
หลังเลนส์สองรุ่น
อุปกรณ์ที่หลากหลายและสะดวกย่นขั้นตอนการถ่ายภาพในปัจจุบัน ทำให้หลายคนก้าวขึ้นมาเป็นช่างภาพได้ง่ายกว่าในอดีต
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ, ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
อุปกรณ์ที่หลากหลายและสะดวกย่นขั้นตอนการถ่ายภาพในปัจจุบัน ทำให้หลายคนก้าวขึ้นมาเป็นช่างภาพได้ง่ายกว่าในอดีต เพราะแม้แต่มือถือรุ่นใหม่ที่ทุกคนพกติดตัวอยู่ก็มีกล้อง โปรแกรมแต่งภาพในตัว เราจึงเห็นภาพสวยแชร์ในโลกออนไลน์มากมาย ความทันสมัยและไฮเทคเหล่านี้กระทบกับช่างภาพอาชีพ หรือผู้ประกอบอาชีพช่างภาพหรือไม่ และเขาปรับตัวอย่างไร
(โสด)
รักในอาชีพแม้จะเสี่ยง
ทวีชัย จันทะวงค์ หรือ บอล อายุ 29 ปี ทำงานในตำแหน่งช่างภาพส่วนกลาง สำกัดหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้บอกเล่าประสบการณ์ทำงานมาแล้วกว่า 7 ปี เริ่มต้นการเป็นช่างภาพที่หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ จากนั้นด้วยประสบการณ์การทำงานที่มากขึ้นทำให้มีโอกาสย้ายมาอยู่ที่หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวเขียวอย่างไทยรัฐได้ตามที่ใฝ่ฝันไว้
บอลมีดีกรีรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากภาพ “คนเลี้ยงกา” ในการประกวดสุดยอดข่าวอาชญากรรมประจำปี 2553 ที่ถือว่าเป็นรางวัลแรกในนามช่างภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ต่อด้วยรางวัลชนะเลิศจากภาพ “หนีตาย” และพ่วงด้วยรางวัลชมเชยจากภาพ “ชีวิตคนกรุง” ในการประกวดภาพข่าวในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่อีกด้วย
ทุกวันนี้การลงพื้นที่ถ่ายภาพข่าวในสนาม เขาจะต้องมีกล้องถ่ายภาพแคนนอน 7d ที่นับได้ว่าเป็นเพื่อนคู่ใจลุยงานด้วยกันมาตลอด พร้อมด้วยเลนส์อีก 2 ตัว และยังมีเน็ตบุ๊กที่ใช้ส่งภาพข่าวจากในพื้นที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้แม้จะมีราคาแพงเอาเรื่อง แต่เขาก็ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรที่ร่วมออกค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นสัดส่วน 60 ต่อ 40 แม้ว่าจะต้องออกเงินซื้อเลนส์กล้อง 60% ไทยรัฐออก 40% แต่ถ้าเป็นเน็ตบุ๊กและแอร์การ์ดอินเทอร์เน็ต ไทยรัฐพร้อมออกค่าใช้จ่ายให้หมดซึ่งเป็นเรื่องดีที่ช่วยเขาได้มากและนั่นทำให้เขาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่
ด้านการเงินเขาแบ่งเงินเดือนที่ได้รับรวมทั้งหมดแล้วประมาณ 1.7 หมื่นบาท แบ่งออกเป็นเงินเก็บจำนวน 4,000 บาททุกเดือน และตั้งเป้าว่าจะไม่มีการไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ทั้งสิ้นกับสัดส่วนของจำนวนเงินที่แบ่งออกมา ที่เหลือก็จะเป็นค่าใช้จ่ายหลัก เช่น ค่าผ่อนรถ ค่าอาหาร ซึ่งถือว่าโชคดีที่พ่อแม่มีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ จึงทำให้ไม่ต้องไปเช่าห้องอยู่อย่างคนอื่นๆ
แม้ก่อนหน้านี้จะเคยศึกษาเรื่องการเล่นหุ้นและได้ลงเงินไปบางส่วน แต่สุดท้ายปรากฏว่าขาดทุน เหตุการณ์นั้นทำให้ตัดสินใจออมเงินไว้แบบนิ่งๆ ดีกว่า
บอลเล่าอีกว่า อาชีพช่างภาพมีความเสี่ยงสูง จึงได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้ด้วย เผื่อเกิดอะไรขึ้นระหว่างทำงานภาคสนามข่าว ยิ่งในสถานการณ์การเมืองเช่นนี้แล้ว ยิ่งอันตราย
ความใฝ่ฝันของช่างภาพข่าวส่วนใหญ่ บอลบอกว่าอยากย้ายไปอยู่กับสำนักข่าวต่างประเทศกันเพราะได้เงินเดือนดีกว่า และชอบตรงที่ใช้รูปเป็นงานศิลปะมากกว่าภาพข่าวแข็งๆ ไม่มีชีวิตชีวา แต่นั่นขึ้นอยู่กับโอกาสของแต่ละคนด้วย ซึ่งทุกวันนี้เขาขอทำหน้าที่ช่างภาพให้ดีที่สุดในแต่ละวันเท่านี้ก็ภูมิใจแล้ว
สำหรับ จักรพงษ์ ก้องกาญจโนภาส หรืออาร์ม อายุ 28 ปี ตำแหน่งช่างภาพส่วนกลาง สังกัดหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ มีประสบการณ์ทำงานมาแล้วกว่า 4 ปี บอกเล่าถึงการทำงานเป็นช่างภาพ เขายอมรับตรงๆ ว่าแทบไม่มีเงินเหลือเก็บ เรียกว่าเดือนชนเดือนเลยก็ว่าได้
อาร์ม บอกว่า งานช่างภาพที่ทำอยู่ตอนนี้ เป็นเพราะความรักในอาชีพล้วนๆ ด้วยความชอบในการถ่ายภาพเหตุการณ์ ทำให้เขากระตือรือร้นอยู่เสมอ ทำให้ต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าภาพที่ออกมาจะสื่อถึงอะไร ซึ่งหน้าที่ช่างภาพข่าว จึงไม่ใช่งานแบบนั่งโต๊ะออฟฟิศที่ให้ความรู้สึกเดิมๆ จำเจ แต่ให้ความรู้สึกสนุก ตื่นเต้นไม่น้อย
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน ประกอบด้วย กล้องแคนนอน เลนส์อีก 2 ตัว แฟลช พร้อมด้วยแท็บเล็ต 1 เครื่อง ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ช่วยให้การส่งภาพข่าวเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว
เขาบอกว่า ทุกวันนี้ช่างภาพส่วนใหญ่หันมาใช้แท็บเล็ตกันมาก เพราะมีความคล่องตัว น้ำหนักเบา เพราะถ้าอุปกรณ์รวมกันหลายอย่างในกระเป๋าแล้วมีน้ำหนักมาก นอกจากจะทำงานไม่สะดวกแล้วยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย
ด้วยปัจจัยที่มีฐานเงินเดือนไม่สูงมากพอจะวางรากฐานชีวิตให้มั่นคงได้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลาย อย่างเช่น ค่าเช่าห้อง 4,000 บาท ค่าเดินทางประมาณ 150 บาทต่อวัน และค่าอาหารบางครั้งขึ้นอยู่กับสถานที่ที่ไป อาจใช้วันละ 100 บาท หรือบางวันแค่เพียง 60 บาทก็มี
ในอนาคตอาจจำเป็นต้องย้ายกลับบ้านที่ จ.กระบี่ ที่นั่นมีสวนยางและปาล์มของพ่อและแม่อยู่ ซึ่งคงไม่ได้ทำอาชีพนี้ไปตลอด คิดอยู่เหมือนกันว่าอาจกลับไปดังนั้นคงต้องมีธุรกิจเสริม เขาเห็นรุ่นพี่ช่างภาพหลายคนเขาทำอาชีพเสริมกันเยอะ ด้วยข้อจำกัดที่จากเงินเดือนที่รับจากบริษัทไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นแล้ว ในบางครั้งพวกช่างภาพก็จะรับงานถ่ายภาพงานแต่ง งานถ่ายภาพทั่วไป ได้ค่าจ้างประมาณ 4,0005,000 บาท แต่การรับงานเสริมก็ยังเป็นส่วนน้อยที่จะทำได้เพราะเวลางานปกตินั้นไม่แน่นอน ก็อาจรับงานเสริมกันลำบากอยู่บ้าง
อาร์ม คาดการณ์ถึงอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
(เกษียณ)
ถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นใหม่
สำหรับคนเกษียณอย่าง วีระพันธ์ ไชยคีรี ในวัย 61 ปี แม้อาชีพดั้งเดิมจะเป็นครูอยู่ที่ยะลา ประจำโรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์ แต่งานอดิเรกที่เป็นช่างภาพมาร่วม 40 ปี คว้ารางวัลจากองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ร่วมร้อยรายการ ตั้งเป้าจะใช้ช่วงเวลาเกษียณด้วยการเดินทางถ่ายรูป เก็บภาพ สถานที่ ชีวิตผู้คนในประเทศไทยให้ได้มากที่สุด และวางแผนจัดงานนิทรรศการภาพถ่ายที่เก็บสะสมให้ได้สม่ำเสมอปีละครั้ง โดยเฉพาะ จ.ยะลา บ้านเกิด ที่อยากทำโครงการติดภาพแสดงไว้ที่กำแพงวัดสักครั้งในชีวิต
วีระพันธ์ สนใจการถ่ายภาพตั้งแต่ปี 2511 สมัยเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขาศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง เดินทางไปตามที่ต่างๆ ในประเทศและย่านอาเซียน จนมีส่วนริเริ่มจัดตั้งชมรมถ่ายภาพหลายจังหวัดในภาคใต้ เขียนบทความให้กับวารสารต่างๆ และผลิตตำราศิลปะถ่ายภาพ อบรมและสอนวิชาการถ่ายภาพให้กับสถาบัน โรงเรียน และหน่วยราชการต่างๆ ตลอด 30 ปี
ผลงานที่ภูมิใจที่สุดคือการได้รับรางวัลยอดเยี่ยมถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ปี 2533 จากภาพสาวมุสลิม 2 คนสวมฮิญาบ นั่งเรียนหนังสือ และการได้รับคัดเลือก 1 ใน 50 ช่างภาพไทย หนังสือราชอาณาจักรไทย 50 ช่างภาพ บันทึกแผ่นดินทองฉลองกาญจนาภิเษก รวมถึงการได้รวบรวมภาพชุดอาเซียน 10 ประเทศเป็นภาพสีและภาพอินฟาเรดอย่างละชุด ที่เจ้าตัวได้ตะลอนไปถ่ายตามเมืองต่างๆ และนำมาแสดงนิทรรศการหลายเวที
นอกจากนี้ การได้รับเลือกเป็นช่างภาพงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ถือเป็นงานเกียรติยศครั้งสำคัญในชีวิตอีกด้วย
“แต่ก่อนเรารับราชการครู ถ่ายรูปเป็นอาชีพสำรอง แต่เพราะชอบการถ่ายรูป ได้ร่วมกับพรรคพวกตั้งชมรมถ่ายภาพให้เป็นประโยชน์กับสังคม เริ่มแรกที่ จ.ยะลา ต่อมาบุกเบิกไปยังจังหวัดอื่น ที่ สงขลา นราธิวาส ภูเก็ต คอยให้ความรู้สมาชิก พาเขาไปถ่ายรูป ประชาสัมพันธ์ ทำแผ่นพับ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด
ชีวิตหลังเกษียณ วีระพันธ์มีเงินเก็บก้อนหนึ่งเพียงพอกับช่วงบั้นปลายจากนี้ เขาว่า การเป็นผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ก็ดีอย่างในแง่การเดินทางเพราะค่ารถเมล์ลดครึ่งราคา ค่าเข้าอุทยานก็ฟรี ซึ่งทุกวันนี้จะเดินทางโดยรถไฟ หาโอกาสไปถ่ายรูปมรดกวัฒนธรรมไทย เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ตามที่สถานที่ต่างๆ ซึ่งก็ถือโอกาสไปเที่ยว ศึกษา หาความรู้ในตัว รวมถึง บันทึกภาพงานประเพณีที่หลากหลาย เช่น งานแห่เทียนพรรษา งานบุญบั้งไฟ ประเพณีชักพระ เพราะได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคีของผู้คน และยังมีอีกหลายอย่างที่จะทำ เช่น เขียนหนังสือ เอางานเก่าๆ ที่ถ่ายไว้มาจัดเป็นชุด ชุดเด็ก ชุดดอกไม้ ชุดผีเสื้อ ชุดชีวิต ชุดประเพณี เพื่อเอาไปแสดงนิทรรศการ ถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนักศึกษาเด็กรุ่นใหม่ฟัง
“จากนี้ผมมีเวลาถ่ายรูปได้เยอะและไม่ต้องเสียเงินมาล้างรูป เพราะเราถ่ายเก็บลงคอมพ์ ถ้าจะเอามาใช้ออกนิทรรศการก็ค่อยมาล้างอัด”
เสน่ห์ของการถ่ายภาพในมุมมองช่างภาพอาวุโสผู้นี้ บอกเล่าว่า กว่าจะได้รูปหนึ่งรูปที่พอใจสมบูรณ์แบบมันไม่ง่าย ต้องดูทั้งกาลเทศะ รอเวลา บางครั้งรอเป็นปี กว่าจะได้แสงที่ต้องการ บางภาพที่ถ่ายได้แม้ไม่ได้เอาไปส่งประกวด แต่ก็มีความสุขที่สร้างบันทึกภาพประทับใจในความทรงจำ
“เวลาเราว่างก็เอางานเก่าๆ มาดู บางภาพมันเป็นประวัติศาสตร์จริงๆ วันนั้นเราถ่าย ยังมีต้นไม้เก่าๆ หรือสิ่งก่อสร้างสวยๆ อยู่ แต่วันนี้ไม่มีเหลือแล้ว เราภูมิใจ ที่ได้บันทึกประวัติศาสตร์ไว้ได้”
วีระพันธ์ยังเล่าถึงความแตกต่างการถ่ายภาพในอดีตกับปัจจุบันให้ฟังว่า แต่ก่อนการถ่ายรูปต้องแม่นยำมากๆ เพราะใช้ระบบแมนนวลมือหมุนและเป็นฟิลม์ การหาความรู้เรื่องการถ่ายภาพค่อนข้างยาก เพราะคนที่เก่งก็มักไม่บอก ทำให้ต้องไปศึกษาหากันเอง แต่ปัจจุบันกล้องปรับเป็นดิจิตอล เครื่องมือช่วยถ่ายรูปมีมาก มีโปรแกรมแต่งภาพช่วย ช่วยให้ถ่ายได้คล่องและดีขึ้น ก็ย่อมได้เปรียบกว่าสมัยก่อน







