
ปฏิรูปประเทศต้องแก้เรื่องไหนก่อน?
หนึ่งอยากให้ทุกคนรู้จักหน้าที่ของตนเอง ไม่ทุจริตชีวิตจะได้ไม่ต้องมีประสบการณ์กลางม็อบกันบ่อยๆ
กุลนรี สวพนังกุล (อายุ 31 ปี)
พนักงานบริษัท
“หนึ่งอยากให้ทุกคนรู้จักหน้าที่ของตนเอง ไม่ทุจริตชีวิตจะได้ไม่ต้องมีประสบการณ์กลางม็อบกันบ่อยๆ (หัวเราะ) สอง อยากให้เปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาอย่างจริงจังทั้งเชิงวิชาการและคุณธรรมโดยผู้สอนต้องมีความรู้ที่ถูกต้องได้รับเกียรติและผลตอบแทนที่ดีดำรงชีวิตบนพื้นฐานของความสำนึกดีเอื้ออาทรพอเพียงและมุ่งผลส่วนรวม”
กรรณิการ์ โกวิทกุล (อายุ 38 ปี)
นักแปล
“อยากให้ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง เพราะนั่นหมายถึงการยกระดับคุณภาพของประชากรที่ถือเป็นกำลังสำคัญที่จะพัฒนาประเทศ เมื่อมีความรู้ก็จะตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเอง รวมถึงบทบาทและหน้าที่ที่พึงมีต่อสังคม หากทุกคนปฏิบัติตามกฎกติกาที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม นานาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็จะผ่อนคลายไป”
กันต์ธีระ ลิ้มวิวรรธนากุล (อายุ 23 ปี)
นักศึกษา
“แต่ก่อนเคยคิดว่าควรเปลี่ยนแปลงที่ตัวนักการเมืองหรือระบบการบริหารที่ไม่โปร่งใสหรือพูดง่ายๆ คือ การลบล้างการคอร์รัปชั่น แต่คิดไปคิดมาเจอสถานการณ์บ้านเมืองช่วงหลังๆ ฉุกคิดได้ว่า แต่เกิดจากคนในสังคมด้วย ผมว่าปัญหาสำคัญนี้แหละที่ควรจะแก้ไขก่อนสิ่งใดเปลี่ยนทัศนคติของคนในสังคม ไม่ใช้ความรุนแรงในการยุติข้อพิพาท ถ้าได้เมื่อไหร่ผมว่าประเทศมีทิศทางดีขึ้นแน่นอน”
ธีรวุฒิ สถิตภัทรกุล (อายุ 32 ปี)
นักข่าว
“อยากให้ประเทศเปลี่ยน คนในประเทศต้องเปลี่ยน คนในประเทศจะเปลี่ยนได้ต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา อยากให้เปลี่ยนแปลงด้านจิตสำนึกสาธารณะ ไม่ใช่แบบว่าไม่ใช่เรื่องของเรา เราไม่สนใจเราได้ประโยชน์เป็นพอหรือยากทำอะไรก็ทำไม่แคร์ว่าจะถูกหรือผิด นับถือเงินนับถือวัตถุเป็นสิ่งสำคัญ และอีกอย่างคือระบบอุปถัมภ์ที่นำสู่การปลูกฝังนิสัยคอร์รัปชั่น”
ประกฤษณ์ จันทะวงษ์ (อายุ 38 ปี)
ช่างภาพ
“การปฏิรูปประเทศแล้วจะต้องเปลี่ยนอะไรก็ตามต้องเริ่มเปลี่ยนที่ตัวนักการเมืองก่อน คือนักการเมืองจะต้องเลิกเล่นการเมือง ไม่ใช่ทำอะไรก็คิดถึงแต่เรื่องการเมือง แต่จะต้องคิดถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง”







