
ทุกอย่างเป็นเรื่องออนไลน์
ผมได้มีโอกาสไปเยือนประเทศญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้ ก่อนหน้านี้ในคอลัมน์ fastfoodit เคยเขียนถึงระบบรถไฟฟ้า
โดย...นายบรอดแบนด์
ผมได้มีโอกาสไปเยือนประเทศญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้ ก่อนหน้านี้ในคอลัมน์ fastfoodit เคยเขียนถึงระบบรถไฟฟ้าของญี่ปุ่นมาแล้ว ซึ่งสามารถใช้บัตรใบเดียวเข้าออกรถไฟฟ้าได้ทุกระบบ เช่น บัตร Suica บัตร PASMO และยังมีอีกกว่า 10 บัตร เท่ากับว่าแตกต่างกัน 10 บริษัท แต่สามารถใช้งานร่วมกันได้
หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วเราจะเลือกใช้บัตรอะไรดี ต้องบอกว่าคนญี่ปุ่นนิยมพกบัตรพวกนี้เพราะสบายเรื่องการจ่ายเงิน ที่สำคัญคือบัตรไม่ได้ใช้แค่ขึ้นลงรถไฟฟ้าเท่านั้น ดังนั้นทุกบัตรจึงใช้โดยสารรถไฟฟ้าได้เหมือนกัน แต่ที่แข่งขันกันคือ การนำไปใช้จ่ายสินค้าและบริการอื่นๆ รวมถึงโปรโมชั่นที่แต่ละบัตรให้กับผู้ถือนั่นเอง
สำหรับประเทศไทยนั้น ต้องบอกว่า มีรถไฟฟ้าเพียง 2 สาย ความจริงควรเปิดกว้างให้สามารถทำบัตรรถไฟฟ้าได้จากหลายบริษัท และให้แข่งขันกันเพื่อกระตุ้นตลาดการใช้บัตรโดยสารและนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้ด้วย ที่เห็นในเวลานี้มีบัตร rabbit ที่เริ่มต้นได้ดี แต่การทำตลาดเพียงรายเดียว ไม่สามารถทำให้การใช้งานเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และจุดสำคัญที่คนไทยยังถามอยู่คือ ทำไมรถไฟฟ้าบนดินกับใต้ดิน ใช้บัตรโดยสารร่วมกันไม่ได้
นี่เป็นเรื่องระบบออนไลน์ทั้งหมด การเดินทางไปญี่ปุ่นของผมไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องบัตรรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องการจองตั๋วต่างๆ ซึ่งสามารถทำออนไลน์ได้แทบทั้งหมด ซึ่งออนไลน์ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องทำผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้นด้วย หลายคนที่เคยไปญี่ปุ่นคงจะเคยได้ยิน พิพิธภัณฑ์จิบลิ และพิพิธภัณฑ์โดราเอมอน ซึ่งเป็นการ์ตูนยอดนิยมทั้ง 2 เรื่อง รู้หรือไม่ว่าการจะจองตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ (ซึ่งจำกัดคนเข้าชมต่อวัน) ต้องไปที่ร้านสะดวกซื้อ Lawson ซึ่งมีเครื่องออกตั๋วออนไลน์อยู่เท่านั้น
ด้วยระบบออนไลน์ ทำให้รู้ว่าจะมีคนเข้าชมจำนวนเท่าใด เต็มตามที่กำหนดแล้วหรือไม่ อีกทั้งยังสามารถจองล่วงหน้าได้ 30 วัน และคนญี่ปุ่นหรือนักท่องเที่ยว (ที่มีการจองผ่านบริษัททัวร์) ก็จองกันจนเต็มตลอดเวลา สิ่งนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์สะดวกต่อการเตรียมการและรับมือผู้เข้าชมอีกด้วย
อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ รถทัวร์และโรงแรม ที่เปิดให้จองผ่านออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ที่เจ๋งคือ ผู้ที่ต้องการใช้บริการสามารถจองล่วงหน้าได้หลายเดือน การรูดบัตรเครดิตเป็นการการันตีว่าจะจ่ายเท่านั้น และใช้วิธีไปจ่ายจริงที่โรงแรม แต่หากไม่ไปจะมีอัตราการปรับเป็นเปอร์เซ็นต์ซึ่งตัดจากบัตรเครดิตอีกครั้ง แต่หากแจ้งยกเลิกก่อนไปอย่างน้อย 1 วัน ส่วนใหญ่จะไม่เสียค่าปรับแต่อย่างใด
ทั้งหมดล้วนใช้ระบบออนไลน์ง่ายๆ แต่ได้ประสิทธิภาพสูงและมีประโยชน์อย่างยิ่ง







