
ธุรกิจสร้างได้ด้วยไอเดีย
เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ ไม่มีเครดิต
คนเราจะทำธุรกิจอะไรก็ตามให้ประสบความสำเร็จ ผู้ทำต้องพร้อมด้วยคุณสมบัติหลายอย่าง อย่างน้อยต้องรู้รอบและเข้าใจในธุรกิจที่ทำพอสมควร ไม่ว่าจะจากการศึกษาค้นคว้าในตำรับตำรา จากประสบการณ์การทำงานในธุรกิจนั้นๆ โดยตรง หรือในธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับธุรกิจที่จะทำ ต้องมีวิสัยทัศน์และสายตาที่กว้างไกล เป็นนักสังเกต เป็นนักคิด นักผลิตไอเดียต่างๆ ออกมาอย่างสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ซึ่งคนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวเชื่อว่าทำธุรกิจอะไรก็ย่อมประสบความสำเร็จ
พีรศักดิ์ ทองนรินทร์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่สร้างธุรกิจของตนขึ้นมาด้วยความเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์และสายตาที่กว้างไกล เป็นนักคิดที่ผุดไอเดียแปลกใหม่ออกมาเพื่อสร้างธุรกิจไอทีของตนให้เข้าถึงจิตใจของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ปัจจุบันนั่งตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอกซ์ ไอที ไลฟ์สไตล์ ดอทคอม ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ภายใต้แบรนด์ วอกซ์ (VOX) และแบรนด์ชื่อดังอื่นๆ มากมาย เช่น เฮลโหลคิตตี้ สนูปปี้ เบตตี้บูป เบนเท็น วอร์เนอร์ บราเธอร์ส มาริโอ ซูเปอร์แมน แบทแมน มาร์เวล ฯลฯ
ทำไมต้อง...ไอที
พีรศักดิ์ กล่าวถึงการทำธุรกิจไอทีว่า คลุกคลีในตลาดไอทีมาเกือบ 20 ปี ได้เห็นพัฒนาการของตลาดไอทีในประเทศไทยเติบโตสูงขึ้น แม้ว่าจะต่างกันมากกับประเทศพัฒนาแล้วที่ประชาชนใช้คอมพิวเตอร์อยู่ที่ประมาณ 90% ประเทศไทยเพียงแค่ 20% กระนั้นก็ตามอัตราการเติบโตการใช้ไอทีในประเทศไทยและทั่วโลกก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจเข้ามาทำตลาดธุรกิจไอทีด้วยการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์และเครื่องเล่นดิจิตอลอื่นๆ
พีรศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดยสินค้าของบริษัท กลุ่มแรกเป็นอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ (Computer Accessories) ประกอบด้วย อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น เมาส์ คีย์บอร์ดเว็บแคม การ์ดรีดเดอร์ มีหูฟัง สปีกเกอร์ แฟลชไดรฟ์ ซีดี ดีวีดี กระเป๋าคอมพิวเตอร์ น้ำยาทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ เป็นต้น กลุ่มที่ 2 อุปกรณ์เสริมดิจิตอล (Digital Accessories) เช่น ซองมือถือ กระเป๋ากล้อง โน้ตบุ๊ก ที่เก็บสาย (Cable Wrap) และอื่นๆ อีกมากมาย
สร้างแบรนด์ของตัวเอง
‘วอกซ์’พีรศักดิ์ เล่าถึงการสร้างธุรกิจตัวเองว่า เริ่มต้นด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ นั้นในชื่อแบรนด์ วอกซ์ (VOX) ขึ้นมาเป็นอันดับแรก ซึ่ง VOX นั้นมีที่มาคือ V คือ Value หมายถึง สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมานั้นมีคุณค่าน่าภูมิใจ O คือ Off Beat มีความโดดเด่น แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร และ XExperience คือ ประสบการณ์ใหม่ไม่จำเจ
“
ผู้บริโภคสามารถสัมผัสเทคโนโลยีไปพร้อมๆ กับความรู้สึกชอบจากส่วนลึกในจิตใจได้ เพราะสินค้าแต่ละอย่างได้รับการออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ มีสไตล์ และมีความเป็นศิลปะน่ารักซ่อนอยู่ ทำให้ผู้ใช้สินค้ารู้สึกถึงมูลค่าเพิ่มที่ได้รับนอกเหนือไปจากฟังก์ชันการใช้งาน วอกซ์จะมุ่งเน้นสร้างสรรค์พัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ มีดีไซน์แปลกใหม่ ไม่ซ้ำและไม่เหมือนใคร โดยจะผสมผสานเทคโนโลยีไอทีที่มีดีไซน์กับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เข้าด้วยกันเพื่อให้เข้าถึงจิตใจของคนทุกเพศทุกวัย“
ถ้าเราวิ่งตามเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ก็ไม่สามารถสนองตอบความต้องการที่เป็นความรู้สึกจากภายในจิตใจของลูกค้าได้ สินค้าไอทีในยุคนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาคุณสมบัติในเชิงฟังก์ชันการใช้งานเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือการดีไซน์รูปแบบสินค้าที่จะทำให้การใช้งานมีสีสันกับชีวิตผู้ใช้งานมากขึ้น” ผู้บริหารคนเก่งอธิบายความหลากหลายในแบรนด์
พีรศักดิ์ กล่าวว่า ปกติคนทำสินค้าไอทีมักทำสินค้าอย่างเดียว เช่น ทำเมาส์ก็เมาส์อย่างเดียว ทำคีย์บอร์ดก็คีย์บอร์ดอย่างเดียว ไม่ค่อยทำอย่างอื่นทำให้ความหลากหลายในสินค้าไม่มี แต่วอกซ์มีสินค้าที่แตกต่างหลากหลาย เช่น มีเมาส์ คีย์บอร์ด เว็บแคม กระเป๋าโน้ตบุ๊ก น้ำยาทำความสะอาด หูฟัง ลำโพง ฯลฯ ซึ่งนอกจากนี้ก็มีความหลากหลายในเรื่องของแบรนด์อื่นๆ อีกด้วย นอกจากวอกซ์ เช่น ทวีทตี้ ทอม แอนด์ เจอร์รี่ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซูเปอร์แมนแบทแมน มาร์เวล เป็นแบรนด์เสริมเข้ามาเพื่อให้เข้าถึงความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม
ผู้บริหารคนเดิม กล่าวต่อว่า การมีวอกซ์อย่างเดียวอาจไม่เข้าถึงลูกค้าได้หมด เพราะลูกค้าแต่ละคนก็มีความต้องการใช้ที่ไม่เหมือนกัน บางคนไม่ต้องการความจำเจ ต้องการความแปลกใหม่ เหตุนี้เราจึงต้องไปซื้อไลเซนส์แบรนด์อื่นๆ เช่น มาริโอ เฮลโหลคิตตี้ สนูปปี้ เบนเท็น เป็นต้น เข้ามาผลิตภายใต้แบรนด์นั้นๆ แทนที่จะเป็นวอกซ์อย่างเดียว
“
การที่มีแบรนด์อื่นๆ เข้ามาทำให้สามารถจัดกลุ่มเป้าหมายลูกค้าได้ชัดเจน เช่น อุปกรณ์เมาส์ หรือซองมือถือรูปเฮลโหลคิตตี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มผู้หญิงทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ถ้าเบนเท็นก็เด็กผู้ชาย สนูปปี้ก็เป็นกลุ่มคนที่ชอบอะไรที่เป็นคิกขุอาโนเนะประมาณนั้น เป็นต้น”ไอเดียด้านการขายและตลาด
ผู้บริหารหนุ่มคนเก่ง กล่าวว่า การปฏิวัติสินค้าไอทีทั้งหลายด้วยดีไซน์นั้นมิใช่แค่โดดเด่นและแตกต่าง ที่สำคัญคุณภาพสินค้าต้องดีเกินความคาดหวังของผู้บริโภค และสิ่งที่ต้องเน้นคือการบริการ ไม่ว่าจะเรื่องความสะดวกในการหาซื้อสินค้าและการบริการหลังการขาย
“
เรามีแบบในการตั้งศูนย์การขาย และบริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 400 จุด ในปีนี้ โดยคัดเลือกคู่ค้าที่มีปรัชญาการทำธุรกิจคล้ายๆ กัน เน้นการสร้างเครือข่ายให้คู่ค้ามีความแข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างยั่งยืนรวมถึงดูแลระบบค้าปลีกให้กับคู่ค้าด้วย”พีรศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า ผู้ที่สนใจจะเปิดร้านวอกซ์ช็อป และวอกซ์คอนเนอร์ ในรูปของแฟรนไชส์ จะใช้เงินลงทุนประมาณ 3 แสน1 ล้านบาท ในการตกแต่งร้าน โดยบริษัทจะจัดวางสินค้าตามคอนเซปต์ร้าน คาดว่าปีนี้จะเปิดได้ราว 25 ช็อป และจะเปิดถึง 90 ช็อปภายในปี 2554







