posttoday
ปล้นอัตลักษณ์

ปล้นอัตลักษณ์

23 พฤศจิกายน 2556

แม้เทคโนโลยีก้าวล้ำไปข้างหน้า แต่การแยกเอกลักษณ์บุคคลของธนาคารยังเหมือนเดิม คือ ดูที่ลายเซ็น

โดย...ตุลย์ เล็กอุทัย

แม้เทคโนโลยีก้าวล้ำไปข้างหน้า แต่การแยกเอกลักษณ์บุคคลของธนาคารยังเหมือนเดิม คือ ดูที่ลายเซ็น ทั้งที่ความเป็นจริงทุกวันนี้เราเขียนหนังสือด้วยมือน้อยลงมากจากอดีต ทักษะการเขียนเกือบทั้งหมดถูกใช้ในการกดแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ กับพิมพ์หน้าจอโทรศัพท์มือถือ แม้การกรอกเอกสารหลายบรรทัดในปัจจุบัน ก็ทำให้เรารู้สึกเมื่อยมือได้เลยทีเดียว

ลายเซ็นสามารถแยกแยะตัวบุคคลได้แม่นยำจริงหรือ? ว่ากันตามวิถีชีวิตปกติ เราส่วนใหญ่กว่าจะได้ใช้ลายเซ็นกันเป็นเรื่องเป็นราวก็ต้องเข้าสู่ช่วงวัยเรียนมหาวิทยาลัย หรือเข้าทำงานกันทั้งนั้น การสร้างสรรค์ลายเซ็นให้เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครว่ายากแล้ว การเซ็นลายเซ็นให้เหมือนเดิมไปตลอดชีวิตยังยากเสียกว่า รูปถ่ายบัตรประชาชนก็ไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้แม่นยำเหมือนในอดีต ในเมื่อทรงผม ความอ้วนผอม การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าไปตามวัย แม้กระทั่งการทำศัลยกรรม

ในยุคที่โลกเสมือนซ้อนเหลื่อมกับโลกความเป็นจริง มีการโจรกรรมตัวตนในโลกเสมือน แฮ็กรหัสอีเมล ขโมยหมายเลขบัตรเครดิต ที่ยังต้องใช้ความรู้ความชำนาญในเทคโนโลยีพอสมควร ขณะที่การขโมยตัวตนในโลกความเป็นจริงดูง่ายดายกว่ามาก จะเห็นได้จากมีคดีคนร้ายปลอมลายเซ็นไปเบิกเงิน ขโมยบัตรเครดิตไปรูดใช้ ปลอมลายเซ็นเอกสารสำคัญ โดยที่ไม่ต้องใช้ความสามารถพิเศษใดๆ กว่าเรื่องจะแดง ผู้ร้ายก็ลอยนวลไปไหนต่อไหน

ปล้นอัตลักษณ์

 

ในต่างประเทศ การจำแนกบุคคลด้วยการสแกนลายนิ้วมือเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากเครื่องราคาถูกลงมาก แต่ก็ไม่วายที่จะถูกทดสอบความปลอดภัย ดังเช่น University of Bologna ในอิตาลี ได้ทำการสร้างลายนิ้วมือจากแม่แบบ และเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ พวกเขาประสบผลสำเร็จในการสร้างกาวลายนิ้วมือที่สามารถกดผ่านเครื่องสแกนลายนิ้วมือบางรุ่นเพื่อเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ในการให้อนุญาตเข้าสู่บัญชีผู้ใช้งานบางคนได้

เครื่องสแกนม่านตาที่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีจำแนกบุคคลที่มีความปลอดภัยสูงกว่าลายนิ้วมือ แต่ถึงกระนั้นในงานประชุมของแฮ็กเกอร์หมวกดำผ่านโลกไซเบอร์ที่ลาสเวกัส เมื่อเดือน ก.ค. 2555 Galbally นักวิจัยจาก Universidad Autonoma of Madrid ประเทศสเปน ได้แสดงให้เห็นว่าจะทำอย่างไรให้ได้ข้อมูลม่านตาเหล่านั้นมา การสแกนม่านตาจากการถ่ายรูป โดยการขยายม่านตาออกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และหลังจากนั้นก็สร้างแม่แบบ 0s และ 1s เรียกว่า “รหัสม่านตา” ในรูปภาพคล้ายรูปภาพขาวและดำในระยะไกล และสี่เหลี่ยมผืนผ้าแคบๆ ซึ่งมันไม่เหมือนลูกตาเลย แต่ระบบสแกนม่านตาไม่บอกสิ่งเหล่านั้นให้รู้ โดยการสร้างภาพจากรหัสม่านตาที่เก็บไว้และขยายลงไปในวงกลม และกลับเข้าไปในระบบ Galbally’s Team ได้ทดลองทำแล้วปรากฏว่าสามารถเจาะสำเร็จได้ถึง 87% โดยตัวสแกนม่านตาไม่ได้สนใจว่าพื้นหลังเป็นสีขาวอย่างสมบูรณ์หรือไม่ ไม่มีเปลือกตารอบๆ เครื่องสแกนไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ารูปภาพนั้นเป็นตาของมนุษย์จริงๆ หรือไม่ นั่นถือเป็นช่องโหว่สำคัญสำหรับระบบสแกนม่านตาที่ควรแก้ไข (ที่มาของข่าว Credit by The Cybercrime Economy (CNN) : By David Goldman)

หากว่าวันใดวันหนึ่งในอนาคตที่เทคโนโลยีการโคลนนิ่งอวัยวะเป็นที่ยอมรับในวงกว้างแล้ว จะยังมีวิธีการใดอีกที่จะจำแนกบุคคลได้ เมื่อสัจธรรมที่ยังคงเป็นจริงอยู่เสมอตรงที่ว่า เมื่อคนเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีขึ้นมา ก็ย่อมมีคนสามารถแก้ไขได้ ไม่ว่าจะแก้ด้วยวิธีสุจริตหรือทุจริตก็ตาม

ปล้นอัตลักษณ์

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท