
จากแอลกอฮอล์ไปจนถึงรถไฟ
เรื่อง : ปู โลกเบี้ยว
FM 95 กับโครงการเมาไม่ขับ เขาร่วมมือกันจัดกิจกรรมที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นกิจกรรมที่ดีมาก ช่วงที่ไปจัดนั้นเป็นวันก่อนวันหยุดสงกรานต์ไง วันหยุดมักต้องฉลองก็เมากันเต็มที่ซิ คงได้แต่เตือนสติล่ะแต่จะไปบังคับให้ทำตามคงไม่ได้ เพราะในที่สุดก็ยังคงมีคนเมาขับและตายกันเป็นเบืออยู่ดีนั่นแหละ พูดไปเหมือนเข้าหูซ้ายออกหูขวายังไงยังงั้นเลยอ่ะ
กิจกรรมวันนั้นมีทั้งนำตัวอย่างเหยื่อของพวกเมาแล้วขับมาเล่าประสบการณ์ และแจกพระเป็นกำลังใจ เหยื่อตัวอย่างเป็นผู้หญิงคน ผู้ชายคน นั่งรถเข็นมาร่วมงาน รายแรกเป็นชาย เป็นเหยื่อจริงๆ เพราะเป็นคนที่ทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำ ไม่ดื่มเหล้า ทำแต่งาน กำลังยืนขายของอยู่ข้างถนน แล้วจู่ๆ ก็มีคนเมาขับรถเข้ามาชนซะงั้น ทำให้ท่อนล่างหมดความรู้สึก
รายต่อมาเป็นผู้หญิงแมนๆ สักหน่อย อันนี้ทำตัวเองแท้ๆ ขับรถไปต่างจังหวัดคนเดียว แต่ขับไปดื่มไป พอหมดก็แวะปั๊มซื้อมาเติมอีก พอขับรถก็เบลอๆ เห็นรถสิบแปดล้อก็ไม่หลบ เข้าไปหาเขาซะดื้อๆ ไม่ได้ไปเกิดใหม่ แต่ต้องมานั่งรถเข็นอยู่นี่ไง และก็โชคดีที่ตัวเองเจ็บคนเดียว
พี่ชัย เจ้าหน้าที่โครงการเมาไม่ขับ บอกว่า เดี๋ยวปีหน้าก็มีตัวอย่างใหม่ๆ พวกที่เมาแล้วขับโดนจับโดนปรับและให้ทำงานเพื่อสาธารณะกันก็เยอะ บางรายได้ไปเป็นอาสาสมัครในโรงพยาบาลดูแลคนป่วยที่เป็นเหยื่อเมาแล้วขับนี่แหละ พอเห็นเข้าถึงกับเลิกดื่มไปเลย แต่ที่สำนึกได้ก็น้อยมาก ส่วนใหญ่ก็กลับมาเป็นอาสาสมัครอีก ไม่ได้สมัครใจนะ แต่โดนบังคับ
ปูล่ะกังวลกับเจ้าน้องชายตัวดีของปูซะเหลือเกิน รักษาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วก็ยังคงกลับไปหาเจ้าแอลกอฮอล์อยู่ดี แถมยังบอกไว้ว่า
“โธ่! พี่ปู ไม่งั้นเขาจะเรียกว่ายาเสพติดเหรอ?” ดูมันพูด ใจมันไม่แข็งเองต่างหากกังวลไปก็ทุกข์ เลยว่าจะปล่อยตามเวรตามกรรมแล้วล่ะ แต่เป็นเวรกรรมของปูนะ ไม่ใช่ของเขาหรอก เพราะเขาไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่เราซิทุกข์ใจตลอดเวลา เฮ้อ!
เป็นเวลานานมากแล้วที่ปูไม่ได้ไปเหยียบที่สถานีรถไฟหัวลำโพง วันนั้นไปมีความสุขมาก ตั้งแต่จอดรถไม่ลำบากเลยเพราะเขามีที่จอดรถให้สะดวกสบายชั่วโมงละ 10 บาท พอเข้าไปด้านในมีแอร์ด้วยค่ะ แต่ผู้คนส่วนใหญ่จะอยู่กันด้านนอก หรือไม่ก็ตามชานชาลารอรถ ด้านในมีขายของกินเพียบ และมีพวกสินค้าต่างๆ มาเดินแจกของตัวอย่างกันเต็มไปหมด อันนี้ปูชอบมาก เดินรับของตัวอย่างหอบกลับบ้านสบายใจ
ลองขึ้นไปสำรวจบนรถไฟนอนชั้นหนึ่ง ซึ่งแบ่งเป็นห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งมีสองชั้น ชั้นล่างจะแพงกว่าชั้นบน ห้องหนึ่งก็ 3,800 บาท มีฟูกที่นอนให้ทั้งสองชั้น ห้องน้ำสะอาด (ปูแอบขึ้นไปใช้ห้องน้ำเขามาอ่ะดิ) ติดแอร์เย็นฉ่ำ
รถไฟขบวนที่ปูขึ้นไปสำรวจเขากำลังจะไปทางใต้ ใช้เวลาเดินทาง 16 ชั่วโมง เรียกว่านอนตื่นกันสิบรอบก็ยังไม่ถึงเลย พวกที่มีสตางค์ก็คงไม่นั่งแน่ คงไปใช้บริการเครื่องบินแทนล่ะ ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อเวลาเพียงแค่ชั่วโมงเดียว แต่สำหรับคนที่มีทุนน้อยก็ถือว่าคุ้ม เพราะเป็นห้องส่วนตัวมีแอร์ว่างั้นเถอะ
ส่วนรถไฟชั้นสามก็ฟรีไง เขาเลื่อนเวลาให้ใช้ฟรีจนถึงเดือน มิ.ย. แหนะ น้องผักบุ้ง (แฟนรายการวิทยุ) ที่ใช้รถไฟเป็นประจำ บอกว่า สบายมากพี่ปู ไม่แน่นอย่างที่คิด ส่วนใหญ่แล้วได้นั่ง แถมยังไม่ต้องเสียเงิน แค่เดินไปขอตั๋วฟรีที่ช่องขายตั๋ว
บนรถไฟถ้าเกิดมีเหตุด่วนเหตุร้ายไม่ต้องรอให้รถหยุด สามารถเรียกหาความช่วยเหลือได้จากคุณตำรวจรถไฟที่ทุกโบกี เป็นตำรวจจริงๆ จากกองบังคับการตำรวจรถไฟ ให้บริการเหมือนคุณตำรวจบนแผ่นดินไม่มีผิด
ฟรีและปลอดภัยสบายใจหายห่วง ก็ถ้าเดินทางใกล้ๆ ก็ของฟรีชั้นสามนั่นแหละ เดี๋ยวก็ถึงที่หมายแล้ว







