
แอ็กชันดีมี"บู๊"แค่ในจอ
ในโลกมายายิ่งเฉพาะหนังที่คนนิยมดู ถ้าขาดฉากบู๊มันก็คงจะ (โคตร) กร่อยไม่ใช่น้อย (ลองนึกดูสิ ไม่มีฉากระห่ำ มันเลือดสาด เตะต่อยด้วยลีลาแม่ไม้มวย หรือว่ากังฟู)
ในโลกมายายิ่งเฉพาะหนังที่คนนิยมดู ถ้าขาดฉากบู๊มันก็คงจะ (โคตร) กร่อยไม่ใช่น้อย (ลองนึกดูสิ ไม่มีฉากระห่ำ มันเลือดสาด เตะต่อยด้วยลีลาแม่ไม้มวย หรือว่ากังฟู)
โดย...วิชช์ญะ ยุติ
ในโลกมายายิ่งเฉพาะหนังที่คนนิยมดู ถ้าขาดฉากบู๊มันก็คงจะ (โคตร) กร่อยไม่ใช่น้อย (ลองนึกดูสิ ไม่มีฉากระห่ำ มันเลือดสาด เตะต่อยด้วยลีลาแม่ไม้มวย หรือว่ากังฟู อืม...ยังจะเรียกว่าหนังแอ็กชันได้หรือป่ะ)
ภาพหน้าจอที่ปรากฏสร้างความรู้สึกสะใจเคล้าด้วยอารมณ์ทึ่ง “ทำได้ไงฟะ” ทว่าเบื้องหลังทั้งหมดเหล่าดารานำต้องเจออะไรบ้าง
ใช้พละกำลังราวกับซูเปอร์ฮีโร่ เพื่อให้ได้มาซึ่งฉากต่อสู้เพียงไม่กี่วินาที แต่พวกเขาก็ยอมแลก เล่นจริงเจ็บจริง โนสลิง โนสแตนด์อิน อูว้าว!!!
บู๊ตัวพ่อต้องขอยกให้ “จา พนม” ต้นตำรับที่ทำให้ “เรียล แอ็กชัน” กลายเป็นเรื่องหมูๆ ทั้งๆ ที่กว่าจะผ่านฉากนั้นได้ เลือดตาแทบพุ่งปรี๊ดๆๆๆๆ ตับไตไส้พุงงี้พลิกคว่ำพลิกหงายไม่รู้กี่ตลบ
ล่าสุดเขาก็โชว์ฝีมือเต็มๆ ในหนังไตรภาคสุดท้ายขององค์บาก ด้วยการเสี่ยงตายบนงาช้าง แถมยังโหนตัวห้อยหัวหมุนรอบ 360 องศา จริงยิ่งกว่าจริง ไม่เสียยี่ห้อ จา พนม ของแท้ กับสโลแกนประจำกาย
“ต้องใช้ความสามารถในการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เพราะถ้าผิดพลาดนี่ก็ต้องเริ่มใหม่ และหมายถึงชีวิตนะครับ” พระเอกนักบู๊บอก “ผมจะต้องกระโดดไปจับงาช้าง โดยให้ช้างเหวี่ยงจริง เหวี่ยงให้มากที่สุด ให้ได้ไกลที่สุด 360 องศา หมุนอยู่อย่างนั้นแหละ ตัวผมไม่มีเอฟเฟกต์ ไม่มีสลิงอะไรเลย กว่าจะถ่ายทำได้ก็ 10 กว่าเทก ผมมองว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทายนะ มีความสุข โอ้โห คือถ้าทำอะไรที่มันง่าย มันก็ง่ายนะ แต่พอมันยากมันทำให้เราได้คิด กระตือรือร้น ทำให้เราได้ไขว่คว้าและได้ต่อสู้”
“เดี่ยว ชูพงษ์” ก็ถูกวางให้เป็นพระบู๊ดาวรุ่งตัวตายตัวแทน (จา พนม) เดี๋ยวนี้กล้ายืดอกแน่นๆ ได้เต็มปากแล้วว่าดีกรีบ้าพลังก็ไม่ด้อยไปกว่าศิษย์พี่ เรียกเสียงฮือฮาได้จากผลงานก่อนหน้า เกิดมาลุย ฅนไฟบิน ปืนใหญ่จอมสลัด จนถึงองค์บาก 3
“สิ่งสำคัญที่สุด คือฝึกซ้อมครับ ต้องมีการเตรียมร่างกายให้พร้อม ยิ่งพอรู้ว่าต้องเจอกับพี่จา ผมก็ต้องเตรียมตัวหนักมาก เพราะว่าเราต้องทำให้คนดูเชื่อให้ได้ว่าสามารถที่จะสู้กับพี่จาได้ อย่างการซ้อมเราต้องเพิ่มเวลา จากแต่ก่อน 4 ชั่วโมง ก็มาเป็น 5-6 ชั่วโมง ให้เวลาในเรื่องของฟิตเนส ต้องมีการเพิ่มกล้ามเนื้อ ลดไขมัน กล้ามเนื้อหน้าท้องเราก็ต้องทำ เพราะในหนังจะมีฉากถอดเสื้อด้วย” เดี่ยว แจงให้ฟัง
มีบู๊ชาย ก็ต้องมีบู๊หญิง ยุคนี้บู๊ตัวแม่ต้องเป็นสาวน้อยไซส์มินิ หมัดหนัก เท้าหิน “จีจ้า ญาณิน” แจ้งเกิดจากหนังขายแอ็กชันเพียวๆ “ช็อคโกแลต” ต่อด้วย “จีจ้า ดื้อสวยดุ” ที่แม้จะหมดท่ากระบวนยุทธ์ แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าล้มบัลลังก์นางเอกสวยดุได้
ตำนานพะบู๊ในจอนั้น คงไม่มีใครเกิน “พันนา ฤทธิไกร” ครูที่ฝึกสอนให้ จา เดี่ยว และจีจ้า ผงาดขึ้นมาเป็นดาราดัง ซึ่งสมัยหนังเกรดบี (ระเบิดเขา-เผากระท่อม) ฮิตกระจาย เขานี่แหละคือตัวพ่อ มีพันนาที่ไหน ต้องมีฉากเดนตายที่นั่น เตะต่อยกันทั้งเรื่อง เป็นภาพความรุนแรงที่จำได้ติดตาของคอหนังสายต่างจังหวัด
นอกจากบู๊แบบไทยแล้ว ในเอเชียที่เข้าข่าย บู๊พ่ะย่ะค่ะ (แต่เฉพาะในจอเท่านั้นนะจ๊ะ) ไม่ง้อเอฟเฟกต์ ไม่พึ่งสแตนด์อิน สลิงขอบาย แต่ว่าสามารถทำให้หนังทั้งมันทั้งโหดด้วยวิถีทางของมวยจีน ก็ได้แก่ ราชานักบู๊เบอร์หนึ่ง “เฉินหลง” ที่ฝากผลงานไว้มากมาย นับตั้งแต่ก้าวสู่โลกมายาในฐานะดาราแอ็กชัน โด่งดังในบ้านเกิดไม่พอ ยังขอไปเปรี้ยงที่ฮอลลีวูด จนทุกคนซูฮกให้เรื่องความกล้าเล่นกล้าเจ็บ
นั่นจึงเป็นจุดชักนำให้เกิดกระแสมังกรรุ่นน้องแผลงฤทธิ์ ณ ฮอลลีวูด บู๊ระห่ำข้ามทวีป ตั้งแต่ “เจ็ตลี” หรือ “หลี่เหลียนเจี๋ย” ขวัญใจคอหนังแอ็กชันที่โชว์ลีลามวยสำนักเส้าหลิน อีกคนที่ได้ดีเพราะเรื่องกังฟู “ดอนนีเยน” หรือ “เจินจื่อตัน” ที่กวาดคำชมจากคนดูได้อย่างล้นหลาม
นี่คือบางส่วนบางเสี้ยวของคนที่ชอบใช้กำลัง สร้างความรุนแรงจนทะลุองศาเดือด เลือดไหลทะลักท่วมจอมานักต่อนัก กว่าที่พวกเขาจะมีพื้นที่ยืนหยัด ต้องผ่านบทเรียนโหดหินมาเยอะ อย่าคิดว่าง่ายเหมือนจับวาง แค่เรื่องเจ็บร่างกายก็แทบไม่ไหว แต่เพราะมีหัวใจสู้เกินร้อย ตำแหน่งนักบู๊ในจอจึงสมควรเป็นของพวกเขา
ส่วนใครที่บากบั่นชอบพัวพันบู๊นอกจอ... ขออย่าเลย บู๊ไปก็เปล่าประโยชน์ โชคร้ายอาจถึงตาย...นะจะบอกให้







