posttoday
ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

30 พฤศจิกายน 2556

ขอจับกระแสบ้าญี่ปุ่นแต่แหวกแนวลงมาทางใต้ยัง “เกาะคิวชู” พี่ใหญ่อันดับ 3

โดย...กาญจน์ อายุ

ขอจับกระแสบ้าญี่ปุ่นแต่แหวกแนวลงมาทางใต้ยัง “เกาะคิวชู” พี่ใหญ่อันดับ 3 ในบรรดาพี่น้องชาวเกาะกว่า 3,000 เกาะของญี่ปุ่น ติ่งนี้มีประชากรประมาณ 14 ล้านคน นักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมเยือนได้โดยนั่งเครื่องบินลงที่สนามบินฟุกุโอกะ (มีสายการบินตรงจากกรุงเทพฯ มาถึง) จากนั้นนั่งรถไฟเชื่อมโยงไปเที่ยวต่อยังจังหวัดโออิตะ คุมาโมโต และนางาซากิ

ฟุกุโอกะ เมืองเศรษฐกิจแห่งตอนใต้ของญี่ปุ่นคึกคักไปด้วยชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงาน นักธุรกิจต่างชาติ และนักท่องเที่ยวที่มีส่วนเกี่ยวกับเศรษฐกิจอยู่บ้างตรงที่ทำให้เงินเดินสะพัด

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

ศาลเจ้าดาไซฟุ โด่งดังเรื่องให้พรปัญญา พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นนิยมพาลูกหญิงชายวัย 3, 5 และ 7 ขวบ มารับพรจากเทพที่ศาลเจ้านี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ เทพยดาที่ดลบันดาลพรนั้นแท้จริงคือปราชญ์กวีนามว่า มิชิสะเนะ ซึงะวะระ ที่ได้รับการยกแย่งให้เป็นเทพเจ้าแห่งภูมิปัญญา ทำให้ในศาลเจ้าไม่มีรูปเคารพใดๆ ที่เห็นว่าเป็นรูปทรงและยึดเหนี่ยวจิตใจคนได้คือ รูปปั้นวัว ที่คนเชื่อว่าลูบหัวถึงเขาแล้วจะมีปัญญาดี

อีกหนึ่งศาลเจ้าใหญ่ ศาลเจ้าคุชิตะ ตั้งอยู่ใจกลางแหล่งช็อปปิ้งของเมืองฟุกุโอกะ เป็นที่เก็บรักษาแท่นบูชาความสูงเท่าบ้านหนึ่งชั้น ประดับด้วยรูปเทพเจ้าในตำนานญี่ปุ่น โดยแท่นบูชานี้จะนำออกแห่ในเทศกาลฤดูร้อน Hakata Gion Yamakasa อาศัยแรงงานชายในชุดเสื้อขาวนุ่งกางเกงผ้าเตี่ยวสั้นสีขาวลากแห่ไปรอบเมือง ถ้าเปรียบให้เห็นภาพน่าจะเหมือนงานแห่เทียนพรรษาที่ จ.อุบลราชธานี หรืองานแห่ต้นดอกไม้บ้านแสงภา จ.เลย

สำหรับคนแพ้ของเซลส์เตรียมกินยาแก้แพ้ไว้ให้ดี เพราะในเดือน ธ.ค.ถึงสิ้นเดือน ก.พ.ปีหน้า ญี่ปุ่นจะเริ่มเทศกาล Japan Shopping Festival ร้านค้าในโตเกียว คันไซ และฟุกุโอกะ จะพร้อมใจกันลด จุดเก็บแต้มในฟุกุโอกะอยู่ที่คาแนล ซิตี้ และมารีน่า ซิตี้ เอาต์เลต สินค้าแบรนด์เนมและแบรนด์ท้องถิ่นจะลดราคากระชากวิญญาณสาวๆ สำหรับสาวไทยต้องคูณหารค่าเงินให้ดีก่อนซื้อ เพราะถูกของเขาอาจแพงสำหรับเราก็เป็นได้

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

โออิตะ คนจังหวัดใกล้เคียงอาจต้องเข้ามาหางานทำที่จังหวัดฟุกุโอกะ แต่คนฟุกุโอกะอยากออกไปพักผ่อนที่เมืองแห่งน้ำพุร้อนแห่งนี้ จังหวัดโออิตะอยู่ใกล้ภูเขาไฟ ทำให้มีน้ำพุร้อนตามธรรมชาติเกิดขึ้นมากที่สุดในญี่ปุ่น ถ้านั่งรถไปตามถนนจะเหมือนอยู่ในเขตอุตสาหกรรม เพราะสองข้างทางมีควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า

เบปปุ เป็นเมืองในจังหวัดโออิตะ ได้รับการขนานนามว่าเมืองหลวงแห่งออนเซ็น โรงแรมในเบปปุมีนักท่องเที่ยวตลอดปี แต่ส่วนใหญ่มาพักไม่ใช่เพื่อค้างแรม แต่เพื่อใช้บริการออนเซ็นของโรงแรม มีเรื่องตลกจากไกด์คนไทยที่มาใช้ชีวิตในญี่ปุ่นกว่า 20 ปี เล่าว่า ห้องน้ำในห้องพักเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นในเบปปุ เพราะชาวญี่ปุ่นจะแช่ออนเซ็นวันละอย่างต่ำ 3 เวลา คือ ตื่นนอน ก่อนอาหารเย็น และก่อนนอน จะมาอาบน้ำ สระผม เข้าห้องน้ำกันในออนเซ็น พอถึงห้องพักก็นอนอย่างเดียว

ดังนั้นแล้ว นักท่องเที่ยวที่ไปถึงเบปปุต้องแช่ออนเซ็น เหมือนไป จ.เชียงใหม่ ต้องกินข้าวซอย ขึ้นดอยต้องอินทนนท์ แต่ติดปัญหาอยู่เรื่องเดียวที่คนไทยไม่อยากแช่คือ การเปลือยกาย โดยเฉพาะไปกับทัวร์แล้วเสี่ยงเจอคนไทยด้วยกัน จุดนี้ยืนยันได้ว่าครั้งแรกทุกคนอายหมด แต่เมื่อเข้าไปอยู่ด้านในที่ทุกคนเหมือนกันแล้ว “มันเปลือยก็จริง แต่ไม่โป๊” จะไม่มีใครมาจับจ้องสรีระของคนอื่น ทุกคนอยู่เงียบๆ แช่น้ำนิ่งๆ เหมือนกำลังนั่งสมาธิ ในทางตรงกันข้าม ถ้าเข้าไปแล้วทำตัวขัดเขิน ปิดนู่นปิดนี่เมื่อไร ตอนนั้นแหละที่จะเป็นจุดสนใจ แล้วจะถูกเชิญออกจากออนเซ็นได้ถ้านำผ้าขนหนูผืนใหญ่เข้าไปห่อตัว

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

ความพิเศษของลักษณะภูมิประเทศทำให้เบปปุมีบ่อน้ำแร่ชื่อแปลกอยู่สองแห่ง อุมิ จิโกกุ หรือบ่อนรก เป็นบ่อน้ำแร่สีฟ้าเทอร์คอยส์ เดือดปุดๆ ปกคลุมไปด้วยควันสีขาว ควันนั้นมาพร้อมกลิ่นแร่โคบอลต์คล้ายกลิ่นตด อีกบ่ออยู่ใกล้กัน ชื่อ ชิโนอิเกะ จิโกกุ หรือบ่อเลือด เป็นบ่อน้ำแร่สีแดงคล้ายสนิม กลิ่นแรงกว่าบ่อนรกเพราะปริมาณธาตุเหล็กเข้มข้นในน้ำ ทั้งสองบ่อลงไปออนเซ็นไม่ได้ แต่ต้มไข่ได้

ห่างออกไปชั่วโมงครึ่ง มีหมู่บ้านขนาดย่อมที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มตัวชื่อ หมู่บ้านยูฟุอิน เป็นสถานที่รวบรวมบ้านญี่ปุ่นอายุ 120180 ปีจากทั่วประเทศเปิดเป็นร้านขายสินค้า อาหาร งานหัตถกรรม ถ้าให้เทียบกับไทย หมู่บ้านยูฟุอินเป็นเหมือนหมู่บ้านคีรีวง เมืองในหุบเขา อากาศเย็นตลอดปี มีแหล่งน้ำจืดกลางหมู่บ้าน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

คุมาโมโต ล้อกับคำว่า คุมา (Kuma) ที่แปลว่า หมี ทำให้ทั้งเมืองเต็มไปด้วยภาพการ์ตูนหมีดำแก้มแดงตามป้ายร้าน บนห่อขนม และเกือบจะทุกอย่างเพื่อบ่งบอกว่าสินค้านั้นมาจากเมืองคุมาโมโต พื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างจังหวัดโออิตะและคุมาโมโตเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติอะโสะคุจู ประกอบไปด้วยปล่องภูเขาไฟ 5 ปล่อง บางปล่องยังไม่ดับสนิท ยังมีควันสีขาวลอยคว้างออกมา ทุกปล่องสามารถไต่เขาขึ้นไปได้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมท้าจิตใจของผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นที่ต้องทำให้ได้ก่อนตาย

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

ทั้งนี้ ปากปล่องภูเขาอะโสะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเขตหมีดำ ภายในปล่องเป็นน้ำแร่สีเขียวเทอร์คอยส์ มีควันสีขาวหนาจัดโชยขึ้นมาตลอดเวลา และโชคดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากปีน เขามีกระเช้าพาขึ้นไปส่งถึงปล่อง แต่บางวันอาจโชคร้ายภูเขาไฟปล่อยกำมะถันออกมามากเกินไป กระเช้าก็จะปิดบริการและปิดเส้นทางเดินเท้าขึ้นด้วย

เมืองคุมาโมโตยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นเมืองสุดท้ายที่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากซามูไรไปสู่จักรพรรดิ โบราณสถานในยุคนั้นที่หลงเหลืออยู่ที่ ปราสาทคุมาโมโต ออกแบบโดยซามูไรที่มีความรู้ด้านสถาปนิกและการทหาร ทำให้สถาปัตยกรรมป้องกันข้าศึกได้ดี ตัวปราสาทมีหอคอยสูง 2 หอ หอใหญ่สูง 30 เมตร หรือเท่าตึก 10 ชั้น หอเล็กสูง 19 เมตร ฐานปราสาททำจากหินลักษณะเป็นฐานกว้างคล้ายพีระมิด มีคูน้ำขุดเป็นร่องลึกป้องกันข้าศึกอีกชั้น และรอบกำแพงเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วยที่ปลูกไว้เป็นเสบียงหากเกิดศึกสงคราม

นางาซากิ สถานที่ที่หนุ่มอ้วน Fatman สัญชาติอเมริกัน เคยมาทำลายล้างเมื่อ พ.ศ. 2488 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นภายใน 3 นาที มีคนตายทันที 2.4 แสนคน และมีคนเจ็บปวดเพราะสารกัมมันตรังสีที่หลงเหลือในร่างกายอีกนับไม่ถ้วน ระเบิดปรมาณูทำให้ญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม ยอมรับบทเรียนสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นอดีตที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นชาตินิยม อดทน มีระเบียบ และความเครียดสูง

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

สวนสันติภาพนางาซากิ และพิพิธภัณฑ์ Nagasaki Atomic Bomb Museum เป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์ที่ทำให้เห็นความโหดร้ายของสงคราม สวนสันติภาพสร้างทับคุกเก่าที่ห่างจากจุดแฟตแมนตกไม่กี่ร้อยเมตร และภายในพิพิธภัณฑ์ได้เก็บรวบรวมหลักฐานของโบสถ์อุราคามิที่โดนระเบิดเข้าอย่างจัง ซึ่งเป็นการทิ้งระเบิดที่ผิดเป้าเพราะนักบินตั้งใจทิ้งที่อู่ต่อเรือบริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุดทางนางาซากิฝั่งตะวันตก แต่ทัศนวิสัยไม่ดีจึงพลาด

ท่าเรือนางาซากิเป็นที่ติดต่อการค้ากับนานาชาติ หนึ่งในนั้นคือชาติฮอลแลนด์คู่ค้าสำคัญที่เข้ามาตั้งแต่ พ.ศ. 2143 ด้วยความสัมพันธ์อันดีทำให้เกิดหมู่บ้านฮอลแลนด์ที่เมืองซาเซโบะในจังหวัดนางาซากิใน พ.ศ. 2535

เฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch) มีทั้งบ้านเรือนแบบฮอลแลนด์ คูน้ำ หอนาฬิกา กังหันลม และสวนทิวลิป ปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ มีร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องเล่น ชิงช้าสวรรค์ จุดถ่ายภาพ โรงแรม และที่เพิ่งมาใหม่คือเรือวันพีซ (One Piece) ที่คัดลอกออกมาจากหนังสือการ์ตูนที่คนไทยเองก็คลั่งไคล้

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

นอกจากนี้ ในเมืองคาชิมะ จังหวัดนางาซากิ มีศาลเจ้าอินาริที่โด่งดังติดหนึ่งในสามของญี่ปุ่น ศาลเจ้ายุโตกุ อินาริ คนมักไปขอพรให้ธุรกิจสำเร็จและเดินทางปลอดภัย เป็นศาลเจ้าประจำตระกูลนาเบะชิมะผู้ปกครองดินแดนซากะในยุคเอโดะ ทำให้ในวัดไม่มีเทพเจ้าใดๆ นอกจากสัญลักษณ์หมาจิ้งจอกที่คนนำมาเคารพ จังหวัดต่างๆ ในเกาะคิวชู ยังมีนักท่องเที่ยวเบาบางถ้าเทียบกับเมืองเที่ยวติดลมบนอย่างโตเกียว เกียวโต โอซากา แต่กลับเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวญี่ปุ่นจากเมืองใหญ่มากกว่า สัดส่วนน้อยนิดของนักท่องเที่ยวทำให้เห็นญี่ปุ่นเต็มตา เสมือนเราเป็นแขกพิเศษที่เข้ามาสังเกตการณ์ว่าคนญี่ปุ่นเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

ขอเป็นติ่ง ‘คิวชู’

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท