
เลี้ยงลูกแบบคุณป๋าสุดคูล
3 หนุ่มคนบันเทิง “พีท ทองเจือ” “สมชาย เข็มกลัด” “เวย์ ไทเทเนี่ยม” อาจจะถูกมองว่าเป็นแบดบอย แต่ยังมีอีกหลายมุมที่บางคนยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวเขา
โดย...โจคุง / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์+คอลเลกชั่นส่วนตัว เวย์ ไทเทเนี่ยม
3 หนุ่มคนบันเทิง “พีท ทองเจือ” “สมชาย เข็มกลัด” “เวย์ ไทเทเนี่ยม” อาจจะถูกมองว่าเป็นแบดบอย แต่ยังมีอีกหลายมุมที่บางคนยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวเขา รวมถึงบทบาทนอกจอที่พวกเขาเป็นคุณพ่ออย่างเต็มตัว
ไหนๆ วันนี้ก็วันพ่อแห่งชาติ เราขอทำหน้าที่เปิดใจคุณพ่อสุดคูลในลุคแบดบอยเสียหน่อยแล้วววว
‘พีท’ คุณพ่อขาซิ่ง
หนุ่มพราวเสน่ห์ ขวัญใจสาวๆ ชื่นชอบความเร็ว คือภาพจำของคนทั่วไปที่มีต่อ “พีท-ธนภณ ทองเจือ”
แม้ลุคแบดบอยยังมิอาจลบออกไปจากตัวตนพีท แต่วันนี้เขาก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า แบดบอยเยี่ยงเขาก็สามารถเป็นซูเปอร์คุณพ่อของลูกทั้ง 3 “น้องเซย่า” “น้องมิย่า” “น้องโลเตอร์” ได้ไม่ตกหล่น
“ดุครับ ผมเป็นพ่อที่ดุ แต่จะดุอย่างมีเหตุผลและดุไปตามวัยที่ควรดุ ในกรณีที่ลูกๆ ไม่ฟังเหตุผล ผมก็จะดุ เพราะผมพยายามจะสอนลูกให้ทุกคนมีเหตุผล ถ้าไม่มีเหตุผล ก็จะคุยกันไม่รู้เรื่อง คุยกันก็ไม่เข้าใจสักที มันก็เลยต้องใช้เหตุผลมาเป็นคีย์ของการเลี้ยงลูก”
สวมบทบาทเป็นคุณพ่อ พีทยอมรับช่วงแรกๆ ค่อนข้างวุ่นวายนิดหน่อย ด้วยความไม่ชิน ทว่าทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น โดยเขากับภรรยา “เจ็งวิไลลักษณ์ ตระกาลรุ่งโรจน์” ช่วยกันเลี้ยงและดูแลลูกเอง ประสบการณ์ลูกคนแรก คนที่สอง จนถึงคนสุดท้อง สอนให้คุณพ่อพีทรู้ว่า การมีลูกคือความสุขในชีวิต
“ถ้ารู้ว่าการมีลูกแล้วชีวิตจะดีและมีความสุขแบบนี้ รู้งี้ผมขอมีตั้งนานแล้วละครับ (หัวเราะ) บางคนอาจไม่อยากมีลูก แต่พอคุณมาอยู่ในฐานะพ่อ คุณจะเข้าใจเลยว่าการมีลูกมันโคตรดีมากๆ
พอตัดสินใจว่าจะมีลูก ก็ต้องตัดกิจกรรมส่วนตัวทิ้งไปบ้าง อย่างผมไม่ถึงต้องปรับตัวอะไรเท่าไหร่ เพราะผมไม่ใช่คนปาร์ตี้ เหล้าไม่ดื่ม ก็เลยไม่รู้สึกว่าสูญเสียอะไร ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่อาจจะช้าลงบ้าง”
หนึ่งวันของคุณพ่อพีทหมดไปกับการดูแลลูก ตื่นตี 5 ปลุกลูก อาบน้ำ แต่งตัว หาอาหารเช้าให้ลูกๆ แล้วก็ไปส่งโรงเรียนเอง ถ้าวันไหนไม่มีงานต่อ เขาก็จะนั่งดูลูกจนกว่าเข้าชั้นเรียน จากนั้นก็กลับมาเคลียร์งาน เย็นๆ ขับรถไปรับลูก
ขณะที่กิจกรรมที่คุณพ่อพีททำร่วมกับลูกๆ จะเน้นแอดเวนเจอร์ พาลูกท่องธรรมชาติ ไปไหนไปกัน ไปทำงานต่างจังหวัดก็จะยกขบวนไปทั้งบ้าน
“ผมจะพยายามให้ลูกใช้ชีวิตอยู่ในเมืองให้น้อยที่สุด อยากให้เขาไปสัมผัสกับธรรมชาติ อากาศดีๆ ได้เห็นได้เรียนรู้กับสิ่งที่เขาไม่เคยเห็น ผมจะปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างภัยพิบัติก็สอนลูกเสมอ พาเขาไปสัมผัสจริง ไม่ใช่แค่พูดให้ฟัง เพราะผมว่านี่ละคือการเตรียมพร้อมที่จะให้เขาอยู่ในโลกความจริง เวลาที่ผมกับภรรยาไม่อยู่ ลูกๆ ก็จะอยู่ได้”
ลูก 3 คน เลี้ยงไม่ยาก แถมยังฉลาด คุณพ่อพีทว่าอย่างนั้น ยิ่งโตก็มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ฉายแววฉลาดในแบบของตัวเอง สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อพีทปลื้มใจ คือ การมีลูกอายุไม่ห่างกันมาก จึงได้เห็นความรักและผูกพันระหว่างลูกทั้ง 3
“การมีลูกเยอะนี่มันกลายเป็นเรื่องดีเลยครับ เด็กๆ ไม่เหงา มีพี่น้อง มีเพื่อนเล่นเพื่อนคุย พฤติกรรมก็จะไม่แปลกแยก ลูกผม 3 คน อายุห่างกันแค่ 2 ปี คนโต 9 ขวบ คนกลาง 7 ขวบ คนเล็ก 5 ขวบ พัฒนาการและทักษะการเข้าสังคม หรืออยู่ร่วมกับคนอื่น ค่อนข้างดีมาก พี่คนกลางดูแลน้องคนเล็ก พี่คนโตดูแลน้องทั้งหมด”
‘เต๋า’ คุณพ่อขาโจ๋
“กล้าๆ หน่อย” คือวลีเด็ดที่สะท้อนความเป็น “หัวโจก” ของ “เต๋า-สมชาย เข็มกลัด” พะยี่ห้อความเป็นแบดบอยของเขาได้ชัดแจ่ม
เวลาล่วงผ่าน ความเป็นเต๋าก็ยังโจ๋ แต่วันนี้เต๋าโจ๋ในฐานะคุณพ่อของ 2 แก้วตาดวงใจ “น้องสมใจ” กับ “น้องสุขใจ” ที่เกิดจากภรรยา “ยุ้ย-อัฐมาศ อัศววิมล”
ครบสูตรความสุข ลูกสาวหนึ่ง ลูกชายหนึ่ง คุณพ่อเต๋า เล่าว่า ภรรยาเลี้ยงลูกเป็นหลัก เขาเองก็ช่วยเลี้ยง เลี้ยงลูกแบบปล่อย แต่เฝ้าระวัง ไม่ใช่ประคบประหงมจนลูกทำอะไรไม่เป็น การเลี้ยงลูกแบบนี้ เขาว่ามันเป็นการให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง เรียนรู้โลกจากประสบการณ์จริง
“อย่างวิ่งหกล้ม คนอื่นก็จะวิ่งไปจับ ผมบอกว่าไม่ต้องจับ เดี๋ยวเขาก็จะลุกขึ้นมาเอง แล้ววิ่งต่อ คือผมก็ปล่อย อะไรที่มันไม่อันตราย ไม่ได้เสี่ยงมาก แต่ถ้าเสี่ยงผมไม่ปล่อย คือผมคิดว่าล้มแล้วก็ลุก เจ็บเดี๋ยวก็หายเจ็บ คือมีแผลก็ใส่ยา คือทุกคนที่เป็นพ่อแม่ด้วยวิธีการของแต่ละคนมันถูกหมดนะครับ แต่มันเป็นแบบฉบับของแต่ละคน”
ดูจากลุคภายนอก เต๋าอาจจะดูเป็นคนโวยวาย เสียงดัง มุทะลุ เปล่าเลย ยามเมื่อเต๋าสวมบทบาทคุณพ่อ โห!!! น่ารักซะ คุณพ่อเต๋ามีวิธีรับมือกับลูกๆ ด้วยการนำศาสตร์การแสดงมาปรับใช้ สร้างตัวละคร วางพล็อตราวกับอยู่ในภาพยนตร์แฟนตาซี
เต๋า เล่าว่า สอนเด็กต้องมีทีเล่นทีจริงทีหลอก อาจจะมีการทำโทษบ้าง จากนั้นก็สอนลูกว่าอะไรควรไม่ควร ก่อนจะปิดท้ายด้วยตามสไตล์คุณพ่อขี้เล่น
นอกจากนี้ เต๋ายังยืนยันเสียงเข้ม ลูกเปลี่ยนชีวิต ทำให้เขาใจเย็นขึ้น คำนึงถึงความปลอดภัยมากขึ้น ไม่ได้ใจร้อนเหมือนสมัยหนุ่มๆ การใช้ชีวิตดูสงบนิ่ง ทำอะไรช้าลง เพราะต้องคิดถึงลูก 2 คน ที่อยู่ข้างหลังให้มากเข้าไว้
“อย่างบางทีผมขับรถออกไปข้างนอก ไม่ว่าจะมีลูก หรือไม่มีก็ตาม ผมจะขับช้าลง จริงอยู่ที่เมื่อก่อนผมไม่เคยกลัวตาย แต่ถามว่าตอนนี้กลัวไหม ผมกลัวมากถึงมากที่สุด ผมกลัวว่าจะไม่ได้เห็นลูกๆ เติบโตขึ้นมาแล้วเป็นอะไร ทำอะไร เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขาบ้าง พูดตรงๆ คือ ถ้าผมยังใช้ชีวิตแบบไม่คิดอะไรเหมือนเดิม ผมกลัวว่าจะไม่ได้ดูแลเขา ดังนั้นเอาให้มันถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตจริงๆ แล้วเราค่อยจากไป อย่างนี้ดีกว่าครับ
ผมอยากให้ลูกๆ ได้เจอในสิ่งที่เขาควรจะได้เจอ ผมไม่ใช่คุณพ่อที่เลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน แต่สำหรับผม ล้มก็คือล้ม ล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาเอง เจ็บนิดหน่อยไม่เป็นไร ต้องรู้จักอดทน วิธีเหล่านี้เป็นสไตล์ส่วนตัว ผมไม่ได้บอกว่าวิธีอื่นผิดนะครับ ผมแค่อยากให้ลูกมีภูมิคุ้มกันต่อโลกก็เท่านั้นเอง แต่หลักๆ แล้ว ผมก็ยังเลี้ยงลูกบนพื้นฐานความรักและความเข้าใจ เพราะลูกคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผมและภรรยา”
‘เวย์’ คุณพ่อขาแร็พ
เป็นคุณพ่อแล้ว แต่ก็ยังสนุกกับการทำงานเพลง ล่าสุด “เวย์-ปริญญา อินทชัย” ก็เพิ่งบินลัดฟ้าไปถ่ายเอ็มวีกับแร็พเปอร์ผิวสี “สนูป ด็อกก์” ณ แอลเอ
หนึ่งหน่อแห่งวงฮิปฮอปชื่อดัง “ไทเทเนี่ยม” ยอมรับการห่างจากลูกแฝด “น้องบีนา” กับ “น้องบรู๊คลิน” ความคิดถึงย่อมมีล้นปรี่ ทางเดียวที่ทำได้ คือ ให้ภรรยา “นานา ไรบีนา” คอยอัพเดตชีวิตลูกๆ ด้วยการส่งรูปผ่านทางโซเชียลมีเดีย
“ถ้าไม่เดินทางก็จะอยู่บ้านครับ อยู่กับลูก กลายเป็นคนติดบ้านมากขึ้น เพราะลูกจริงๆ นะครับ (หัวเราะ) ปกติผมเป็นคนอยู่บ้านไม่เป็น ไม่ไปฟิตเนส ก็ไปร้านตัดผม พอมีลูก ก็อยู่ติดบ้าน เพื่อนฝูง ปาร์ตี้ ก็มีบ้าง แต่ก็น้อยลง วันอาทิตย์ผมจะงดรับงาน เพราะอยากอยู่กับลูก เว้นแต่มีคอนเสิร์ต หรือไปต่างประเทศ ก็ใช้วิธีอัพเดตลูกๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย ก็คลายความคิดถึงได้แล้วละครับ”
ลูกแฝดหญิงชายของคุณพ่อเวย์กำลังน่ารักน่าชัง อายุครบ 9 เดือนไปหมาดๆ โตวันโตคืน ยิ่งละม้ายคล้ายพิมพ์ทั้งคุณพ่อคุณแม่
“เดี๋ยวนี้นอนเร็วขึ้นครับ 5 ทุ่มก็หลับละ ตื่น 8 โมง แรกๆ แทบไม่นอนเลย เหนื่อยครับเหนื่อย ช่วยกันเลี้ยงกับนานา มีพี่เลี้ยงช่วยอีก 2 ไม่งั้นไม่ไหว
ทั้งคู่เลี้ยงง่ายนะครับ มีแค่บรู๊คลินอาจจะยากตอนนอน ผมก็ใช้วิธีค่อยๆ สัมผัสตัวใกล้ๆ คอยตบก้นเบาๆ ก็จะไม่งอแงละ ลูก 2 คนจะนอนแยกห้องกัน นอนรวมไม่ได้ครับ เพราะเดี๋ยวจะไม่ได้นอนทั้งหมดเลย คนหนึ่งตื่น อีกคนก็จะตื่น ผมกับนานก็จะไม่ได้หลับ สลับกัน”
แม้ลูกแฝดจะยังเบบี๋ แต่คุณพ่อเวย์ก็มีกิจกรรมสนุกทำกับลูกๆ ไม่ขาด เริ่มตั้งแต่ร้องเพลง แน่นอน เพลงแร็พที่เขาถนัด คุณพ่อแร็พให้ลูกฟัง เก๋มั้ยเล่า
“ลูกจะชอบมากครับเวลาที่ผมแร็พ มีเต้น มีท่าทาง ก็ยิ่งชอบใหญ่ อยู่ในรถ เวลางอแง ก็ร้องเพลงนี่แหละครับ ช่วยได้ ผมว่าเมโลดีดนตรีมีผลต่ออารมณ์เด็กนะครับ”
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำทุกวันอังคาร คือ การว่ายน้ำ คุณพ่อเวย์พาลูกไปว่ายน้ำตอนบ่ายโมงที่เอ็มโพเรียม ว่ายประมาณครึ่งชั่วโมง แรกๆ ลูกงอแง เพราะความไม่เคยชิน แต่ตอนนี้เด็กๆ กลับชอบใจใหญ่ ถือเป็นกิจกรรมสานสัมพันธ์สายใยรักระหว่างคุณลูกกับคุณพ่อ
“ผมว่าการเตรียมพร้อมตั้งแต่เด็กๆ สำคัญ ตั้งแต่การเลี้ยง จนถึงทัศนคติ ผมว่าสำคัญต่อเด็กมากๆ คนมักจะพูดว่า สังคมยุคนี้อยู่ยาก ผมว่าถ้าเตรียมพร้อมดี สอนลูกให้เป็นคนดี ลูกก็จะอยู่ได้ในทุกสังคม ไม่ว่าสังคมนั้นจะเลวร้ายขนาดไหน”
ส่วนเรื่องเข้าวงการบันเทิง คุณพ่อเวย์บอกแล้วแต่ลูกๆ ไม่ได้บังคับ หรือห้าม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็เป็นเรื่องของอนาคต
“ตอนนี้ผมมีความสุขกับการมีลูก และยังสนุกกับการเลี้ยงลูกครับ” เขาทิ้งท้ายสั้นๆ







