
โปรแกรมความคิดดีๆ
แต่ละย่างก้าวของชีวิตทุกคน... มีคุณค่าเสมอ สนามชีวิต... เป็นตนเอง ในเวอร์ชั่นที่งดงามที่สุด การโปรแกรมความคิดดีๆ
โดย...ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม ริเท็นนิส www.warunyar.com ผู้เขียนหนังสือนักรบสนาม...ชีวิต ภาพ...คลังภาพโพสต์ทูเดย์
แต่ละย่างก้าวของชีวิตทุกคน... มีคุณค่าเสมอ สนามชีวิต... เป็นตนเอง ในเวอร์ชั่นที่งดงามที่สุด การโปรแกรมความคิดดีๆ (Affirmation) เป็นการให้ความรักแก่ตนเอง (Self Love) การไม่กระทำบาปทางวาจาต่อตนเองและผู้อื่น ฝึกเป็นผู้มีสัจจะ ทำสิ่งดีงามทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้อื่นด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ ยิ่งทำมากขึ้นผลลัพธ์คือผู้ทำมีศรัทธาในตนเองยิ่งขึ้น นับเป็นหนึ่งวิธีการที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้มีความสุขและตามมาด้วยความสำเร็จได้ เริ่มต้นโดยการฝึกมองสิ่งดีๆ แม้เป็นสิ่งเล็กๆ รอบๆ ตัวให้ได้ง่ายๆ ขึ้น แม้กระทั่งมองให้เห็นความดีของคนรอบๆ ตัว
การเติมความรู้สึกดีๆ ให้ใจตนเองได้ตลอดเวลาจนกลายเป็นนิสัยนั้น จะทำให้มีจิตใจเข้มแข็งและมีพลังบวก แม้ต้องเผชิญปัญหาบ้าง ก็ตั้งสติไม่เลือกวิธีคิดที่ทำร้ายตนเอง เล่นบทเป็นเหยื่อผู้น่าสงสารที่ติดอยู่บนเส้นทางความคิดที่ดรามา หรือฝึกให้ใจตนเองจมกองทุกข์เพียงลึกๆ ได้รับความสะใจเหมือนอาฆาตชีวิตตนเองแบบไม่รู้ตัว ในสนามชีวิต ผู้ที่อนุญาตให้ตนเองมีความสุขได้ง่ายๆ เขาผู้นั้นได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เสมอเพราะชนะใครไม่เท่าชนะใจตน
การฝึกให้ตนเองตั้งคำถามดีๆ และโดนๆ กับชีวิต เป็นอีกวิธีหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ เช่น Have I lived my life the way that I really believe that I should livewith authenticity?
สมมติว่าวันนี้มีเวลาอยู่ในโลกเป็นวันสุดท้าย ถามตัวเองอย่างจริงใจว่าตั้งแต่เกิดมาได้ใช้ชีวิตในแบบที่ได้เป็นตัวตนจริงๆ ไหม หรือเล่นบทที่คนอื่น สังคม กำหนดให้จนตามหาตนเองไม่เจอ? Did I compromise my real values for the sake of money, name, fame and glory? ฉันได้ลดทอนคุณค่าชีวิตฉัน ให้ขึ้นอยู่ต่อการยอมรับจากผู้อื่น เงินทอง ชื่อเสียงและเกียรติยศใดๆ มากกว่าการได้ใช้ชีวิตที่มีคุณค่า ตามความปรารถนาที่แท้จริงของฉันหรือเปล่า?
เมื่อตอบด้วยความจริงใจ (Sincere) ด้วยใจที่กล้าหาญ (Brave Heart) และเข้าใจถึงความสำคัญและคุณประโยชน์ที่แท้จริงของการรักตนเอง (Self Love) คำตอบที่ซื่อสัตย์จะนำเราค้นหาตนเองได้อีกทางหนึ่งด้วยการตั้งคำถามดีๆ ต่อตนเอง เป็นดั่งกลยุทธ์ที่ดูเหมือนง่ายจนถูกมองข้ามและเป็นผู้ชี้ ทางรับผิดชอบความรู้สึกให้ตนเองได้
การให้โอกาสตัวเองและมีเวลาอยู่กับตนเองด้วยสติ (Me Time) เป็นกระบวนการคิดทบทวนถ่ายทอดประสบการณ์ที่เป็นกระจกสะท้อนชีวิต (Life’s Reflection) ตนเองด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะในขณะที่เราโฟกัสอยู่กับการพัฒนาตนเอง เราจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่มีในตัวเรา แทนที่จะวิ่งหาสถานที่ บุคคล และพึ่งพิงจากภายนอกจนติดเป็นนิสัยตลอดเวลาทุกๆ ครั้งที่ประสบปัญหา หรือมีความทุกข์ใจจนกลายเป็นผู้พึ่งพิงที่ไม่มีความมั่นใจในตนเองในเวลาต่อไป
การฝึกทำความเข้าใจผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเราบ่อยๆ อยู่กับสัจธรรมข้อที่ว่า “ทุกคนมีข้อดีและข้อด้อย” คนที่อ่อนแอที่สุดอาจมีบางสิ่งที่เด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน คนที่เข้มแข็ง เก่งกาจที่สุด เขาอาจมีปมในใจเป็นแรงขับเคลื่อนความสำเร็จที่ปวดร้าวและซ่อนลึกไว้ที่ไม่มีใครรู้? การมองคนที่เราไม่ชอบเขา หรือเขาไม่ชอบเรา แต่เห็นแง่ดีของเขาจนได้และการยอมรับในจุดอ่อนของตัวเราเองให้ได้ หยุดการคิดทิ่มแทงใจตนเอง เป็นการฝึกใจให้โฟกัสกับความรู้สึกดีๆ ในการมีชีวิตในทุกๆ วัน ซึ่งนับเป็นความรักและความจริงใจที่เราสามารถมอบให้กับชีวิตได้ง่ายๆ เพียงตัดสินใจและลงมือทำจริง!
การฝึกชนะใจตนเองเพื่อสร้างสมพฤติกรรมให้พอใจและยอมรับกับสิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นเป็นการพัฒนาใจเราเองให้อิสระ ไม่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ด้านใดด้านหนึ่ง เป็นความฉลาดทางจิตวิญญาณที่ทำให้มีชีวิตอันรื่นรมย์ ทำให้มีความสุขได้ง่ายขึ้น นำมาซึ่งความสมดุลในชีวิต เราจะเห็นได้ง่ายๆ ว่า “คนมีความสุขจริงในชีวิตจะไม่ทำร้ายใคร ไม่ว่าใคร และไม่ทำร้ายใจตัวเอง”







