
กีฬาท้าแม่น...รวมพลังล่า 11 ทอง
เริ่มด้วยกีฬาแม่นเป้าอย่าง ยิงธนู ที่อกหักกลับบ้านด้วยผลงานดีที่สุดแค่เหรียญเงินเมื่อสองปีก่อน มาครั้งนี้พวกเขาหวังจะแก้ตัวด้วยการทำผลงานดีที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี
เริ่มด้วยกีฬาแม่นเป้าอย่าง ยิงธนู ที่อกหักกลับบ้านด้วยผลงานดีที่สุดแค่เหรียญเงินเมื่อสองปีก่อน มาครั้งนี้พวกเขาหวังจะแก้ตัวด้วยการทำผลงานดีที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี
แม้ต้องฝึกซ้อมท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองอยู่ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และมีเหตุปะทะกับกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนแข่งขัน แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายที่วางไว้ 2 เหรียญทอง
“ทุกคนฝึกซ้อมอย่างหนักตามปกติ และเคยชินกับเสียงดังแล้ว ทั้งจากเสียงคอนเสิร์ตและเสียงเชียร์ ถือเป็นการทดสอบสมาธิไปในตัว” เลิศพร แก่นจันทร์ ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าว
สมาคมยิงธนูฯ หวังทำผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่ซีเกมส์ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1985 ด้วยเป้าหมาย 2 เหรียญทอง โดยฝากความหวังไว้ทีมทดกำลังชายและบุคคลชาย รวมทั้งแอบลุ้นประเภททีมชายคันธนูโค้งกลับ แต่ถือเป็นงานหนักมาก เพราะคู่แข่งสำคัญอย่างมาเลเซีย มีดีกรีถึงรองแชมป์โลก
ต่อด้วยกีฬาแม่นรู บิลเลียดสนุกเกอร์ มีชิงชัยทั้งหมด 12 เหรียญทอง หลังเจ้าภาพเพิ่มประเภทบิลเลียดอีก 2 รายการ คือ คู่สก๊อต หรือแทงสลับมือ และประเภททีมที่ถนัด
ทัพสอยคิวไทยส่งครบทุกรายการ ภายใต้การดูแลของ “ต่าย พิจิตร” ชูชาติ ไตรรัตนประดิษฐ์ ในฐานะผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย แบ่งเป็นชาย 11 คน หญิง 2 คน ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นนักกีฬาจากชุดคว้า 2 เหรียญทอง เอเชียนอินดอร์เกมส์
“เราตั้งเป้าคว้า 3 เหรียญทอง จากบิลเลียดและสนุกเกอร์ ซึ่งจากการฝึกซ้อมและมีการปรับตัวที่ดี เชื่อว่าจะทำสำเร็จตามเป้าหมาย” สินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมฯ กล่าว
ปิดท้ายด้วยแม่นลูกเหล็ก หรือ เปตอง ซึ่งด้วยศักดิ์ศรีแชมป์โลกและเจ้าเหรียญทองหลายสมัย ทำให้เป้าหมายเป็นอื่นไม่ได้นอกจากตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ในกีฬาชนิดนี้
“หนนี้เราตั้งเป้าไว้ 6 เหรียญทอง (จาก 11 เหรียญทอง) จากคู่ชาย คู่หญิง ทีมผสม เดี่ยวชาย เดี่ยวหญิง และประเภทแม่นยำ หรือชู้ตติ้ง แต่ก็ประมาทคู่แข่งสำคัญอย่างเจ้าภาพที่มีพัฒนาการดีมากไม่ได้” ปรารภ ทองประเทศ รองเลขาธิการสมาคมเปตอง กล่าว







