posttoday
นิทรรศเมืองมีน ในรอยมัจฉาล่องวารี

นิทรรศเมืองมีน ในรอยมัจฉาล่องวารี

24 พฤศจิกายน 2556

จากทั้งหมด 50 เขตของกรุงเทพมหานคร มี 1 เขตที่น่าสนใจในฐานะเมืองเก่าก่อนยุบรวมเข้ากับกรุงเทพมหานคร

โดย...โยธิน อยู่จงดี

จากทั้งหมด 50 เขตของกรุงเทพมหานคร มี 1 เขตที่น่าสนใจในฐานะเมืองเก่าก่อนยุบรวมเข้ากับกรุงเทพมหานครก็คือ เขตมีนบุรี หนึ่งในเขตที่จัดว่าคงความเป็นธรรมชาติของท้องทุ่งและท้องนาไว้มากที่สุด แต่การที่มีพื้นที่ท้องนาเป็นจำนวนมากนั่น ไม่ได้หมายความว่าเขตนี้จะล้าหลังความเจริญ เพราะความเจริญไม่ได้วัดกันที่ตึกสูงหรือศูนย์การค้า แต่ความเจริญที่แท้จริงนั้นวัดกันที่ระดับการศึกษาของประชาชน ความกินดีอยู่ดี และสภาพแวดล้อมที่ดี

วันนี้เราจึงเดินทางไปที่เขตมีนบุรีเพื่อย้อนรอยวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ฟากกรุงเทพฯ ตะวันออก ที่เราแทบจะไม่เคยอ่านบันทึกเรื่องราวในเขตนี้เลย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะในยุคสมัยหนึ่งพวกเขามีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย กินอยู่อย่างพอเพียงกับทรัพยากรที่มีโดยเฉพาะปลา หากศึกษาประวัติศาสตร์ของเมืองนี้แล้ว จะพบว่าด้วยสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มต่ำ จึงมีบ่อน้ำ หนองน้ำ ตามแนวคลองแสนแสบอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มีบ่อปลาชุกชุม ข้าวปลาอาหารก็สมบูรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานนามเมืองนี้ว่า มีนบุรี ในปี พ.ศ. 2445 ซึ่งแปลว่าเมืองปลานั่นเอง ในขณะที่ยุคสมัยนั้นมีเมืองข้างเคียงก็คือ เมืองธัญญบุรี หรือเมืองข้าว ปทุมธานี เมืองดอกบัว ก็เพราะสภาพพื้นที่ลุ่มน้ำของแถบนั้นนั่นเอง

นิทรรศเมืองมีน ในรอยมัจฉาล่องวารี

 

ขอบเขตของเมืองมีนบุรีนี้ คือ อ.คลองสามวา แสนแสบ หนองจอก และเจียรดับ เข้าไว้ในเขตการปกครองของเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อ ดังนั้นถ้าเดินทางไปที่มีนบุรีแล้วเห็นศาลจังหวัดมีนบุรี ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเขาเคยเป็นจังหวัดมาก่อน แต่เปลี่ยนสภาพเป็นเขตหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 1 จ.มีนบุรี ถูกยุบรวมเข้ากับพระนคร เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ จากนั้นก็กลายเป็น 1 ใน 50 เขตการปกครองของกรุงเทพฯ จนถึงทุกวันนี้

แต่ถ้าเราอยากจะศึกษาให้ละเอียดถึงความเป็นมาในเขตมีนบุรี ก็ต้องเดินทางไปที่ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองมีนบุรี อยู่ริมถนนสีหบุรานุกิจ ใกล้กับสำนักงานเขตมีนบุรี เป็นอาคารไม้หลังเก่าสีฟ้าที่เห็นแวบแรก ก็นึกว่าเคยเป็นโรงเรียนมาก่อน แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ เพราะที่นี่เคยเป็นสำนักงานเขตและศาลาว่าการเมืองมีนบุรีมาก่อน

ตอนนี้ก็กลายมาเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร สำหรับใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนได้เข้าชมฟรี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเรียนและครอบครัวที่พาเด็กๆ มาทัศนศึกษา

อาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นไม้สักทองทั้งหลัง อายุกว่า 100 ปี จึงมีหลายๆ ส่วนของอาคารที่น่าสนใจ โดยภายในแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ก็คือ หอจดหมายเหตุเมืองมีนบุรี เล่าเรื่องราวของเจ้าเมืองเพียงคนเดียวในยุคนั้นก็คือ ม.จ.สง่างาม สุประดิษฐ เป็นหม่อมในราชสกุลสุประดิษฐ สืบสายมาแต่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิษณุนารถนิภาธร พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4

นิทรรศเมืองมีน ในรอยมัจฉาล่องวารี

 

ส่วนที่ 2 คือ ส่วนวิถีชีวิต ซึ่งภายในจะมีภาพจำลองและโมเดลวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนสมัยก่อนที่สะท้อนถึงความเรียบง่าย รวมทั้งประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองมีนบุรีโดยละเอียด มีข้าวของเครื่องใช้โบราณ เครื่องมือทำนา เครื่องมือหาปลา ในส่วนนี้ถ้าไม่มีผู้นำชมจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อเป็นอย่างยิ่ง เพราะหลายๆ ชิ้นคนรุ่นใหม่ก็แทบไม่รู้จักมาก่อนว่าใช้ตรงไหนอย่างไร

จุดเด่นในส่วนที่ 2 ก็คือ ห้องขังนักโทษใต้ดิน ซึ่งมีบันไดเล็กๆ ลงใต้ถุนอาคาร ซึ่งเป็นห้องขังของจริงที่เคยกักนักโทษอุกฉกรรจ์มาแล้ว แต่เมื่อมาถึงช่วงสงครามโลก ห้องนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นหลุมหลบภัย บรรยากาศห้องขังก็ชวนขนลุกไม่น้อย นอกจากนี้ก็ยังมีโทรศัพท์โบราณ เครื่องพิมพ์ดีด และยุทโธปกรณ์ในสมัยสงครามโลกบางส่วนจัดแสดงไว้ด้วย

มาที่ส่วนที่ 3 เป็นห้องเล่าเรื่องราวการเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5 เป็นส่วนที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวเมืองมีนบุรีเป็นอย่างมาก ในห้องนี้จะเป็นห้องเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ท่านโดยเฉพาะ จุดเด่นในห้องนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ เก้าอี้ที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จฯ มาเยือน

นิทรรศเมืองมีน ในรอยมัจฉาล่องวารี

 

และส่วนสุดท้ายก็คือ ส่วนของศาสนา เพราะเขตนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเขตที่มีคนอิสลามอาศัยอยู่มาก แต่พวกเขาก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะความเป็นมาของคนอิสลามในชุมชนทรายกองดินก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นชุมชนมุสลิมที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี ตั้งแต่อพยพมาจากเมืองเกดะห์ (ไทรบุรี) และปัตตานี ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ยังคงรักษาความเป็นมุสลิมที่ยึดมั่นในคำสอนของศาสนาอิสลามไว้ได้อย่างดี โดยที่ลูกหลานของพวกเขานั้นสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมโดยรอบได้อย่างไม่สร้างปัญหาขัดแย้งในสังคม

เสร็จจากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองมีนบุรี เราก็เดินข้ามฝากไปยังสวนสาธารณะเพื่อชมคลองแสนแสบให้เต็มตา จนทำให้นึกถึงคำบอกเล่าถึงเรื่องคลองนี้ยุงเยอะจนต้องเรียกว่าแสนแสบ เพราะคันไปทั้งตัว ซึ่งเราก็เชื่ออย่างนั้นมาตลอด แต่พอนึกถึงว่าแถบนี้มีคนมลายูมาอยู่มาก และพวกเขาก็เรียกคลองสุไหงแซนแญบ แปลว่า คลองแห่งความสงบ ก็อาจจะเรียกเพี้ยนกันไปเป็นแสนแสบก็เป็นได้

แต่เอาเป็นว่า หลังออกจากพิพิธภัณฑ์แล้วผมแนะนำให้เดินข้ามฝั่งมาที่ ศาลเจ้าเจียวตี่เหล่าเอี๊ย เพื่อมาเที่ยวตลาดเก่ามีนบุรี ที่มีอายุร่วม 100 กว่าปี เป็นตลาดที่ไม่คึกคัก แต่เหมาะมาถ่ายภาพอาคารเก่าๆ เป็นโปรไฟล์เก๋ๆ ว่าฉันมาเที่ยวที่ “เมืองมีนบุรี” แห่งนี้นี่เอง

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นมีนบุรี

เวลาเปิดปิด 09.00-15.00 น.

ค่าเข้าชม ฟรี

สถานที่จอดรถ สามารถขับมาจอดรถด้านหลังพิพิธภัณฑ์ หรือที่จอดรถของสำนักงานเขตได้

เบอร์ติดต่อ 02-540-7160

นิทรรศเมืองมีน ในรอยมัจฉาล่องวารี

นิทรรศเมืองมีน ในรอยมัจฉาล่องวารี

นิทรรศเมืองมีน ในรอยมัจฉาล่องวารี

นิทรรศเมืองมีน ในรอยมัจฉาล่องวารี

นิทรรศเมืองมีน ในรอยมัจฉาล่องวารี

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท