
4 กีฬานี้...ต้องมี 30 ทอง
วันนี้คงขอว่าถึง 4 ชนิดกีฬาที่ไทยเราตั้งความหวังเหรียญทองไว้สูงพอสมควรในกีฬซีเกมส์ ครั้งที่ 27
วันนี้คงขอว่าถึง 4 ชนิดกีฬาที่ไทยเราตั้งความหวังเหรียญทองไว้สูงพอสมควรในกีฬซีเกมส์ ครั้งที่ 27 หรือ “เนย์ปิดอว์เกมส์” ที่พม่าระหว่างวันที่ 11-22 ธ.ค.นี้ และไม่ใช่แค่เหรียญสองเหรียญเท่านั้น แต่น่าจะเป็นกอบเป็นกำ พร้อมกับช่วยให้ทัพนักกีฬาไทยมีลุ้นครองเจ้าซีเกมส์
มวยสากลสมัครเล่น (6-7 ทอง)
เพื่อนบ้านอาเซียนที่ร่วมชิงชัยในซีเกมส์มาช้านาน ต่างรู้กิตติศัพท์กำปั้นของขุนพลเสื้อกล้ามไทยดีอยู่แล้ว เพราะเราคือพี่เต้ยในภูมิภาคนี้
เมื่อ 2 ปีที่แล้วในซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่อินโดนีเซีย ทีมกำปั้นไทยกวาดมาได้ 7 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง
และคราวนี้ทางเจ้าภาพจำกัดให้ส่งได้เพียง 10 จากทั้งหมด 14 รุ่น ซึ่งไทยเราส่งนักชกชาย 6 รุ่น หญิง 4 รุ่น พร้อมกับตั้งเป้าเอาไว้ 6 ทอง หลังเก็บตัวฝึกซ้อมที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา มาตั้งแต่เดือน เม.ย. จนร่างกายฟิตเปรี๊ยะ
สำหรับ 6 เหรียญทองนั้น คาดว่าน่าจะได้จากชาย 4 ทอง คือ ฉัตรชัย บุตรดี (รุ่น 52 กก.), ดอนชัย ทาธิ (56 กก.), สายลม อาดี (60 กก.), วุฒิชัย มาสุข (64 กก.) และหญิงอีก 2 ทอง จาก โสภิดา สะทุมรัมย์ (51 กก.), ทัศมาลี ทองจันทร์ (57 กก.)
อย่างไรก็ตาม กีฬาชนิดนี้มักมีปัญหาเรื่องการตัดสินมาตลอด ก็คงต้องทำใจไว้บ้าง รวมทั้งคราวนี้มีการเปลี่ยนแปลงกติกาอีกด้วย โดยฝ่ายชายจะชกกันโดยไม่มีเฮดการ์ด ขณะที่ฝ่ายหญิงยังสวมเฮดการ์ดเหมือนเดิม ส่วนการชกจะต่อยกัน 3 ยก ยกละ 3 นาที และให้คะแนนยกละ 10 แต้ม แบบมวยอาชีพ สำหรับเวลาพักยก ชายพัก 1 นาที หญิงพัก 2 นาที
ทัพเสื้อกล้ามไทยได้เดินทางไปยังเนย์ปิดอว์ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อปรับสภาพร่างกาย ก่อนจะขึ้นสังเวียนชิงชัยกันวันที่ 8-14 ธ.ค.นี้
พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ อุปนายกสมาคมมวยสากลฯ ในฐานะผู้จัดการทีมมวยเสื้อกล้ามทีมชาติไทย ยังแอบหวังลึกๆ ถึง 7 ทองเลยทีเดียว แต่ก็แหยงๆ เรื่องการตัดสินไม่น้อยเหมือนกัน จึงกำชับทุกคนเน้นทำแต้มให้ขาดแบบชัดเจน และไม่ว่าผลจะออกมายังไง ก็คงไม่ประท้วงเด็ดขาด ส่วนคู่แข่งที่น่ากลัวคงหนีไม่พ้น “เจ้าเก่า” ฟิลิปปินส์ และ “เจ้าภาพ” พม่า ที่มีนักมวยคาซัคสถานโอนสัญชาติมาชกในรุ่นใหญ่
เทควันโด (4-5 ทอง)
ในซีเกมส์ครั้งนี้ ถือเป็นเวทีของจอมเตะดาวรุ่งเป็นส่วนใหญ่ เพราะพวกตัวเก่งๆ เก๋าๆ มีโปรแกรมลุยเวทีใหญ่กว่าอย่างศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ที่อังกฤษ (13-15 ธ.ค.) ซึ่งประกอบด้วย ชนาธิป ซ้อนขำ ฮีโร่เหรียญทองแดง โอลิมปิก 2012, เจียรณัฏฐ์ นาคะวิโรจน์ อดีตแชมป์เอเชีย, เป็นเอก การะเกตุ อันดับ 4 โอลิมปิกล่าสุด เพื่อลุ้นตั๋วโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นจอมเตะสายเลือดใหม่ แต่ด้วยศักยภาพที่ยังไงเราก็น่าจะเหนือกว่าคู่แข่งในอาเซียนด้วยกัน ดังนั้น 4-5 เหรียญทอง ไม่น่าพลาด จากทั้งหมด 12 รุ่น ที่ส่งลงชิงชัย โดยเฉพาะ สริตา ผ่องศรี (53 กก.หญิง) รังสิญา นิสัยสม (62 กก.หญิง) แต่เทควันโดก็เป็นกีฬาที่ใช้สายตาในการตัดสินเช่นเดียวกับมวยสากลสมัครเล่น จึงมักมีปัญหาเป็นประจำเช่นกัน
ยกน้ำหนัก (4 ทอง)
ไทยเรากวาดมาถึง 9 ทอง (ชาย 4 หญิง 5) จากซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่อินโดนีเซีย แต่คราวนี้ค่อนข้างมักน้อย ตั้งเป้าแค่ 4 ทอง จาก 9 รุ่น (ชาย 5 หญิง 4) ที่ส่งเข้าร่วม (เจ้าภาพจำกัดให้แต่ละชาติส่งได้ไม่เกิน 9 รุ่น) เพราะเหลือนักกีฬาจากคราวที่แล้วแค่ 5 คน โดยฝ่ายหญิงมี พนิดา คำศรี (48 กก.), รัตติกาล กุลน้อย (58 กก.), พิมศิริ ศิริแก้ว (63 กก.) ฮีโร่เหรียญเงิน โอลิมปิก 2012, วิริยา สุวรรณรัตน์ (69 กก.) ส่วนฝ่ายชาย เหลือแค่ พิทยา ตีบนอก (85 กก.)
พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกสมาคมยกเหล็กไทย มั่นใจทีมหญิง ทั้งฝีมือและประสบการณ์เพียบ สามารถขึ้นแท่นชูเหรียญทองได้ทุกคน ส่วนฝ่ายชายแม้เป็นดาวรุ่ง ก็สถิติดีมีลุ้นเช่นกัน
กรีฑา (14-16 ทอง)
กรีฑานั้นนับเป็นกีฬาความหวังของทัพนักกีฬาไทยมาตลอด และคราวนี้เราก็ส่งเข้าแข่งทั้งประเภทลู่และลานถึง 80 คน โดยเข้าร่วมชิงชัย 46 เหรียญทอง ซึ่งเป็นดาวรุ่งกว่าครึ่งเลยทีเดียว
ซีเกมส์คราวที่แล้ว ณ แดนอิเหนา ไทยเรากวาดมา 14 ทอง 8 เงิน 10 ทองแดง ครองเจ้าเหรียญทองทั้งลู่และลานเป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกัน ส่วนครั้งนี้ก็หวัง 14-16 ทอง พร้อมทำสถิติเจ้าทอง 7 สมัยรวด
“ซีเกมส์ครั้งนี้เราใช้นักกีฬาดาวรุ่งส่วนใหญ่ อายุเฉลี่ย 18-19 ปี เรียกว่าชุดแห่งอนาคตเลยก็ว่าได้ และถือเป็นโอกาสดีที่นักกีฬาของเราจะได้ใช้บ่มเพาะทักษะและประสบการณ์ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักแทนรุ่นพี่” พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล เลขาธิการสมาคมกรีฑาฯ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ของกรีฑา คือ วิ่ง 100 เมตรชาย และ 100 เมตรหญิง ซึ่งเราพลาดหมดทั้ง 2 ทองในคราวที่แล้ว แต่ครั้งนี้ จิระพงศ์ มีนาพระ และ ณีรนุช กล่อมดี น่าจะมีลุ้นซิวทองกู้หน้า หลังทั้งคู่เพิ่งไปคว้าทอง “มาเลเซีย โอเพ่น 2013” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนวิ่งผลัด 4 x 100 เมตรหญิง เราเป็นแชมป์ 15 สมัยติด หากไม่ผิดพลาดก็คงมีเฮเหมือนเดิม แต่ 4 x 100 เมตรชาย นี่ซิ คราวที่แล้วไร้เหรียญ เพราะไม่ติด 1 ใน 3 เลยด้วยซ้ำ คงต้องเน้นเรื่องการรับส่งไม้ให้เนียนหน่อย







