู้ว่าบุคลิกของเธอทำให้ความสวยปรากฏ
เมืองก็เหมือนกัน สวยคนละแบบ บางเมืองก็สวยแบบเก๋ๆ บางเมืองสวยคลาสสิก บางเมืองสวยสุนทรีย์ บางเมืองสวยเคล้าโรแมนติก บางเมืองวิวไม่งาม แต่วัฒนธรรมทำให้เมืองนั้นงามขึ้นมาทันที บางเมืองไม่มีอะไรเลย แต่รอยยิ้มและความเป็นมิตรของผู้คนทำให้เมืองนั้นกลายเป็นสวยไปเลย ดิฉันจึงเชื่อเสมอว่า ไม่ว่าจะเป็นเมืองไหน ก็มักมีความสวยซ่อนอยู่ในตัว ขึ้นอยู่ว่าเราจะค้นมันเจอรึเปล่า เพราะถ้าเราเป็นนักเดินทางแบบฉาบฉวย บางทีเราอาจพลาด มองไม่เห็นแง่งามของเมืองนั้น”
“100 เมืองสวยในเอเชีย” อัดแน่นด้วยเมืองสวยที่ปรากฏกายอยู่บนผืนแผ่นดินทวีปเอเชีย เต็มไปด้วยเสน่ห์ สีสัน ทั้งยังเป็นเสมือนปลายทางของเหล่าผู้หลงรักการเดินทาง เฝ้าฝันครั้งหนึ่งต้องไปเยี่ยมเยือน ผู้เขียนคัดสรรด้วยมุมมองความคิดที่อาจจะสวนทางกับนักเดินทางคนอื่น ความสวยของเมือง เธอเลือกจากความเป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะเด่น โดดเด้งออกมาจากนิยามคำว่าสวยแค่รูปภายนอก ทว่าต้องใช้หัวใจมองและเพ่งพิศจึงจะพบกับความสวย
“ความจริงถ้าจะเอาเมืองที่เดินทางจริงๆ มันมากกว่า 100 เมืองค่ะ แต่ดิฉันก็เลือกจากที่ได้สัมผัสความสวยในตัวตนของเมืองนั้นๆ อย่างธากา ประเทศบังกลาเทศ บางคนบอกว่าไปทำไม แต่ดิฉันกลับชอบ หลายคนนอกจากมองไม่เห็นความสวย ยังลิสต์ไว้เลยว่าเมืองนี้ฉันไม่เหยียบแน่ แต่ดิฉันกลับรู้สึกว่าในความชุลมุนของธากา กลับซ่อนความสวยอยู่แบบเงียบๆ บนท้องถนนที่มีแต่รถสามล้อตกแต่งและประดับประดารถกันแบบสู้ตาย มองแล้วเหมือนงานศิลปะชิ้นที่มีชีวิตชีวาน่ามอง หรืออย่างพุชการ์ในอินเดีย ดิฉันก็จะรู้สึกว่าความหนักแน่นในศรัทธาของผู้คนที่มองเห็นจากท่าน้ำในเมือง บวกกับทัศนียภาพที่มีอาคารบ้านเรือนโอบทะเลสาบเอาไว้ ทำให้เมืองนี้สวยอย่างไม่ต้องสงสัย
พูดมาทั้งหมด จะบอกว่าเมืองไหนที่ดิฉันสัมผัสได้ถึงความงามของเมืองนั้น ก็จะถูกคัดเลือกมาอยู่ในหนังสือ 100 เมืองสวยในเอเชีย ซึ่งย้ำอีกครั้งว่าถ้าคนอ่าน อ่านแล้วรู้สึกว่าเมืองนี้ไม่เห็นจะสวยเลย ก็เป็นไปได้ค่ะ เพราะนิยามความสวยของคนเรามักไม่เหมือนกัน ลิสต์ 100 เมืองสวยของนางสาวเอกับนายบีก็อาจจะไม่เหมือนกัน และไม่เหมือนกับลิสต์ 100 เมืองสวยของดิฉัน ซึ่งก็เป็นมุมมองของแต่ละคน”
ความน่าสนใจของหนังสือเมืองสวยเล่มนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการเรียกน้ำย่อย เรียกแขก หรือเชื้อเชิญให้ผู้รักการเดินทางไปเยี่ยมชม หากแต่สิ่งที่ผู้เขียนสอดแทรกไว้ในข้อเขียน ตลอดจนภาพประกอบสวยๆ ล้วนแต่คือกระจกสะท้อนถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ทัศนียภาพ บรรยากาศ อุณหภูมิ กระทั่งความตื่นเต้น การผจญภัย ขาดไม่ได้ก็ความแตกต่างอย่างไม่ที่ใดที่ฉายผ่านลมหายใจของคนท้องถิ่น
ผู้เขียนนำเสนอด้วยภาษาน่าอ่าน ลีลากระฉับกระเฉง ไม่เคร่งครัดเกินไปในการให้ข้อมูลท่องเที่ยว มากกว่านั้น เธอเล่าด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เป็นกลาง ใส่ความรู้สึก แต่ไม่ได้ใส่อคติ อีกทั้งยังดึงผู้อ่านประหนึ่งว่ากำลังร่วมทริปเดินทาง
“หนังสือท่องเที่ยวทุกวันนี้มีหลายแบบ แบบไกด์บุ๊ก แบบเรื่องเล่าจากประสบการณ์ ซึ่งดิฉันก็เขียนทุกแบบเลย โดยส่วนตัวชอบแนวเรื่องเล่าจากประสบการณ์การเดินทางมากกว่าค่ะ เพราะได้ใส่ความรู้สึก ทุกข์ร้อน เรื่องตื่นเต้นเร้าใจ อุปสรรค ปัญหาระหว่างทางเอาไว้ในเรื่องเล่า คนอ่านหลายคนบอกว่าชอบแบบนี้ ชวนให้น่าติดตาม ดิฉันว่าสารคดีท่องเที่ยวที่น่าอ่านมันไม่ควรจะมีแค่เราเดินทางไปไหน ที่ไหนบ้าง ประวัติของเมืองนั้น สถานที่นั้นเป็นอย่างไร แต่สีสันและเรื่องราวระหว่างทางที่เกิดขึ้น เมื่อถูกถ่ายทอดด้วยถ้อยคำและภาษาที่เป็นสไตล์ของคนเขียน ก็น่าจะทำให้หนังสือเล่มนั้นน่าติดตามมากขึ้น
รู้เลยค่ะว่าการเดินทางเป็นเหมือนมหาวิทยาลัยที่มีไว้ให้เราได้เรียนรู้ทุกสิ่งอย่าง ทุกครั้งที่ออกเดินทางดิฉันจะรู้สึกอยู่ตลอดว่าทำไมมันมีเรื่องให้เราเรียนรู้ไม่จบสิ้น นี่แหละเป็นเหตุผลให้ไม่หยุดเดินทาง และจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ออกเดินทาง”
ในฐานะเป็นคนคัดเลือกเมืองสวยมาไว้ในหนังสือ จึงอดถามไม่ได้ถึงเมืองสวยในดวงใจผู้เขียน แม้เจ้าตัวจะบอก ตอบยาก เพราะทุกที่ต่างก็มีความสวย ทว่าสุดท้ายเธอก็ต้องเลือก ถ้าเป็นเมืองในเอเชียเธอยกให้พุกาม คัชการ์ เมืองจีน และบูคารา ประเทศอุซเบกิสถาน แต่ถ้าไม่อยู่ในผลงานรวมเล่มหนา 366 หน้า เมืองสวยของเธออยู่ที่
“มีอยู่ในลิสต์เมืองโปรดค่ะ เช่น เยรูซาเลม อิสราเอล บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา และดูบรอฟนิค โครเอเชีย เป็นต้น ส่วนพุกามนี่ชอบมาก อยากไปทุกปี ไปนั่งดูดวงตะวันร่วงใส่ทะเลเจดีย์ ทั้งงดงาม ทั้งโรแมนติก คัชการ์ก็ชอบ เพราะเป็นเมืองที่ชีวิตผู้คนมีชีวิตชีวามาก ถ้าไปตรงวันศุกร์จะเห็นผู้คนไปละหมาดนับหมื่นคนที่สุเหร่าประจำเมือง ถ้าไปตรงวันอาทิตย์จะเห็นตลาดนัดขายของที่คึกคักที่สุดในเอเชีย บูคาราชอบตรงที่เหมือนนาฬิกา เมืองนี้หยุดเดินมานานแล้ว เมืองทั้งเมืองเลยยังมีบรรยากาศเก่าๆ ของเส้นทางสายไหม”
เมืองไทยล่ะ มีมั้ย?
“ที่ชอบที่สุดก็น่าจะเป็นดอยหลวงเชียงดาวที่เชียงใหม่ อยากไปอีก แต่ก่อนโรคจิตปีนมันทุกภูเขาเลย ดอยผ้าห่มปก เขาหลวงสุโขทัยก็ชอบ ทางใต้นี่ยิ่งซ้ำไปซ้ำมา แต่ก่อนจะไปเกาะสิมิลัน เกาะสุรินทร์ เกาะเต่า เกาะไหง เกาะรอก เกาะพีพี เกาะกูด เกาะหมากแทบทุกปี แต่พอไปเที่ยวต่างประเทศ เกาะและภูเขาในไทยก็ไปปีละ 23 ครั้ง ไม่มีที่ไหนที่คิดว่าอยากไปมากๆ แต่อยากไปกับเพื่อนๆ มากกว่า ชีวิตเดินมาถึงจุดที่ว่าไปกับใคร มากกว่าไปที่ไหน”
แล้วคุณล่ะ เมืองสวยในสายตาคุณอยู่ที่ไหนบ้าง







