posttoday
ที่สุดแห่งความสุข เราไม่มีเรา

ที่สุดแห่งความสุข เราไม่มีเรา

03 ธันวาคม 2556

สุขได้ทุกวัน เพราะการถอดหมวก...

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

สุขได้ทุกวัน เพราะการถอดหมวก...

อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เล่าเรื่องนี้ไว้ในงานเขียนเล่มหนึ่งจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่แก่นในรวมเรื่องสั้นชื่อ วันที่ถอดหมวก

ท่านเล่าว่า มีอยู่วันหนึ่งท่านไปสอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตามปกติ เครื่องแต่งกายของอาจารย์คือ กางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ต แล้วก็สวมหมวกและสะพายย่าม ไว้หนวดเฟิ้ม นี่คือเครื่องหมายการค้าของท่าน

ท่านเดินขึ้นตึกไป เป็นชายแก่อายุจวน 60 แล้ว หลังโก่งนิดหน่อยแต่ยังดูมีความภูมิฐานเต็มที่ ขณะกำลังเดินขึ้นตึกคณะรัฐศาสตร์ มีหมาแก่ตัวหนึ่ง หมาที่กำลังจะถูกเลหลังเพราะหมดสภาพ หมาแก่ๆ ตัวนั้นมายืนขวางอยู่บนตึก มันยืนจ้องและเห่า ถึงแม้อาจารย์เสกสรรค์จะค่อนข้างมีอายุแล้ว แต่วิญญาณคอมมิวนิสต์ยังอยู่ครบ หมาแก่ๆ ตัวหนึ่งมาเห่า ท่านก็ยืนจ้อง

ทีนี้เจ้าสังขาร หนึ่งในขันธ์ 5 ปรุงแต่งเลยว่า ไอ้หมาแก่ รู้ไหมฉันนะเป็นคนอนุมัติให้สร้างตึกหลังนี้ตึกคณะรัฐศาสตร์นี่ แกรู้ไหม นี่แกควรจะทำการบ้านว่าก่อนจะมายืนตรงนี้ฉันเป็นใคร 14 ตุลาฯ ฉันเป็นใคร ฉันไปอยู่ในป่า ฉันทำอะไร หมากำลังเห่าอยู่ งงชีวิตเลย เจอการคุกคามทางสายตา

ในนาทีนั้นอาจารย์เสกไม่รู้สักนิดว่ากายนอกท่านไม่มีปัญหา แต่ที่มันฟาดงวงฟาดงายืนถมึงทำกับหมานั้น เป็นกายไหน กายใน คืออัตตาที่แบกอีโก้ไปเพียบ มันกำลังจะซัดกับเจ้าหมาแก่ตัวนั้น ยืนคุกคามเสร็จ หมาถอยไป 23 ก้าว อาจารย์ยิ้มแล้วเดินขึ้นตึกรัฐศาสตร์ ขึ้นไปสอนหนังสืออย่างมีความสุข ในชีวิตการได้ชนะใครเล็กๆ ระหว่างวันก็ไม่เลว ให้อัตตาได้แสดงอำนาจบ้างแม้จะเป็นหมาเป็นแมวก็ไม่เว้น

สอนหนังสือสักพักก็มีผู้หญิงคนหนึ่งขออนุญาตเข้ามาในห้อง อาจารย์ท่านก็เลยให้ไปพบในห้องพักครูอาจารย์ เมื่อผู้หญิงสูงอายุเข้ามาแล้วก็มาไหว้แล้วพูดว่า อาจารย์คะดิฉันขอนะคะ อาจารย์เสกสรรค์งง ขออะไรกัน ผมไปทำอะไรให้คุณ เหตุการณ์เมื่อเช้าน่ะค่ะ ที่อาจารย์ยืนคุกคามหมาตัวนั้นน่ะค่ะ เราเห็นกันหลายคน แล้วพวกเราก็คิดกันว่าจะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งขึ้นมาขออาจารย์ ขอนะคะ ขอบิณฑบาตชีวิต อย่าทำเขาเลยค่ะ

นาทีนั้นอาจารย์เสกสรรค์บรรลุธรรม คิดขึ้นได้ว่านี่บุคลิกของเรามันเต็มไปด้วยอัตตาและอีโก้ ถึงขั้นที่ใครต่อใครเห็นว่าถ้าคุกคามหมาแล้วหมาตัวนั้นชะตาขาดแน่นอน ต้องส่งตัวแทนมาขอชีวิต พอได้ยินผู้หญิงคนนี้มาขอชีวิตหมา วันนั้นอาจารย์เสกสรรค์งงชีวิตไปเลย ท่านกลับมาบ้านแล้วมาถามตัวเองว่า นี่อัตตาเรามันเข้มข้นขนาดตกผลึกแล้วกลายเป็นบุคลิกฉันเชียวหรือ ท่านเริ่มรู้สึกเศร้าหมองในจิตใจว่าเราทุกข์ทุกวันนี้เพราะเราแบก

วันหนึ่งเมื่อมีม็อบเสื้อสีขึ้นมา มีรุ่นน้องชวนท่านให้ไปนำม็อบ ท่านบอกว่าผมแก่แล้วให้คนรุ่นหลังไปทำเถอะ ท่านเริ่มปล่อยวาง ถ้าเป็นเมื่อก่อนมีคนมากระตุ้นนิดท่านต้องออกไปยืนแถวหน้า ท่านเริ่มทำความเข้าใจเรื่องอัตตามากขึ้นๆ

วันหนึ่งท่านก็ไปธุระกลับมาแล้วมาที่ตึก ดูเหมือนจะเดินขึ้นที่ตึกคณะรัฐศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ท่านเดินมาในเงาสลัวๆ หนึ่งคนหนึ่งหมามาเจอกันในจุดเดิมอีก ชายแก่ทรงภูมิผู้แบกชีวประวัติอันเต็มไปด้วยความภาคภูมิและเป็นไอดอลของใครต่อใครมากมาย เป็นนักเขียนที่มีรางวัลตามหลังอีกเป็นพรวน เป็นดอกเตอร์จากเมืองนอก เป็นคอมมิวนิสต์ เป็นปัญญาชน เป็นผู้อนุมัติสร้างตึกอีกต่างหาก ถ้าไปดูที่ธรรมศาสตร์ไม่ว่าจะตึกเก่าตึกใหม่รวมทั้งที่ศูนย์รังสิต ก็มีรูปท่านด้วย

วันนั้นท่านเดินกลับมาที่ตึกรัฐศาสตร์ หมาแก่ตัวนั้นกำลังกินอะไรอยู่ข้างทาง พอเห็นคู่อริปุ๊บมันยืน มันเห่า หลังจากผ่านการตกผลึกและเรียนรู้วิชาอัตโมโลยี วิชาเราไม่มีเรามาแล้ว อาจารย์เสกสรรค์มองหมาตัวนั้นด้วยสายตาอ่อนโยน แทนที่ฝ่ายหมาจะเกรงกลัวรังสีอำมหิต อาจารย์เสกสรรค์ก็คิดว่าหมามันเห่าอะไร เห่ากางเกงยีนส์หรือเสื้อ

ท่านก็คิดว่า หมามันเห่า เสื้อ กางเกง เห่าบุคลิกภาพ หรือว่าเห่าหมวก ท่านก็เลยลองถอดหมวกซึ่งปกติใครแตะไม่ได้ เพราะมันคืออัตลักษณ์ คือตัวตนของท่าน เอาละในเมื่อมันทำให้หมาไม่พอใจ ฉันถอดก็ได้ ท่านถอดหมวกและเดินเลี่ยงไปอีกทางแล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไป หมาตัวนั้นก็ยืนงง หมดกัน ชีวิตชั้นไม่มีคู่ปรับแล้ว

ในท้ายเรื่องสั้นนั้นอาจารย์เสกสรรค์ สรุปว่า พอท่านยอมถอดหมวกให้หมา ท่านค้นพบว่าชีวิตสงบเย็นลงมาก และนั่นเป็นเหตุให้ทุกวันนี้ท่านหลีกหนีหายไปจากวงสังคม แต่ท่านกลับบอกว่าเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุด ท่านเพิ่งรู้ว่าการมีชีวิตที่ฟาดงวงฟาดงาไปทั่วนั้นมันทำให้คนบาดเจ็บ และตัวท่านเองก็บาดเจ็บ แต่พอท่านถอดหมวกให้แม้กระทั่งสุนัขตัวหนึ่ง หมายถึงปล่อยลงปลงเป็นแล้ว ท่านบอกว่าชีวิตมันง่ายขึ้น ทุกวันนี้มีความสุข

งานของท่านหลังๆ มีแต่ความลุ่มลึก ท่านเล่าไว้อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน หลังจากที่ท่านสอนหนังสือเสร็จ วันหนึ่งท่านก็ไปรับยาตามหมอนัด ท่านก็ไปนั่งอยู่ตรงนั้น ไอแค่กๆ รอให้เจ้าหน้าที่เรียกมารับยา ท่านก็มองคนที่รอรับยาอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ศูนย์รังสิต ไม่มีใครทักท่านสักคน มองขึ้นไปเหนือเคาน์เตอร์ เห็นรูปตัวเองตอนหนุ่มๆ กับอาจารย์ธีรยุทธ์ติดอยู่ที่ผนัง ท่านยิ้ม แล้วท่านก็เศร้า

ท่านยิ้ม เพราะอัตตามันกำลังพอง ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยเป็นวีรบุรุษของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ใช่ไหม แล้วท่านก็เศร้าเพราะเข้าใจสัจธรรมของโลกว่า มาถึงวันนี้ไม่มีใครจำท่านได้เลย ท่านเป็นแค่ตาแก่คนหนึ่งที่มารอรับยาไปตามสภาพ ท่านก็บอกว่านี่แหละหนอความเป็นอนิจจังของชีวิต

ชีวิตไม่แน่ มันไม่มีอะไรแน่เลยจริงๆ ชื่อเสียงยั่งยืนไหม อำนาจยั่งยืนไหม เกียรติภูมิยั่งยืนไหม รูปร่างสังขารยั่งยืนไหม เมื่อท่านเข้าใจเรื่องนี้ปุ๊บท่านวางลงปลงเป็น ทุกวันนี้จึงมีชีวิตที่เย็นพอสมควร

เราทุกคนควรจะมีวันนั้น วันที่เราถอดหมวก คำว่าหมวกในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหมวกจริงๆ นะ แต่หมายถึงอะไรก็ตามที่เรายึดติดถือมั่นว่าเป็นตัวเรา ของเรา เพราะคนทุกคนมักจะฝากอัตตาไว้ที่อะไรอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ

ถ้าเจอพี่ป้อม อัสนีวสันต์ จะนึกถึง กางเกงยีนส์ เสื้อขาวคอกลม นั่นคืออัตลักษณ์และอัตตา ถ้าคิดถึง สตีฟ จอบส์จะพบกางเกงยีนส์กับเสื้อดำคอกลม นั่นคืออัตลักษณ์ หรืออัตตา ถ้าไปเจออาจารย์เฉลิมชัย อาจารย์เฉลิมชัยเป็นคนที่ไปหาหมอ หูคอจมูกปากบ่อยที่สุด เส้นเสียงอักเสบทุกอาทิตย์ แกตะโกนทั้งวันเวลาคุย นั่นก็คืออัตตาและอัตลักษณ์

เราทุกคนต่างก็สวมหมวกคนละใบ ซึ่งก็คือสิ่งที่เรียกว่าอัตตาที่เรายึดมั่นถือมั่นอยู่ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเข้าใจว่าเจ้าหมวกใบนั้นไม่มีอยู่จริง อัตตาไม่มีอยู่จริง มันเป็นเพียงแต่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มารวมกันชั่วคราวแล้วสมมติเรียกว่าชีวิต หรือคนหรือตัวเรา มันเป็นแค่ของสมมติ วันหนึ่งก็จะแตกกันไปตามสภาพ

ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้นะ กายในจะกลายเป็นดั่งพยับแดด เวลาเราเห็นพยับแดดเราคิดว่ามีตัวตน แต่เมื่อเข้าไปใกล้ๆ กลับไม่มี นั่นแหละ ถ้าเราเข้าใจว่าอัตตาคืออนัตตา ชีวิตเราจะง่าย อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ นั่งที่ไหนก็ได้ นอนที่ไหนก็นอนได้ กินที่ไหนก็กินได้ คือชีวิตจะง่ายไปหมดเลย นอนเต็นท์ก็ได้ นอนวิหารหลวงก็ได้ นอนห้องรับแขกก็ได้ นั่งบนเก้าอี้ก็ได้ นั่งบนพื้นหญ้าก็ได้ หรือนอนใต้ต้นไม้ก็ได้ นอนบนพรมก็ได้บนฟูกก็ได้ นั่งรถญี่ปุ่นก็ได้ อีแต๋นก็ได้ นั่งแถวหน้าก็ได้ แถวหลังก็ได้ ยืนก็ได้ ชีวิตมันง่ายขึ้นเยอะ ถ้าเข้าใจว่าอัตตานั้นเป็นอนัตตา อาตมาหวังว่าพวกเราจะเข้าใจเพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท