
‘จริงใจใช้ได้กับทุกธุรกิจ’ แนวคิดทำงาน พลัฏฐ์ พฤกษ์ปาริชาติ
เข้าสู่ยุคที่เรื่องความสวยความงามและรูปลักษณ์ที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในหน้าที่การงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน
โดย...วราภรณ์ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
เข้าสู่ยุคที่เรื่องความสวยความงามและรูปลักษณ์ที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในหน้าที่การงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน ประกอบกับความสนใจเรื่องความงามในผู้ชายกำลังได้รับความนิยมขึ้นมาเรื่อยๆ พลัฏฐ์ พฤกษ์ปาริชาติ นักบริหารรุ่นใหม่ เจ้าของ ออเธนทิค คลินิก สองสาขา คือ แจ้งวัฒนะ และสุขุมวิท 42/1
เขาเป็นผู้หนึ่งที่สนใจเรื่องความดูดี จึงกระโดดเข้ามาในวงการความงาม โดยใช้หลักของนักการตลาดคิดการทำงานตลาดที่แหวกแนว คือ จับลูกค้ากลุ่มบน แต่ราคาท้องตลาดที่จับต้องได้
“ผมสนใจเรื่องการปรับรูปหน้า บุคลิกภาพ ใช้บริการมาหลายที่ แต่ผมไม่เคยคิดว่าจะกระโดดเข้าสู่วงการความงาม จนได้มาเจอกลุ่มเพื่อนที่อยู่วงการธุรกิจคลินิกเสริมความงาม ซึ่งกำลังเป็นที่น่าสนใจ เพราะช่วงนั้นข่าวสารด้านการเสริมความงามจากคลินิกเวชกรรมมีมาก
ธุรกิจนี้มีการแข่งขันกันมากขึ้น ผู้บริโภคมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่เราเป็นผู้บริโภคที่ใช้บริการด้านคลินิกเสริมความงามอยู่แล้ว และมีความสนใจในเรื่องเวชกรรมความงามเป็นทุนเดิม จึงได้เริ่มหาลู่ทาง โดยสอบถามข้อมูลพร้อมทดลองใช้บริการจากคลินิกต่างๆ และดูการดำเนินงานด้านนี้ เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค และวิธีการเปิดกิจการ พร้อมการวางระบบบริการในการดำเนินธุรกิจ”
ด้วยตลาดความงามการแข่งขันสูง พลัฏฐ์ใช้หลัก “จริงใจกับลูกค้า” เมื่อลูกค้าเชื่อใจ กลับมาใช้บริการซ้ำๆ จนเกิดเป็น เวิร์ด ออฟ เมาท์ ในฐานะเจ้าของคลินิก พลัฏฐ์ทำหน้าที่ทุกอย่าง ตั้งแต่คิดแผนการตลาดเอาใจลูกค้าแถบชานเมือง เพราะเป็นที่ที่กลุ่มคนมีสตางค์อาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังอบรมพนักงานในเรื่องการบริการที่ดี รวมทั้งหาเทคโนโลยีที่ดีมาใช้ และคัดเลือกคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญมาบริการลูกค้า
“เมื่อเราจริงใจ ลูกค้าก็พูดกันปากต่อปาก จุดเด่นคือ เราใช้เวชภัณฑ์สามารถตรวจสอบได้ เราให้ความรู้เรื่องเนื้อครีมแก่ลูกค้าด้วย เราเปิดตลาดนอกเมือง เพราะในกรุงเทพฯ คู่แข่งเยอะมาก แต่น่าแปลกใจ คือ คนในเมืองประมาณ 80% ก็ยังมาใช้บริการที่ร้านเรา นอกจากโลเกชั่นในเมืองทองที่เดินทางสะดวกแล้ว สิ่งที่ดึงดูดลูกค้าอีกข้อ คือ คุณหมอแต่ละท่านมีใบเซอร์ติฟิเคทติดโชว์ที่ร้านให้ลูกค้าได้มั่นใจ เปิดเพียง 4 เดือนลูกค้าตอบรับดีมาก จนทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว ต้องเปิดสาขาที่ 2 ย่านสุขุมวิท”
แม้ไม่ได้จบด้านแพทย์ความงามโดยตรง แต่การก้าวเข้าสู่วงการความสวยความงามนี้ แต่เขานำความเก่งด้านการวางแผนการตลาดมาอุดช่องว่าง
“ผมมองว่าเจ้าของธุรกิจด้านความงาม ไม่จำเป็นต้องจบแพทย์ด้านความงามเสมอไป เพราะคุณหมอส่วนใหญ่จะเก่งด้านหัตถการ แต่เป็นนักการตลาดที่เก่ง เรานำมาผนวกกัน นำจุดเด่นด้อยมาเสริมทำให้ธุรกิจแข็งแกร่ง ลูกค้าเกิดความภักดีในแบรนด์ แม้อุปสรรคในการทำงาน คือ มีคู่แข่งเยอะ แต่เราใช้วิธีศึกษาหาความรู้ก็ทำให้เรารู้ว่าอะไรดีและน่าสนใจ”
หลักการทำงาน พลัฏฐ์เน้นเน้นคำเดียว คือ “จริงใจ” ซึ่งใช้ได้ทุกธุรกิจ ไม่ว่าทั้งภายนอก ภายใน หุ้นส่วน ลูกน้อง แม่บ้าน วันเกิดของลูกน้องทุกคนก็ให้ความใส่ใจ รู้สึกว่าเขาเป็นครอบครัวเดียวกับเรา ข้อดีคือ เวลาลูกน้องมีปัญหาอะไร จะกล้าพูด กล้าบอก ปัญหาก็จะได้รับการแก้ไข
“ผมจะอบรมลูกน้องเสมอๆ ว่า ลูกค้าอย่าให้นั่งอย่างโดดเดี่ยว หรือบางคนชอบอะไรเป็นการส่วนตัว ให้สังเกต จดบันทึก ถือเป็นดาต้าเบสที่ดี เข้ามาท่านหนึ่งขอข้อมูลให้หมด แม้กระทั่งน้ำดื่ม ใส่ใจสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ
จริงๆ เป้าหมายทางธุรกิจที่วางไว้ คือ ตั้งใจทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อการให้บริการลูกค้า ต่อบุคลากรขององค์กร และต่อกิจการของตนเอง ด้วยการสื่อสารที่จริงใจ ตรงไปตรงมา สร้างความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อบริการขององค์กร สร้างมาตรฐาน คุณภาพที่คุ้มค่า ด้วยความเชื่อที่ว่าทุกคนย่อมอยากที่จะให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ ยึดถือการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ และตั้งราคาสมเหตุสมผล”
มองตลาดเสริมความงามในบ้านเราในอีก 35 ปี พลัฏฐ์ คาดว่าจะมีอัตราการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง มูลค่าในตลาดนี้สูง 23 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นทุกปี ในส่วนของตลาดผู้บริโภคเกิดการขยายวงกว้าง ไม่ใช่แค่อยู่ในกลุ่มของดารานักแสดงเท่านั้น แต่กลายเป็นกลุ่มวัยทำงาน แม่บ้านที่มีฐานะ กลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา ที่เป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ในปัจจุบัน ก่อให้เกิดโอกาสกับคลินิกรายใหม่ ที่จะเข้ามาแย่งชิงเค้กก้อนโตนี้
ยิ่งประเทศไทยจะกลายเป็นฮับในการให้บริการของประชาคมอาเซียน ที่กำลังจะเปิดในปี 2558 นี้ ยิ่งส่งผลต่อโอกาสของตลาดความงาม เชื่อว่าตลาดนี้จะโต 510 เท่า เมื่อเปิดประชาคมอาเซียน
นักบริหารรุ่นใหม่วัย 33 ปี
การศึกษา : ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ไลฟ์สไตล์ในวันว่าง : อ่านหนังสือ นิตยสารที่นำเสนอข่าวสาร บทความ การสัมมนา และเรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวงธุรกิจ ติดตามความเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอยู่รอบๆ ตัวเรา ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม จากสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาว่างในการแสวงหาความรู้จากอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับเว็บไซต์ธุรกิจต่างๆ การสื่อสารการตลาดรูปแบบใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศอื่นๆ
ความภาคภูมิใจและรางวัลเกียรติยศที่ได้รับ : ได้บริหารงานที่ บริษัท แอ๊บโซลูท บิวตี้ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท จนบริษัทได้ขยายสาขาถึง 5 สาขา ภายในระยะเวลา 1 ปี และล่าสุดเข้ารับรางวัลจากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) เป็นบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2013 ในภาคธุรกิจบริการเฉพาะกิจ
หลักการใช้ชีวิต : พลัฏฐ์ยึดถือความซื่อสัตย์ต่อกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีความอดทนอดกลั้น มีสติควบคุมอารมณ์ และสถานการณ์ที่อาจจะนำไปสู่การก่อวิวาทกัน โกรธเคืองกัน ผิดใจกัน เวลาที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโกรธ ก็ให้อีกฝ่ายพยายามอย่าโกรธตอบ เพราะในเวลาที่โกรธจะไม่มีสติ มักไม่ยอมรับฟังเหตุผลของอีกฝ่าย จึงต้องอดทน เพื่อรอเวลาสงบจึงนำเหตุผลมาตัดสิน
ต้นแบบทำงาน : พลัฏฐ์ใช้วิธีผสมผสานข้อดีของนักการตลาดหลายๆ ท่าน ส่วนใหญ่เป็นนักประชาสัมพันธ์ เช่น ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ที่มีหลากหลายธุรกิจ แต่ธุรกิจเน้นความจริงใจ เช่น เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เขาเคยร่วมงานในฐานะอีเวนต์ออร์แกไนเซอร์รณรงค์การใช้พลังงานในประเทศ จึงได้พูดคุยและสัมผัสแนวคิดการทำงานของปิยสวัสดิ์
“เขียนสคริปต์ไป ท่านแนะให้แก้ และให้ความรู้ว่าความจริงคืออะไร อีกท่านคือ คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย เขียนหนังสือหลายเล่ม อ่านทุกเล่มโดยเฉพาะหนังสือการประชาสัมพันธ์ สามารถนำมาใช้ในเชิงธุรกิจ ข้อที่เรียนรู้จากคุณดนัย คือ ใฝ่หาความรู้ตลอด และสามารถนำมาปรับใช้กับวิถีชีวิตของคนไทย"







