
ลูกเครียดเพราะม็อบ
สถานการณ์ : ลูกสาววัย 13 ปี เรียนอยู่ในโรงเรียนที่อยู่ในย่านของการชุมนุม ทำให้เดินทางไปโรงเรียนลำบากมาก
โดย...กันย์ ภาพ : คลังภาพโพสต์ทูเดย์
สถานการณ์ : ลูกสาววัย 13 ปี เรียนอยู่ในโรงเรียนที่อยู่ในย่านของการชุมนุม ทำให้เดินทางไปโรงเรียนลำบากมาก แถมบริเวณโดยรอบโรงเรียนก็วุ่นวายเหลือจะรับ ทำให้ลูกดูมีความเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จะทำอย่างไรกับลูกดี
ทางออก : การชุมนุมอันยืดเยื้อ ทำให้บรรยากาศบ้านเมืองของเราเปลี่ยนไป เป็นเรื่องที่หลายคนรับรู้จนปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กๆ ลูกหลานต้องได้รับรู้เรื่องราวดังกล่าวบ้างไม่มากก็น้อย คำถามคือ ท่ามกลางประเด็นความขัดแย้งอันร้อนแรงระหว่างคนในชาติกับรัฐบาลเช่นนี้ ในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครอง หลงลืมไปหรือเปล่าว่ายังมีเจ้าตัวน้อยมองดูการกระทำของเราอยู่ทุกขณะ ลูกหลานของเราได้เรียนรู้อะไรบ้างในช่วงเวลานี้ เราสอนอะไรพวกเขาได้บ้าง และมีสิ่งใดบ้างที่พ่อแม่ควรระวัง ต้องทำความเข้าใจและอธิบายให้ลูกฟังถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เด็กๆ เหล่านี้อาจเด็กเกินไปที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ควรให้เด็กๆ มีโอกาสได้อ่านหนังสือ หาความรู้จากสื่อต่างๆ เพื่อค้นพบว่าเขามีรสนิยมทางการเมืองแบบไหน โดยมีผู้ใหญ่เป็นผู้ให้คำแนะนำด้วยเหตุผล
สำหรับพ่อแม่แล้ว ที่ดีที่สุดคือ เลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยให้เติบโตมาอย่างมีเหตุผล รู้จักคิดวิเคราะห์ รู้หน้าที่ แยกแยะผิดถูกได้ตามเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ เพื่อที่ว่าสังคมของเราต่อไปในอนาคตจะได้ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเช่นนี้อีก ทุกการกระทำ ทุกคำพูดของคุณต่อหน้าเจ้าตัวน้อย เด็กๆ จะซึบซับและจดจำ แม้บางครั้งอาจไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่คุณกำลังพูด แต่เด็กๆ ก็จับอารมณ์และน้ำเสียงได้ โดยเฉพาะในการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองที่มีความเป็นไปได้ว่าอารมณ์ของคุณจะคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่พูด การควบคุมอารมณ์และระวังคำพูดต่อหน้าเจ้าตัวน้อยจึงเป็นสิ่งสำคัญ
สำหรับเด็กวัยประถมที่พัฒนาการด้านอารมณ์และความคิดยังพัฒนาไม่เต็มที่ หากได้ยินได้ฟังการวิพากษ์วิจารณ์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ หรือเห็นภาพการชุมนุม การปราศรัยที่ดุดันผ่านสื่อ เด็กจะไม่สามารถแยกแยะหรือจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้อย่างเหมาะสม ทำให้เด็กได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดนี้จนอาจส่งผลให้เด็กๆ มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป งอแงมากขึ้น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ขาดสมาธิในการเรียนหรือทำกิจกรรม จนไปถึงการเลียนแบบความรุนแรงทางวาจาหรือทางอารมณ์ของผู้ใหญ่
ส่วนเด็กโต พ่อแม่ควรใช้โอกาสนี้เป็นตัวอย่างที่ดี ศึกษาหาข้อมูลให้กระจ่าง เพื่อทำการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นเหตุเป็นผล เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่าระบอบประชาธิปไตยการแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่กระทำได้ แต่ก็ต้องทำอย่างเป็นเหตุเป็นผล บทบาทของพ่อแม่คือการเลี้ยงดูและปลูกฝังให้ลูกมีความรับผิดชอบต่อความคิด คำพูด และการกระทำของตนเอง จนเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งต้องค่อยๆ ทำให้เหมาะสมตามวัย
Ask the Expert
Q. ดิฉันวัยต้น 40 ไม่ได้แต่งงาน ไม่กลัวขึ้นคาน ในกลุ่มเพื่อนก็มีสาวโสดไม่แต่งงานเยอะ เรามีหน้าที่การงานการเงินที่โอเค แต่เวลาเจอญาติผู้ใหญ่ท่านชอบถาม หรือบางคนที่ไม่ค่อยมีมารยาทที่ถามตรงๆ ว่าทำไมไม่แต่งงาน เจอบ่อยๆ ก็รำคาญ จะรับมืออย่างไรดีคะ
A. พญ.ญดา พงษ์กาญจนะ จิตแพทย์ โรงพยาบาลปิยะเวท ในปัจจุบันสังคมไทยได้เปลี่ยนไป ผู้หญิงได้เข้ามามีบทบาทในสังคมมากยิ่งขึ้น ผู้หญิงหลายคนมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูง สามารถที่จะเลี้ยงดูตนเองรวมทั้งพ่อแม่ญาติพี่น้องของตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร อีกทั้งผู้หญิงหลายคนได้เรียนรู้ว่าชีวิตนี้มีหลายด้าน ไม่ใช่มีเพียงแค่การแต่งงาน ซึ่งต่างจากสังคมไทยในอดีตที่ผู้หญิงมีบทบาทเป็นแค่แม่บ้านและแม่ที่คอยดูแลลูกเท่านั้น จึงต้องพึ่งพาผู้ชายที่จะมีหน้าที่ทำงานหาเลี้ยง ดังนั้นในอดีตการแต่งงานจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากสำหรับผู้หญิงทุกคน แม้บริบทของสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปมากเช่นนี้ แต่ความคิดของคนในสังคมอาจไม่ได้เปลี่ยนได้เร็วเท่า จึงทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่คุณเจอได้บ่อย แต่ถึงกระนั้นก็ตามขอให้คุณเชื่อมั่นในการตัดสินใจที่จะอยู่เป็นโสดของคุณเอง เพราะชีวิตคู่เป็นเรื่องสำคัญเหมือนที่หลายคนบอกว่าเลือกคู่ผิดคิดจนตัวตาย หากยังไม่มีใครที่พอดีกับคุณ ก็ขอให้ใช้ชีวิตโสดอย่างมีความสุขดีกว่า ส่วนใครจะพูดอะไรนั้นก็เป็นเพียงความปรารถนาดีในความคิดของเขา แค่รับฟังเอาไว้เท่านั้นพอ เพราะคำตอบที่ดีที่สุดคือความสุขที่คุณแสดงให้คนเหล่านั้นได้เห็นค่ะ
He Said / She Said
มีนพนักงานบริษัท
“ผมว่าผู้หญิงสมัยนี้มักทำให้ผู้ชายเป็นโสดนะครับ (หัวเราะ) เพราะเธอจะสวยและน่ารักเกินกว่าจะเข้าไปจีบ และเธอก็เป็นตัวของตัวเอง ผมเลยไม่แน่ใจว่าสเปกผมเป็นอย่างไรกันแน่”
ฟ้าข้าราชการ
“ชอบหนุ่มๆ ที่เป็นผู้นำ เป็นผู้ใหญ่ดูมั่นคง และปรึกษาได้ทุกเรื่อง ไม่หยุมหยิม แต่ขอแบบมองโลกในแง่ดีด้วยนะคะ อยู่ใกล้ๆ แล้วคงมีความสุขและอบอุ่น”
Quote
“สถาปนิกที่ยอดเยี่ยมนั้นไม่ได้มาจากมันสมอง แต่คนที่เก่งๆ นั้นมาจากความทุ่มเทและใส่หัวใจลงไปในการงาน”
แฟรงก์ ลอยด์ ไรต์ สถาปนิกระดับโลกชาวอเมริกัน







